วันพฤหัสบดี, ตุลาคม ๔

ตอนที่ 65 : บันทึก ... เด็กแถวหลัง ... (2)

ขอเริ่ม ตอนต่อไปของ
"บันทึกเด็กแถวหลัง ... A Zback Story"
วรรณกรรมโดยนักเขียน นิรนาม .... ชาว Z7 ....

ก้าวแรกสู่สังเวียน...


ผมกำลังยืนงงอยู่ในห้องประชุม slope บนตึก 12 ชั้น เพราะไม่รู้จะเดินเข้าไปในแถวไหนดี ท่ามกลางบรรยากาศ วันสัมภาษณ์นักศึกษาใหม่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯลาดกระบัง ดูวุ่นวายเล็กน้อยถึงปานกลาง

แน่นอนว่า สภาพแวดล้อมใหม่ๆย่อมสร้างความตื่นเต้นให้กับน้องๆนักศึกษาเข้าใหม่อย่างพวกเรา


ผมเลือกเดินเข้าไปถามเพื่อนนักศึกษาสาวแสนสวยเซ็กซี่ ที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด ที่ผมคิดว่าเป็นนักศึกษาวิศวกรรมอุตสาหการ เธอตัดผมทรงบ๊อบเท ต่ำกว่าติ่งหูเล็กน้อย ใส่แว่นทรงคุณป้า ดูรวมๆแล้วเหมือนกับหลุดมาจาก แก๊งค์ทุบหม้อน้ำรถ เลียบทางรถไฟสามเสน นับว่าเป็นผู้หญิงคนแรกในลาดกระบังที่ผมเอ่ยปากพูดด้วย

โอวววว..พระแม่เจ้า.. มันช่างน่าประทับใจอะไรเยี่ยงนี้....

“เอ่อ....นี่....อุตสาหการปะคับ?”

เธอโปรยยิ้มพิมพ์ใจ และเอ่ยเสียงอ่อนหวาน เหมือน call center บริษัทมือถือยี่ห้อดังแห่งหนึ่ง

“ค่ะ ด้านบนเลยค่ะ”

ผมเดินขึ้นแถวบนด้วยความสยองใจเล็กน้อย พาตัวเองไปนั่งแถวหลังสุดกวาดตามองไปรอบๆตัว....
และสิ่งที่ผมได้เห็นคือบรรยากาศแรก ของวิศวะ อุตสาหการ ของเรา....



โน่น..หนุ่มจากแดนตะวันออกเฉียงเหนือสองคน กำลังนั่งคุยกันอย่างออกรส
อีกมุมหนึ่งสาวน้อยกระโปรงน้ำเงินสองนางนั่งหัวเราะคิกคักกันอยู่ ..
แถวที่ห้า สาวสวยผมยาว บนหัวมียางมัดผมหลากสี นั่งเท้าคางเหม่อคิดอะไรซักอย่าง
ข้างหลังนั้นดูเหมือนเป็นรุ่นพี่ที่ซิ่วมา ซึ่งภายหลังได้สถาปนาตนเองเป็นหนึ่งในจตุรเทพผู้ยิ่งใหญ่ (ต้องติดตาม)
ไกลออกไป หนุ่มแดนใต้นั่งเลือดกำเดาไหลอยู่ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไม)
พอหันกลับมามองข้างๆตัวผมนั้น เป็นหนุ่มอีสานอีกคน ใส่กางเกงสีน้ำตาล ผมรองทรง นั่งเจี๋ยมเจี้ยมหน้าตาตื่น เขากำลังหันมามองผมด้วยสายตาบ้องแบ้ว
ผมมองหน้าเขา แล้วตัดสินใจลองถาม เพื่อเป็นการชวนคุยแก้เบื่อไปด้วย....


“ดี มาจากไหนหลอ”
หนุ่มข้าวเหนียวยังมองผมนิ่ง หน้าตายังคง งงกะชีวิตตัวเองอยู่
(ซวยละสิกู นี่กูพูดรายผิดหูปะวะเนี่ย! ทำไมมันไม่ตอบวะ...หน้าโหดชิบ...) ผมคิด
แต่แล้วเขาก็ยิ้มออกมา สำหรับผม มันเป็นยิ้มที่จริงใจ และเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ ที่หาไม่ค่อยได้จากคนในเมืองกรุงที่รักแต่จะ ชิงดีชิงเด่น เหมือนสวมหน้ากากเข้าใส่กันตลอดเวลา
“นครพนม แล้วนายละ..”

มิตรภาพเล็กๆ เริ่มต้น จากบนเก้าอี้ตัวนี้ เรานั่งคุยบ้าง เงียบบ้าง เพราะไม่รู้จะคุยอะไรกันดี เดี๋ยวพูดมั่วซั่วผิดหูไป จะโดนจับดองยาเหมือนหมาซะเปล่าๆ ยิ่งมาจากนครพนมซะด้วย
ซักพักก็ถึงตาผมที่ต้องลงไปสัมภาษณ์กับอาจารย์ภาค อาจารย์ที่มาสัมภาษณ์เราใส่แว่น ผมเรียบแปล้ ผิวขาวๆแลดูสะอาดสะอ้าน ท่านอ่านเอกสารของผมซักพัก ก็เงยหน้าขึ้นมามองผม...


“จบมาจากเซนต์คาเบรียล หรอเนี่ย?”
“ใช่ครับ”
“จิงดิ ไม่น่าเชื่อนะ!?”
(มันแปลกตงไหนวะเนี่ย)
.....................................................
“เซนต์คาเบรียลเค้าโรงเรียนคุณหนูนี่”
“เอ่อ งั้นมั้งครับ”
“หน้าตาคุณดู ดงดิบ ดีนะ”(ขำ)
“ฮะๆๆ” (กรอด)
“ผมล้อเล่น”
“ -_- ”
.....................................................

“รูปนี้ถ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่”
“จบใหม่ๆครับ”
“ไม่เห็นเหมือนเลย”
“ก้อนานแล้วนะครับ”
“เปล่า ผมหมายถึง.. ไม่เห็นเหมือนคน”(ขำ)
“ฮ่ะๆๆ”(กรอด)
“ผมล้อเล่น”.....
.....................................................

แล้วท่านอาจารย์ผู้น่ารักท่านนี้ ก็ถามผมอีกหลายๆอย่าง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องส่วนตัวบ้าง เรื่องเรียนบ้าง เป็นการชวนคุยซะมากกว่า เป็นการตรวจสอบว่าเราสติดี พร้อมกับการเข้าเรียนมหาลัยรึเปล่า
แต่ผมว่าผมจะสติไม่ดีก็หลังจากคุยกับท่านเนี่ยแหละ

.....................................................

ถาม : แล้วคิดยังงัยมาเรียนลาดกระบังล่ะ?
ในใจ : ก็เอ็นติดที่นี่นิ
ตอบจริง : ที่นี่มีชื่อเสียงด้านวิศวกรรมศาสตร์น่ะครับ
.....................................................

ถาม : แล้วทำไมอยากเรียน วิศวะล่ะ?
ในใจ : ก็ไม่ติดหมออะ
ตอบจริง : สนใจสายนี้มาตั้งแต่ ม ปลายแล้วล่ะครับ
.....................................................

ถาม : พอรู้เรื่องเกี่ยวกับวิศวะ อุตสาหการ บ้างมั้ย?
ในใจ : ชิบหายละกู! ไม่รู้ส้นตีนอะไรเลย
ตอบจริง : ก็พอศึกษามาบ้างครับ
.....................................................

ถาม : คิดว่าจะเรียนรอดมั้ย?
ในใจ : เอ้า! ถามงี้...เดี๋ยวโบก
ตอบจริง : จะพยายามให้ถึงที่สุดครับ

ฯลฯ
.....................................................

“เอาล่ะ ขอบคุณมาก ขอต้อนรับสู่ IE นะ แล้วไว้เจอกัน”

มันเป็นคำพูดสั้นๆ แต่แสนยิ่งใหญ่ในความหมาย....
คำพูดที่แสดงว่าผมได้เข้าไปอยู่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหม่ ที่แสนอบอุ่น และสนุกสนาน....



ผมเดินออกมาริมทางรถไฟ

ที่พาดผ่านกลางสถาบัน อันเป็นสัญลักษณ์หนึ่งเดียวในประเทศไทย
รถไฟขบวน ฉะเชิงเทรา-กรุงเทพ ทะยานผ่านชานชาลา
พร้อมแผดเสียงหวูดก้องทักทายบรรดาน้องใหม่
ดอกชงโคงามบานสะพรั่งบนกิ่งใหญ่ ขยับลู่ลม
ราวกับจะพยักหน้าต้อนรับ และดีใจที่จะได้อยู่เฝ้าดูเด็กๆพวกนี้เติบโต
และกลายเป็นอีกบทหนึ่ง ของตำนานที่มีชีวิต ...
ณ สถานที่แห่งนี้.....

.....................................................

๓ ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คนแรกเลยตู (^o^)

ฮาหว่ะ....แค่เนี๊ยะแหละ..ขี้เกียจพิมพ์

ช๊อป..ชอบ...

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

นึกไม่ถึงว่ายังมีรุ่นน้องเราที่ ม.ปลายมาเรียนภาคเดียวกะเราด้วย 555

เซ็งต์กาบาล

Pay Z'07 กล่าวว่า...

ดีใจที่ได้เรียนห้องเดียวกันนะเว้ย ไอ้นักเขียนนิรนาม
ฮ่าๆๆๆๆ