ก็ทบทวนว่า เราเองก็เขียน เรื่องราวมาหลายๆ แนวแล้ว
ทั้งในแนว สาระๆ แบบ ธรรมะเล็กๆ ... ปรัชญานิดๆ ... ชีวิตหน่อยๆ
ที่อ่านแล้ว ... ปวดจี๊ดตามหัวคิ้ว ....
อ่านแล้ว ต่อมคุณธรรมเบ่งบาน
แต่ ต่อมจังไร และ ต่อมแอลกอฮอล์ ... ฝ่อลงนิดหน่อย ...
อย่างไร เรื่องทำนองนี้ ... หากอ่านมากๆ ก็เอียน ...
ผู้เขียน .... หากเขียนมากๆ ก็หลงตัวเองไปเปล่าๆ .....
และ ถือว่า .... ผิดนโยบาย IE Story อย่างรุนแรง ....
เพราะ ชีวิตเราจริงๆ ... ควรจะมี เรื่อง “โง่-บ้า-ไร้สาระ” บ้าง ...
.... เราจะได้ ดูเป็นคนปกติธรรมดาๆ คนนึง
... ก็อ่านสนุกดี โลกสดใส ....
คน IE แก่ๆ อ่านแล้ว ..... มันก็น่าสนุกดี ทำให้ นึกถึงวัยเด็ก ....
และ จากการสอบถาม ... พวกบรรดาเยาวชน IE
อีกทั้งได้ สังเวชความเฉิ่มๆ ของคนแก่ๆ ด้วย ....
อย่างไรก็ตาม
ให้ข้าพเจ้าเขียนบ้าง ก็คือ พวกเรื่อง "รักๆ ใคร่ๆ " ....
แบบว่า ... เรื่องแนว “ผัวๆ-เมียๆ IE” ….
ขอบอกว่า เรื่องแบบนี้ .... "มิกล้า อ่ะ"
รู้ไหมว่า ? .... คนที่เข้ามาอ่าน blog นี้ ....
มิได้มีเฉพาะชาว IE เท่านั้น ....
เชื่อไหมว่า ?....
เหล่าคู่ครอง – เขย – สะใภ้ - กิ๊กเก่า – กิ๊กใหม่ .... ของชาว IE
ก็แอบเข้ามาอ่าน IE Story อย่างคับคั่ง ....
ดังนั้น ประเด็นเรื่อง “ความรัก” แห่งชาว IE นั้น
จึงเป็นประเด็น ที่แหลมคม ....
อีกทั้ง ยังเป็นอันตรายต่อชีวิต และ สวัสดิภาพ ชาว IE ยิ่งนัก
ข้าพเจ้า กลัวว่า …. IE Story จะกลายเป็น ....
ชนวนที่ก่อให้เกิด รักร้าว ฉาวรัก .... แก่ครอบครัวของพี่น้อง ทั้งหลาย
ดังนั้น ก็คงแค่ เขียนเกาะๆ แกะๆ
พอให้เสียวๆ ซ่านๆ บ้างเล็กๆ น้อยๆ
.... ก็คงจะพอแล้ว กระมัง?
ดังนั้น ..... ณ ตอนนี้“คนเล่าเรื่อง” มือสมัครเล่น เยี่ยงข้าพเจ้า
ก็จะขอลอง เปิดประเด็น IE Story ในเรื่อง “ผี” .... ดูบ้าง
เพราะ เป็นเรื่องท้าทาย คลายเครียด
และ มีหลายคนเรียกร้อง ...
รับประกันว่า ไม่น่ากลัว .... ไม่หลอน
อีกทั้ง .... คงจะ “เสียว” น้อยกว่า เรื่อง
“IE Love & Sex Story ” อย่างแน่นอน
สมัยที่ข้าพเจ้า เป็นนักศึกษาลาดกระบังใหม่ๆ ...ประมาณปี 2525 ...
ก็ 25 ปีกว่าแล้ว .....
ที่คณะวิศวะฯ ของเราเงียบมาก .... มาก ถึงมากที่สุด ....
บรรยากาศ คือ ทุ่งนาดีๆ นี่เอง ....
มองไปทิศทางใด .... ก็คือ ทุ่งนาๆๆๆๆๆ ไกล สุดลูกหูลูกตา ....
พวกเรา เหมือนเด็กๆ ที่โดนพ่อแม่ทำโทษ ....
เอามาปล่อยทิ้งไว้กลางทุ่ง เดินเล่นอยู่กับวัวกับควาย ....
ดังนั้น สมัยเป็นเด็กปีหนึ่ง ....
เวลาเจอเพื่อนโรงเรียนเก่า ….
พวกมัน ก็มักจะคุยโม้มากมาย .... เกี่ยวกับมหาลัยของมัน ...
"อืมสสส์ ..... มหาลัยที่กู นั้น ....
อันว่า เรื่อง “ผี” นั้น .... เป็นประเด็นที่ คุยโม้กันได้เป็นวันๆ ...
เพราะเป็นเรื่องพิสูจน์ยาก และไม่มีใครอยากจะไปพิสูจน์ ...
อีกทั้ง นิยายผีในมหาลัย ในสมัยนั้น ... มันน่าสนุก
หากว่างๆ ... และตกงาน ...
ข้าพเจ้าคงจะนั่งเขียนไปขาย ได้เป็นเล่มๆ แน่นอน ....
เช่น ....
ผีที่จุฬา ... เป็นผีที่ชอบหลอกในแนว วิชาการนิดๆ ....ชอบหลอก พวกเด็กเรียน... ที่ขยันผิดเวลา ...
เช่น ดึกๆ ดื่นๆ แทนที่จะนอน หรือ ออกไปกินเหล้า ...
กลับชอบอยู่ทำ lab มืดๆ คนเดียว / อ่านหนังสือเงียบๆ / ทำการบ้านหงอยๆ ......
ไม่รู้จักคบเพื่อนหญิง เพื่อนชาย /ไม่ชอบกินเหล้า / ไม่ชอบเตร็ดเตร่ ....
ชอบอ่าน textbook / ชอบนั่งเป็นเป้านิ่ง ให้ผีหลอก …
เช่น เรื่อง ผีเด็กดองสองหัว ... ที่ห้อง lab คณะวิดยาฯ ...
ผีคอมพิวเตอร์ ... ที่ชอบแกล้งพวกที่อยู่ห้องคอมพ์ ทำงานดึกๆ ....
ผีแคลคูลัส .... ที่หลอกเด็กเรียน ให้แก้สมการแบบยากโคตรๆ ...
จัดว่า ผีจุฬา ... เป็นผีแนววิชาการ โดยแท้เทียว ....
ส่วนที่ธรรมศาสตร์ นั้น เป็นผีแนวเครียดๆ ...
เป็นผีจริงจังชีวิต แบบคนเดือนตุลา ทั้งหลาย
เพราะทุกๆ จุดในธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)
คือ สมรภูมิ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ...
เหล่าวีรชน ผู้เสียสละ จึงวนเวียนอยู่มากมาย ......
ตามซอก ตามมุม ตามลิฟท์ ตามลานโพธิ์ ....
หลอกแบบ เครียดๆ อ่ะ ....
(และ ต้องขอน้อมคารวะ ดวงวิญญาณเหล่านั้น มา ณ ที่นี้ด้วย)
แต่หากเป็นแนว ผีแบบถึกๆ ....
หลอกเด็ก แบบโหดๆ ฮาฮา ...
ก็ต้องเกษตรศาสตร์ ... ตามสไตล์โหด-มัน-ฮา แบบชาวเกษตรศาสตร์
ส่วนใหญ่ อยู่ตามหอเก่าๆ บ้าง ตามโรงยิมโทรมๆ บ้าง ...
เช่น หลอกพาเด็กปีหนึ่ง ออกไปวิ่งกลางดึก ... ออกไปปลูกต้นไม้ ..
หรือ หลอกคนเมา .... ว่าจะพาไปเที่ยวบาร์ ....
แต่ตอนเช้า .... กลายเป็นบาร์เดี่ยว บาร์คู่ ในโรงยิม
จัดเป็นผีแนว บริการสังคม และดูแลสุขภาพโดยแท้
ส่วนผีที่หลอน แบบคลาสสิคสุดๆ ...
ก็ต้องยกนิ้วให้ ผี "มช." ... แห่งเชียงใหม่ ...
เพราะ ส่วนใหญ่ มักจะเกี่ยวพัน กับเรื่อง รักๆ ใคร่ๆ โปรๆ ไทร์ๆ ....
แบบว่า เมียของผัวฉัน ไปหลงรัก ผัวของเมียฉัน ....
แล้วตกลงว่า ... ฉันเป็นอะไรล่ะ ? เรื่องมัน ซับซ้อนจิงๆ
แบบว่า ชิงรัก หักสวาท ขาดใจ .... จนเรียนไม่จบ ...
ดังนั้น .... ทุกๆ หอใน มช. จึงมีตำนานเรื่องหลอนๆ เพียบ ....
หลอนๆ เย็นๆ เนียน ๆ ลีลาเชือดเฉือนใจ .... คือ “ผี มช.” แท้ๆ
ส่วน อีกมหาลัย .....
ที่ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงเลย ...
ก็เช่น พวกมหาลัย ที่โรงพยาบาลเป็นของตนเอง .... เช่น ที่มหิดล
มีเรื่อง ผีๆ เพียบ เพราะ ที่นั่น มีผีในสังกัด มากมายเป็นกองทัพ ....
วางกำลังพลผี ..... ไว้ทั่วทุกจุด ทั่วทั้งองค์กร ....
เรียกว่า ใครโดนผีหลอก .... จะเจอครบวงจร ...
เริ่มตั้งแต่ ....
คนไข้ผี – พยาบาลผี – ภารโรงผี – คนสวนผี
เด็กผี – หมาผี - ตุ๊กแกผี – ส้วมผี
ยามผี – แม่ค้าผี – เด็กขายพวงมาลัยผี -...
จากนั้น หากวิ่งหนีเข้าลิฟท์ .... คนในลิฟท์ แม่งก็เป็น “ผี” ตามระเบียบ
ณ ตอนจบ ... วิ่งไป เจออาจารย์ .... อจึ๋ยสสส์ .....
.... กลายเป็นอาจารย์ใหญ่ (ผี) .... ที่กูเพิ่งจะผ่าท้องอยู่เมื่อตะกี้ ........
เรียกว่า เป็น ต้นตำนาน ผีมหาลัย ....
แบบครบวงจร ทั่วทั้งองค์กร อย่างแท้จริง ... ...
เรื่องที่ น่าเศร้า ก็คือ .....ทุกๆ มหาลัย มีเรื่องโม้ แบบนี้ทั้งนั้น .... ยกเว้นที่ สจล.
เพราะ สภาพที่สถาบันฯ ของข้าพเจ้า ... ณ ช่วงเวลานั้น
อาหารก็แหวะ .... หญิงก็ถ่อย ... ตึกก็โทรม ....
และ ผีก็ ซึมๆ เซาๆ ...
จะมีบ้าง ก็ "ผีเรือนไทย" .... ที่คณะสถาปัตย์ ....
ก็เล่นดนตรีไทย เป็นอยู่เพลงเดียว .... คือ เขมรไทรโยค ...
เล่นมุกเดิมๆ เล่นเพลงเดิมๆ จนทุกคน ชินไปแล้ว ...
ส่วน บรรดาผีตึก B … อุตส่าห์ ลงทุนลงแรง
ออกแบบงาน "นวัตกรรม" ทางวิศวกรรมศาสตร์ ที่ยิ่งใหญ่
คือ บันไดผีหลอก ..... ที่ซับซ้อน วนเวียน ...
ณ ตอนจบ ก็แค่เอาไว้หลอก พวกขี้เมา ตึก B ... เท่านั้นเอง ....
ดังนั้น ก็น่าเห็นใจยิ่งนัก ....ผีเอง .... ก็คงจะเหงา ....
เพราะมีเด็กนักเรียน อยู่กระหยิบมือนึง ....
หลอกกันได้ หนสองหน ... เด็กก็เบื่อผี... ผีก็เบื่อเด็ก ...
อีกทั้ง พอค่ำลง ยุงก็ชุม ....
เด็กๆ ก็เมา กันตั้งแต่ ห้าหกโมงเย็น ....
เห็นหมาเป็นผี ... เห็นผีเป็นหมา .... หาข้อสรุปไม่ได้ ...
จึงจัดได้ว่า เป็น ผีที่น่าสงสารที่สุด ....
อาจจะที่สุดในประเทศไทย ก็ว่าได้
แม้ว่า เหล่าผี จะลงทุนใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์แบบผีๆ บ้างเล็กๆ น้อยๆ
เช่น ทำให้ไฟฟ้า ดับๆ ติดๆ ..... ก็ไม่ได้ผลเท่าใดนัก
เพราะ ที่สถาบันเรา (ในสมัยโน้น) ....
เพียงแค่ ลมพัดแรงๆ ... ไฟฟ้าก็ดับแล้ว ....
เซ็งอ่ะ .....
คนก็เซ็ง...
ผีก็เซ็ง ...
หมาก็เซ็ง ...
เพราะเห่าหอนอย่างไร ก็ไม่มีใครกลัว
อย่างไร ก็ตามณ ชั้นที่ห้า ของตึก A (ที่กลายเป็นตึกม่วง-เหลือง ในปัจจุบัน)
ดูน่าจะเชิดหน้าชูตาที่สุด ... ในสถาบันฯ
ก็เพราะ ... มีสิ่งลี้ลับ สถิตอยู่ ณ ห้องน้ำหญิง ชั้นที่ห้า ....
กล่าวคือ มีการตั้งศาลเล็กๆ ไว้ให้เด็กๆ กราบไหว้ ....
ประวัติที่ข้าพเจ้า ได้รับรู้ ในขณะนั้น ...
คือ ศาลของ คนงานหญิง ที่ตกตึกตาย ในขณะที่สร้างตึกนี้ ....
ก็เลย มีการสร้างเป็น ศาลเจ้าแม่ เอาไว้ให้กราบไหว้
เอาไว้ ขอหวย ขอเกรด ตามธรรมเนียม ....
ณ วันเวลาปกติ ....ตึก A ก็จะคลาคล่ำไปด้วยเด็กๆ ....
ตอนกลางวัน ใช้เป็นตึกเรียนหนังสือ ....
พอค่ำๆ ดึกๆ ก็คึกคักสุด ....
เพราะชั้นที่ สี่-ห้า-หก เป็นที่ตั้ง พวกชุมนุม ทั้งหลาย .....
ทั้ง EC อิเล็ก / AC วิชาการ / กีฬาทั้งหลาย / รวมทั้งชมรมพุทธ
ชั้นบนสุด คือ แหล่งมั่วสุมของพวก MUSIC
มีห้องซ้อมดนตรี อันอลังการ ....
ดังนั้น ณ ยามค่ำคืน ....
ที่นี่ คือ แดนสวรรค์ของคนกลางคืน
จ้อกแจ้ก จอแจ ทั้งคุย ทั้งเล่น ทั้งดื่ม ทั้งลอกการบ้าน
เสียงซ้อมดนตรี ดังสนั่นลั่นโลกตลอดคืน .... ตราบจนรุ่งอรุณ ...
ทุกคืน ... พอหลังเที่ยงคืน เป็นต้นไป ....เหล่าเด็กผู้ชาย ก็เดินขวักไขว่ .... แต่งตัวกึ่งเปลือย
เดินโทงเทง เข้าไปอาบน้ำ ที่ห้องน้ำหญิงชั้นห้า ...
เพราะ เป็นห้องน้ำที่สะอาดที่สุด ....
ที่สุดทั้งในสถาบัน และ ในเขตลาดกระบัง
ดังนั้น
หากข้าพเจ้าเป็นผี .... ก็คงเซ็งสุด ...
และไม่มีอารมณ์จะไปหลอกใคร ....
เพราะ เพียงแค่ .... จะอยู่แบบคนเดียวเงียบๆ ยามค่ำคืน ....
ก็ยังไม่มีโอกาสเลย ...
ยิ่งตอนดึกๆ ....
พวกถ่อยๆ พวกเมาๆ ก็มาอาบน้ำ
ก็จะแหกปาก ร้องเพลงกันครื้นเครง ขณะอาบน้ำ....
ไม่มีความ เกรงอก เกรงใจกัน เลย ....
พวกเด็กเปรตเหล่านี้ .... จะแห่กันมา เคารพกราบไหว้บูชา
ก็เฉพาะแค่ช่วงสอบเท่านั้น ....
ณ ภาวะปกติ .... พวกมันก็ ชิวๆ ไม่เกรงไม่กลัว
ถือว่า.... เป็นญาติสนิท ... เป็นคน(ผี)กันเอง โดยแท้ ...
อย่างไรก็ตามห้องน้ำหญิงชั้นห้าแห่งนี้ ก็มีข้อดี เพียงอย่างเดียว ....
คือ เอาไว้หลอกเพื่อน (หญิง) มหาลัยอื่นๆ
ณ เวลาที่ เราหลอกพาเข้ามาเที่ยว ที่คณะเรา ..
กล่าวคือ พวกเรา ก็ชอบหลอกให้เธอๆ เข้าส้วมชั้นห้า ....
ก็เป็นไปตามแผน ..... สาวๆ ก็จะกรี๊ดกร๊าดเล็กๆ ...
ตอนเจอพวกธูปเทียน พวงมาลัย ในส้วม ....
เลยถือว่า เป็นโอกาสดีของพวกเธอๆ ....
ที่ได้แสดงความอ่อนไหว เปราะบาง ตามธรรมเนียมหญิง ....
แบบว่า... ชอบชายโฉด รักเด็ก และ กลัวผี อ่ะ ...
ส่วนพวกเรา ก็หน้าบาน ....
ที่รู้สึกว่า .... คณะเรา เจริญทัดเทียม มหาลัย อื่นๆ บ้างแล้ว ...
เพราะ เรามี “ผี” เป็นของตัวเองแล้ว ....
ความเฮี้ยน ของเจ้าแม่ชั้นห้า มีมากมาย ...แต่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย ... คือ เรื่องลิฟท์ ..
ตามธรรมดา หากพวกเรา เข้าไปในลิฟท์ หลายๆ คน
ก็ไม่มีอะไร ... ลิฟท์ก็ทำงานตามปกติ
แต่หากเข้าไปคนเดียวเมื่อใด ... ก็ได้เรื่องทุกที ...
คือ ถ้าอยากจะไปชั้นห้า ... ลิฟท์ก็จะไปจอดแบบครึ่งๆ คาๆ
ได้ชั้นห้าครึ่งบ้าง ... ชั้นห้าเศษสองส่วนสาม บ้าง ฯลฯ
นอกจากนี้ บางที พอเข้าไปในลิฟท์คนเดียว ...
แล้วไม่ว่า เราจะกดปุ่มอะไร ไปชั้นไหนๆ ....
ลิฟท์ มันก็งงๆ เฉยๆ นิ่งๆ ..... ไม่ขยับ ไม่รับไม่รู้
เรื่องนี้ หากอธิบายในแง่ไสยศาสตร์ ก็ ... อจึ๋ยสสสส์ ...
ไสยศาสตร์ ... มีจริง
แต่หากอธิบาย ในแง่วิศวกรรมศาสตร์ .... ก็ไม่ยากเพราะ ตามปกติ ลิฟท์ตัวนี้ จะคุ้นเคย
กับการบรรทุกประชาชน แบบ overload มาตลอดชีวิต ....
ตามคู่มือ ... เขาแนะนำว่า ไม่ควรบรรทุกเกิน 8 คน ...
แต่ เหล่าพี่น้องชงโค ก็ยัดกันไป 12 – 15 คน ทุกครั้ง
เสียงออดเตือนดัง จนเป็นเรื่องปกติ ....
จนในที่สุด ก็มีพลเมืองดี ช่วยถอด ออด
เอาออกไปทิ้ง เพราะรำคาญ ...
เนื่องจากมัน overload ทุกครั้ง ... ตลอดกาล
นอกจากนี้ หากลิฟท์มันงงๆ ไม่ขยับ ...
ก็ต้องช่วยกัน ขย่มๆ กระเด้งๆ
จนได้ยินสายเคเบิลแกว่งไกว ...
ลิฟท์ ก็จึงจะเคลื่อนไป ...
ดังนั้น ... จึงไม่น่าแปลกใจว่า
หากเราใช้งาน ลำพังคนเดียว ....
ลิฟท์มันก็ คงจะงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น? ....
ทำไม วันนี้ มันเบาๆ พิกลวะ? ...
และ พอถึงเวลาที่มันจะจอด .... มันก็เลย ขาดๆ เกินๆ
เพราะตลอดชีวิตการทำงานเยี่ยงทาสของมัน มานานนับสิบปี
มันก็ทำงาน ในภาวะ overload ตลอดมา ....
(และเชื่อไหมว่า .... ณ ปัจจุบันนี้ ...
ลิฟท์ตัวนี้ .... ก็ยังใช้งานอยู่ !!!)
ปัจจุบัน ... เจ้าแม่ห้องน้ำหญิงชั้นห้า แห่งตึก A …ได้ถูกอัญเชิญ มาสถิต ณ ศาลใหม่ สวยงามริมน้ำ หลังตึก A แล้ว
หลังจาก ที่ต้องทนเซ็ง กับเด็กๆ วิศวะ มานานนับสิบๆ ปี .....
และ
.... ที่ข้าพเจ้า เขียนมามากมาย ...
มิได้มีเจตนา ลบหลู่ดูหมิ่น เจ้าแม่ฯ ท่านแต่ประการใด....
เพียงอย่า จะชี้ให้เห็นชัดๆ ว่า ...
ณ สมัยแรกๆ แห่งการก่อตั้ง
คณะวิศวกรรมศาสตร์ของพวกเรา นั้น ...
ทุกอย่างลำยาก ขัดสน ยากไร้ ยิ่งนัก ...
แม้แต่ “ผี” เอง ก็ยังลำบากสุดๆ ต้องอดทนสุดๆ เช่นกัน......
ดังนั้น ที่ข้าพเจ้าเขียนมาทั้งหมดนี้ ....ก็เพียงแค่อยากจะ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง
เพราะ เขียนแต่เรื่องเครียดๆ มาหลายตอนแล้ว ....
ก็สมควรที่เหล่าสมาชิก จะฟังเรื่องไร้สาระ ที่มีสาระ บ้าง ….
ด้วยประการทั้งปวง ....
วันนี้ ... ขอจบแต่เพียงแค่นี้ก่อน ....
อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้า มิอาจจะคาดเดาได้ว่า
เหล่า สมาชิก IE Story ….
อยากจะฟังเรื่อง “ผี” เหล่านี้ มากน้อยเพียงใด
เพราะ หากเป็นไปได้ ในโอกาสต่อไป
ข้าพเจ้า ก็คงจะพาท่านทั้งหลาย ... ไปสัมผัส ...
“เหล่าผีประจำตึก IE – ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล” ....
ดังนั้น ....
หากอยากให้เล่าต่อ ... ก็บอกมา นะ นะ นะ ... ...
คืนนี้ ... ใครมาอ่านหนังสือ ที่ตึก IE …ก็ขอให้โชคดีนะ ....
หุหุหุ ...
......................................................
คุณความดี ของเรื่องราวใน IE Story ทั้งหลายทั้งปวง
ขออุทิศให้แด่ทุกๆ ดวงวิญญาณทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้าเอ่ยอ้างถึง
ด้วยความเคารพ และ มิได้เจตนาลบหลู่ แต่ประการใดทั้งสิ้น.

๑๗ ความคิดเห็น:
ไหนบอกว่าไม่น่ากลัวไงคะ
กะลังอ่านอยู่ หมาหอนเฉยเลย
โอย...อ่าน แล้วหัวเราะท้องแข็งเลยนะเนี่ย!!!
เหอ ๆๆ . . พรุ่งกลับมาจากภาคเลยคร้าบบบ
พรุ่งนี้เจอแน่ ๆ ผี Measurement -..-
Z-H มาเยือน
รูปสุดท้าย น่ากลัวมากกกกกก
บรื๋ออออ.....
ผี มช.หรอ อิอิ...(^o^)
art zn
ระวังผีเด็กนะ.......
มีเป็น100ล้านที่ห้องใต้บันไดอะ
(พ่อออออออออออออ)
เจมส์ z7คนเยอะ
น้าๆๆๆ เห็นพ่อหนูใหม๋? พ่อเจมส์สสสสส
หนู๋อยู่บนโต๊ะปิงปองจะแห้งตายอยู่แล้ววว
นั่นดิเจมส์ ลูกๆแกคงคิดถึงแย่แล้วอะ กร๊ากๆๆ
อยากอ่านเรื่อง"เหล่าผีประจำตึก IE – ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล"
พี่เต่าช่วยเล่าต่อหน่อยนะครับ..สิทธิ์IE01
ช่วงนี้เพื่อนผม พี่ฟิลม์ 3Zn ก็ทำตัวเป็นผีเฝ้าภาคอยู่คร๊าฟ โทรหามานที่ไร อยู่ภาคทุกที งิงิ
xjapan zn6
ถึงเพื่อนกิจ IE01
เราจำเรื่องผีๆ ได้เรื่องหนึ่ง เมื่อประมาณปี
2540-2543 นับเป็นที่โจทย์จันท์กันนักแล
***ผีแอรั่ว***
เพื่ออนกิจจำได้ไหม?
ถ้าเพื่อนกิจจำไม่ได้ เพื่อนสิทธิ์และเพื่อนเนตรช่วยได้
ตั้ม IE01
ถึงเพื่อนๆIE01
ยังมีผีอีกตัวหนึ่งที่โด่งดังในรุ่นเรา
..ผีแขนเด็กไม่มีนิ้ว..(7.5นิ้ว)
จำกันได้ไหม ..สิทธิ์IE01
ถึงสิทธิ์ และเพื่อนๆ 01
เราจำได้แต่ผีเสาภาค 7.5 นิ้ว
ไม่รู้อันเดียวกันหรือเปล่า???
ตั้ม (ผีลาว)
โหยังขุดกันมาด้ายยย... ผีแอรั่วนี่ของจริงรึเปล่า? ตั้ม
ส่วนผีแขนเด็กนี่เริ่มมาจากที่สิทธิ์ไปเล่นน้ำตกใช่ไหม บอกแล้วว่า เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด อย่าเงยหน้าขึ้นไปดู 555
นี่ยังมีผีเฝ้า Blogด้วยรึเปล่าเนี่ย (จะมาเข้าสังกัดด้วยคน)
ผีอ้วนๆ
ไปพาดพิง เสาหลักภาค เด๋ยโดนเสาตีหัว หรอก
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
เราเตือนคุณแล้ว 5555
เพื่อนๆIE01 ผีแขนเด็กไม่มีนิ้ว กลับมาเที่ยวเมืองไทยแล้วนะ
กำลังร่ำๆว่าอยากนัดเจอเพื่อนๆช่วงวันที่ 24-26นี้
สถานที่และเวลาจะแจ้งให้ทราบอีกที
น้องๆคนไหนสงสัยว่าผีแขนเด็กไม่มีนิ้วเป็นอย่างไร ก็ขอเชิญมาร่วมวงได้นะครับ
แสดงความคิดเห็น