ตามที่ข้าพเจ้า ได้ลงเรื่อง "บันทึก...เด็กแถวหลังมา"
ได้ 2 ตอน แบบขาดๆ วิ่นๆ ไม่ต่อเนื่อง ....
ด้วยเหตุผลทางสุขภาพ และ เหตุผลทางเทคโนโลยี ....
กล่าวคือ ช่วงสองสามวันนี้ .... blogspot งอแงมากๆ ....
เข้ายาก ... อีกทั้งเวลา upload ยิ่งยากมาก
กล่าวคือ ช้า.... หรือ บางที ก็หายสาบสูญ ไปในโลก cyber เลย ...
ดังนั้น ในวันนี้ จึงขอลงเรื่องนี้ รวดเดียวจบ ....
จาก
ตอนที่ 1 : บทนำ (ลงในวันที่ 27 กย.)
ตอนที่ 2 : ก้าวแรกสู่สังเวียน (ลงในวันที่ 4 ตค.)
ในวันนี้ คือ
ตอนที่ 3 : ปี1 ... ดึงเข้าดง
ตอนที่ 4 : ปี2 ... ลองเสียว
ตอนที่ 5 : ปี3 ... กามสุดสุด
ตอนที่ 6 : ปี4 ... ขี้กระจาย
อีกทั้ง .... ในตอนท้ายของทุกๆ ตอน ข้าพเจ้า ได้เลือกเอารูปของชาว ie ห้อง Z7 ... มาลงไว้
ซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องเท่าใดนัก
แต่ก็คือ ภาพบรรยากาศ / เหตุการณ์ / อารมณ์ / และความรู้สึกของข้าพเจ้า ณ ช่วงเวลานั้น ....
ดังนั้น ต้องขอขอบคุณ "ท่านผู้เขียน" มากๆ อีกครั้ง .....
ความจริง ... มีความในใจ ที่อยากจะพูด กับนักเขียนท่านนี้มากๆ .....
แต่ก็คงจะมีโอกาส ได้คุยกัน .... สักวันหนึ่งเป็นแน่แท้ ...
และ ท้ายสุด ก็ต้องขอขอบคุณ
ผู้อ่านทุกท่าน ... ที่ได้อดทนอ่าน
ทั้งๆ ที่อาจจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ หรือ ไม่รู้จักบุคคลเหล่านี้เลย
แต่ ขอให้ คิดว่า
นี่ก็ .... คือ ความทรงจำหนึ่ง ที่น่าจะคล้ายๆ กับความทรงจำของทุกๆ รุ่น ทุกๆ ห้อง
ข้าพเจ้า อยากจะให้พวกเราทุกคน ค่อยๆ อ่าน เรื่องนี้ ... ช้าๆ จนจบแล้ว ....
แล้วลองถามตัวเองดูว่า ....
ณ ช่วงเวลานั้นๆ ... ของ ชีวิตท่าน .....
ท่านคิดอะไรอยู่ .... ท่านมองอะไรอยู่ .... ท่านรู้สึก อย่างไร กับปรากฎการณ์รอบตัว ....
และ
ณ วินาทีนี้ ... "อะไรๆ" .... มันเปลี่ยนแปลงไป มากน้อยแค่ไหน ...
และ
ณ วินาทีนี้ ... "อะไร" .... ที่ไม่เคย เปลี่ยนแปลงเลย .....
คำตอบที่ได้ ....
คือ .... กุญแจ สู่ "ความสุขที่แท้จริง" ในชีวิตพวกเราทุกคน ....
..... กาลเวลา อาจเปลี่ยนไป ...
... แต่ความเป็น IE ... ไม่เคยเปลี่ยนไป ....
คิดถึงทุกคน .... นะ
สัปดาห์หน้า ....
ทุกๆ อย่าง ของข้าพเจ้าพร้อมแล้ว ....
ทั้งสุขภาพ ... อารมณ์ .... กำลังใจ ..... ไฟในใจ .....
และ เวลา .... เพราะตอนนี้ กำลังจะปิดเทอมแล้ว ....
พวกเรา ..... คงจะได้อ่าน อะไรสนุกๆ ต่อไป ...
รวมทั้ง เรื่องความคืบหน้าของ "งาน 10 ปี IE" ......
........................................................................
ตอนที่ 3 : ปี 1 ... ดึงเข้าดง“มึงเนี่ยนะ!! มาจากเซนต์คาเบรียล กูม่ายเชื่อว่ะ”
รุ่นพี่ปี 2 ที่แลดูเป็นฮิบปี้ผมยาวเฟื้อย หันมาถามผมด้วยความหน้าตาวอนเสียชีพมากๆ หลังจากดูบัตรนักเรียนของผม...
“กูว่าหน้ามึงน่าจะเรียนวัดราชาว่ะ” พลางหัวเราะ (เอ้า! กวนตีนแต่หัววันเลยนะสาด)
แต่อย่างว่า ช่วงนั้นผมต้องเรียน รด.ไปด้วย เพราะว่าผมเรียนม.ปลายแค่ 2แล้วเอ็นติดมาเลย ก็เลยต้องกลายไปเป็นเด็ก“เกรียน” อยู่ในหมู่นักศึกษาอยู่ปีนึงเต็มๆ
นั่นเป็นวันแรกของชีวิตที่ลาดกระบัง ทุกอย่างดูใหม่สำหรับผม และผมก็ไม่ค่อยจะชอบมันเท่าไหร่ ..
มีอย่างที่ไหนใส่เสื้อยืดสวมช็อปมาเรียนกางเกงยีนส์ซกมกๆ รองเท้าขาดๆ หน้ามันๆ ทรงผมแย่ๆ พี่นักศึกษาสาวๆที่เคยอยู่ในอุดมคติมันหายไปไหนหมด แถมยังมีรุ่นพี่บางคนไล่กดดันน้องให้เข้าห้องเชียร์ อีก
“บอกไปแร้วววววว นัดกี่โมงงงง มากี่โมงงงง”
ว๊ากเกอร์ที่หน้าตาน่ารัก เหมือนหมีแพนดาในช่วงติดสัดกำลัง พ่นน้ำลายลงเป็นน้ำตกไนแองการา รดหน้าเด็กปี 1 อย่างเมามัน
ทุกอย่างในห้องเชียร์ดูแย่มากๆสำหรับพวกเราในช่วงแรกๆ เพราะนอกจากต้องทนทุกข์ทรมาณในการโก่งคอตะเบ็งเพลงเชียร์แล้ว ยังมีพี่ว๊ากเกอร์บางคน“แอบตด” ในห้องเชียร์ ให้ทรมาณใจเล่น แถมมิใช่เป็นการ“แอบตด”แบบธรรมดา แต่เป็นการแอบตดขนาด“ยีนส์กระพือ”เลยทีเดียว
พอน้องๆบางคนขำ ก็จะถูกพี่ๆตัวดำๆหุ่นบั้มๆตะโกนถาม
“ขำไร กานนนน!!”
น้องๆก็คงอยากตอบว่า “เอ้า!! นี่มึงไม่รู้หรอเนี่ยย!”
แต่พอผ่านไปซักพัก พวกเราก็เริ่มชินและรับได้(แต่เรื่องตดนี่รับไม่ได้) และได้รู้ว่า พวกเขาทำไปเพื่อหล่อหลอมน้องๆให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ให้เศษเหล็กที่อยู่กระจัดกระจายทั้งหลาย ละลายกลายเป็นเกียร์ชิ้นเดียวกัน ซึ่งมันก้อได้ผลดีโดยที่เราไม่รู้ตัว ผมได้เห็นจนชินตา ซึ่งเมื่อก่อนนี้ไม่เคยได้เห็นในชีวิต ม.ปลาย กับภาพที่เพื่อนประคองเพื่อน ผู้หญิงหิ้วปีกผู้ชาย ทุกคนกอดคอกันร้องเพลง กอดคอกันรับโทษ ...กอดคอใช้ชีวิตร่วมกัน... กอดคอกัน หลั่งน้ำตา
และแล้วการเชียร์ก็จบลง..หมีแพนดาติดสัดต่างๆก็กลายร่างกลับมาเป็นพี่ๆที่หล่อเหลา...
ชีวิตก็ดูว่างๆ เรียนเสร็จก็มานั่งล้อมวงกินขนมปังปิ้งกับนม ฟังพวกพี่ๆนั่งโม้นู่นโม้นี่ไปตามประสาพวกเห่อน้องๆ บางวันว่างจัดๆก็ไปหยอดตู้บริจาค เอาขนมปังเน่าๆมาโยนให้ปลากินที่บ่อน้ำข้างตึกโทร ประมาณว่าหยอดไปบาทนึงหยิบมา 4 ถุงใหญ่ โปรยไปโปรยมากลายเป็นว่าแข่งกันร่อนแผ่นขนมปัง จนน้ำเกือบเน่า ปลาเกือบเดี้ยงกันยกบ่อ..
นับวันผ่านไปผมเริ่มรู้สึกดีกับที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ ผมเพิ่งรู้ตัวว่า วันแรกที่ผมรู้สึกแปลก หาใช่เป็นเพราะคนที่นี่แปลก แต่เป็นตัวผมต่างหากที่แปลก เด็กน้อยผู้เคยอาศัยอยู่ในไข่เล็กๆ 2 ใบที่ชื่อว่า“บ้าน”กับ“โรงเรียน” กำลังโผล่หัวออกมาสู่โลกกว้าง ยิ่งผมปรับตัวกับสังคมใหม่ๆได้มากเท่าไหร่ ความกวนตีนของผมก้อมากขึ้นเรื่อยๆเหมือนกัน เริ่มเข้าเรียนสาย ใส่เสื้อยืด กางเกงสามส่วน กะรองเท้าแตะสีส้มสะท้อนแสง เข้าไปนั่งเรียนแถวหน้าใน slope ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไปทำปลาช่อนอะไร รู้แต่ว่าอยากทำ ได้แอบกินข้าวเหนียว ส้มตำ ต้มแซบ กะเพื่อนหลังห้องเรียน ทุกๆอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเป็นของแปลกใหม่ ที่ไม่เคยหาได้จากที่ไหน ผมได้กินเหล้าครั้งแรกตอนรับน้อง...และลงไปอ้วกจนจูบถนนครั้งแรกในคืนวันก่อนวันสอบ final วิชา Drawing ได้ไปพิสูจน์ผีครั้งแรกในชีวิตที่ตึกเรียนที่เฮี้ยนที่สุดในลาดกระบัง แต่ก็ไม่เจออะไร เพราะไปกันเกือบ 20 คน แถมไอ้ 20 คนนั้นแม่ง เมาหมดเลย...ผีออกมาหลอกมึงก็บ้าแล้วละ..ที่ไม่น่าเชื่ออย่างแรงก็คือ ผมหัดมอเตอร์ไซด์ครั้งแรกโดยให้เพื่อนผมสอน โดยที่ผมไม่ได้บอกใครเลยว่าผมยังขี่จักรยานไม่เป็น คงเป็นคนเดียวในประเทศไทยที่ขี่มอเตอร์ไซด์เป็นก่อนจักรยาน ผมตั้งใจเรียน ตั้งใจเล่น และก็ตั้งใจเมา อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างหลังนี่ตั้งใจเล่นเป็นพิเศษ - -
ทุกๆอย่างเริ่มต้นที่นี่ ที่ๆอบอวลไปด้วยคำว่า "มิตรภาพ "
ทุกๆวันผมนั่งหลับบนรถไฟด้วยความเหนื่อยล้า แต่หัวใจพองโต ลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างได้พัดเอาความสุขความทรงจำของผมย้อนกลับไปที่ลาดกระบังหมดแล้ว....
...... เล่าด้วยรูป ปี 1 ..... โดยพี่เต่า
7 มิย. 2546 .... วันปฐมนิเทศ ....
วันแรกๆ ของนศ. ie รุ่น Z7 ...
ทุกๆ คน ดูท่าทางเด๋อๆ ด๋าๆ สายตาหวาดระแวง ....
ทุกๆ คน ดูท่าทางเด๋อๆ ด๋าๆ สายตาหวาดระแวง ....
เพราะถูกรุมล้อมด้วยพี่ๆ ที่สายตาหื่นๆ ...
ทำไม ... พวกเด็กผู้หญิง หน้าตาบ้านๆๆๆๆๆ มากๆๆๆๆๆ
ขอย้ำ .... บ้านมากๆ .... ขอบอก ...

พอปฐมนิเทศเสร็จ ....
ข้าพเจ้าก็มานั่งเล่นหน้ากระไดตึก
มีนาย "ชัยหมา Z4" .... นั่งรับใช้ เยี่ยงทาสที่ซื่อสัตย์
ส่วนเด็กชาย หน้าใหม่สองคน หน้าตาแอ๊บแบ๊วจิงๆ ...
ชื่อ "ท่านตั๊ง" และ "ท่าน bad boy" .....
ซึ่งจัดได้ว่า ทั้งคู่ เป็นผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด
ในช่วง 4 ปี ที่ IE .....
ตอนเย็นๆ ก็มาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อเตรียมไปซ้อมเชียร์ ....
อีกทั้ง ยังมีการวอร์มเสียง .... ยังให้พี่ๆ ช่วยติวการร้องเพลงเชียร์ด้วย ....
น่ารักจิงๆ ... สายเลือดชงโค แรงจัด .....
พวกเด็กปีหนึ่ง มักจะกระจุกตัวตามม้าหิน
แบบว่า เหนียมๆ อายๆ ไม่กล้าขย้ำใส่อาหารมากมายนัก .....
คนซ้ายมือสุด ... she แรงสุดๆ ....
ปัจจุบันเป็นดารานัก post ความคิดเห็นประจำ ie story blog ...
ชื่อ ... เจ๊นก Z7 .....
สงสัยจังว่า ทำไมคนชื่อ "นก" ที่อยู่ IE ...
ต้องมีลักษณะ อวบๆ แรงๆ ทุกคน ..... ใครรู้ตอบหน่อย
เจ๊นก-Z3 / เจ๊นก-Z7 และ ล่าสุด ... แรงสุดขีด เจ๊นก-Z9
.... ว่างๆ จะเขียน ตำนาน "เจ๊นก" แบบมันๆ สักตอน .....
.... ว่างๆ จะเขียน ตำนาน "เจ๊นก" แบบมันๆ สักตอน .....
ต้องไม่ลืม ... "ป้านก" ... ซุ้มโค้กด้วย ....
รายนี้แรงแบบเฮี้ยนสุดๆๆ ...
....... จบ ปี 1 .........
...........................................................................................
ตอนที่ 4 : ปี 2...ลองเสียว
กรู๊ววววว!!
น้องๆเข้ามาน่าร๊ากก ทั้งนั้นเลย ผมเพิ่งรู้ว่าการได้นั่งมองพี่ๆว๊ากหมีแพนดา ยืนพ่นน้ำลายใส่น้องๆ มันช่างเป็นความสุขสุดยอดของรุ่นพี่ทุกๆคน ตอนที่ 4 : ปี 2...ลองเสียว
กรู๊ววววว!!
ผมนั่งกินขนมกระดิกเท้า พลางคุยกับเพื่อน ขณะที่ฟังรุ่นพี่บางคนที่อินกับการเข้าเชียร์มากไป กำลังสาธยายเรื่องน้ำเน่าราวกับละครไทยยุคซิตี้ ที่ผมฟังมาจนเบื่อตอนปี 1 ให้น้องๆหน้าตาบ๊องแบ๊ว ซึ่งบางคนก็เกรียนจนน่าตบเกรียน นั่งฟังกันอย่างตั้งใจ พอขึ้นปี 2 แล้วหลายอย่างเปลี่ยนไป ผมต้องแยกเข้าภาคเรียน ต้องเจอเพื่อนใหม่ๆ ซึ่งแรกๆผมไม่ชอบเลยเพราะช่างแตกต่างจากเพื่อนของผมกลุ่มเดิมนัก
พอได้เป็นพี่คน...พวกเราก็บ้ากันสุดๆ แถวบ้านผมเรียกจันไร นั่นแหละ
ผมทำหลายๆ อย่างที่ผมไม่คิดว่าจะได้ทำ และจะกล้าทำ เพราะมันบ้าระห่ำสุดๆ ครั้งหนึ่งผมเคยขับมอเตอร์ไซด์กลับมาที่โต๊ะกินเหล้า หลังออกไปซื้อน้ำแข็ง ที่พักเท้าไปชนตกไม้อย่างจัง จนเลือดสาดกระจายออกจากนิ้วเท้าผม เนื้อที่นิ้วนางฉีกออกมาห้อยต้องแต่ง แต่ผมก็ยังคงนั่งกินเหล้าต่อไปอย่างนั้น จนรุ่งเช้าเพื่อนต้องพาส่งโรงพยาบาลเพราะผมหนาวและไข้ขึ้นขึ้นเนื่องจากเสียเลือดมากไป
อีกครั้งหนึ่ง ผมเมาแล้วแข่งมอเตอร์ไซด์กับเพื่อนบนทางเลียบข้างทางรถไฟ เอาเท้าขึ้นมายันแฮนด์ทั้ง 2 ข้าง แล้วปล่อยมือ..... ผมรู้สึกใจหาย และนึกขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ผมรอดชีวิตจากการกระทำที่โคตรโง่ทั้งหลายของผมมาได้ การกินเหล้าสมัยนั้นโหดเหี้ยมมากเมื่อเทียบกับปัจจุบัน กินกันตั้งแต่เย็นจนถึงเช้าอีกวันหนึ่ง ประมาณว่าพระเดินมาบิณฑบาต พวกเด็กเปรตนี่ยังนั่งกินเหล้ากันอยู่เลย.. โส โส โส....
นับว่าเป็นช่วงเวลาที่บ้าคลั่ง และเลวร้าย แต่ถึงจะระห่ำอย่างไรผมก้พอจะสามารถเอาตัวรอดในการเรียนได้แม้จะได้ไม่ดีนัก วงจรอุบาทว์นี้ยังคงดำเนินต่อไป ทุกวันผมนั่งหลับๆตื่นๆ บนรถไฟ กลับบ้าน ด้วยความอ่อนเพลีย และเหน็ดเหนื่อย จนกระทั่ง ครั้งหนึ่งขณะที่หัวผมกำลังโคลงเคลงอยู่บนที่นั่งรถไฟ สายตาผมก็ไปสะดุดกับเธอ....
เธอกำลังนั่งเม้าท์อย่างออกรสน้ำลายแทบฟูมปากอยู่กับชาวแก๊งค์ ตากลมโตนั้นกระพริบถี่ยิบ ผิวขาว จนผมสงสัยว่าเป็นคนหรือหลอดนีออน ผมนั่งมองเธอจนชบวนรถเข้าเทียบชานชาลา นึกขำเพราะนั่งสังเกตมาตลอดว่าเธอไม่ได้หยุดพูดเลยซักคำเดียวตั้งแต่รถออกมาจากลาดกระบัง เธอหันมาสบตาผมแวบหนึ่ง..ขมวดคิ้วนิดหน่อยพลางยิ้มที่มุมปาก
นับว่าเป็นช่วงเวลาที่บ้าคลั่ง และเลวร้าย แต่ถึงจะระห่ำอย่างไรผมก้พอจะสามารถเอาตัวรอดในการเรียนได้แม้จะได้ไม่ดีนัก วงจรอุบาทว์นี้ยังคงดำเนินต่อไป ทุกวันผมนั่งหลับๆตื่นๆ บนรถไฟ กลับบ้าน ด้วยความอ่อนเพลีย และเหน็ดเหนื่อย จนกระทั่ง ครั้งหนึ่งขณะที่หัวผมกำลังโคลงเคลงอยู่บนที่นั่งรถไฟ สายตาผมก็ไปสะดุดกับเธอ....
เธอกำลังนั่งเม้าท์อย่างออกรสน้ำลายแทบฟูมปากอยู่กับชาวแก๊งค์ ตากลมโตนั้นกระพริบถี่ยิบ ผิวขาว จนผมสงสัยว่าเป็นคนหรือหลอดนีออน ผมนั่งมองเธอจนชบวนรถเข้าเทียบชานชาลา นึกขำเพราะนั่งสังเกตมาตลอดว่าเธอไม่ได้หยุดพูดเลยซักคำเดียวตั้งแต่รถออกมาจากลาดกระบัง เธอหันมาสบตาผมแวบหนึ่ง..ขมวดคิ้วนิดหน่อยพลางยิ้มที่มุมปาก
ผมรีบหันหลังลงรถ เดินไปพลางคิดว่า... “ดอกฟ้า หมาวัด ชัดๆ”
หลังจากได้นั่งฟังเรื่องราวของเธอจากเพื่อนๆที่นั่งรถไฟด้วยกัน ถึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่“ดอกฟ้า หมาวัด”แต่เป็น“ดาวเทียมไทยคม กับขี้เล็บขบของหมาวัด”อีกที... ผมจึงไม่ได้สนใจอะไรกับเธอมากนัก จนวันนึงเพื่อนผมก็เข้าไปทำความรู้จักกับเธอ และโดยไม่คาดคิดเธอก้อพูดถึงผมที่ยืนเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ไม่ไกลขึ้นมาว่า “แล้วคนนั้นชื่ออะไรอะ อยากคุยด้วย” ..ช๊อคซินิม่าสโค๊ท สิครับ ขนทุกส่วนผมหดกระตุกอย่างรุนแรง ตั้งแต่วินาทีนั้นมา สำหรับผม ทุกอย่างบนรถไฟเป็นสีชมพู เบาะก้อชมพู ประตูก้อชมพู หน้าเธอก้อชมพู เสื้อในเธอก้อชมพู (เฮ้ย!!ยัง) โถส้วมก้อชมพู ขี้ก้อสีชมพู ไข่วัวที่อยู่ในทุ่งข้างทางยังเป็นสีชมพู
และแล้วผมก้อได้รู้จักกับเธอ ยิ่งกว่าอภินิหารจตุคามรามเทพ ผมสนิทกับน้ำมากขึ้น ผมได้คุยกับน้ำทุกวัน ได้เดินไปส่งที่บ้านน้ำทุกวัน ได้ไปดูหนังกัน ต่อมาเราก้อคบกัน และแล้วเครื่องบินก้อบินต่ำลงมาเรื่อยๆ เพราะ สุวรรณภูมิกำลังจะเสร็จ หมาวัดอย่างผมก้อจะตะกายขึ้นเครื่องบินได้ง่ายหน่อย
..แน่นอน..ดุจละครหลังข่าว สาวๆน่ารักไหนเลยจะคบกันหนุ่มวิศวะ โสๆได้นานผมรู้ตัวว่าทำตัวแย่มาก เมาเยี่ยงสุนัข ไม่ค่อยสนใจเธอ เพราะในหัวผมมีแต่คำว่าเพื่อน เพื่อน และก็เพื่อน คงเป็นเพราะว่าผมยังเด็กนัก ไม่พร้อมสำหรับการจะมีความรัก..และแล้ว..เครื่องบินลำน้อยที่ลงมาจอดเกลือกกลิ้งกลอกกับเศษเถ้าธุลีมานาน ก็ถึงคราวที่มันจะทะยานกลับไปบนฟ้า ไปยังที่อยู่ของมัน..........
ความรักบทเล็กๆบทนึง เริ่มขึ้นและ จบไปอย่างง่ายดาย บนโบกี้รถไฟแห่งนี้ ......
มืดแล้ว...แม้แสงจากหลอดไฟยังสว่างแต่รอบตัวทำไมดูมืดมิดนัก...ลมที่ผ่านรถไฟขบวน ฉะเชิงเทรา-หัวลำโพง พัดเอาเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะของคนทั้งขบวน และความเศร้า เหงาหงอยของชายที่นั่งอยู่ท้ายขบวน กระจายหายไปในความมืดมิด ข้างทาง...
...... เล่าด้วยรูป ปี 2 ..... โดยพี่เต่า


ถ่ายในงานรับน้อง .... ปี 2547 ณ กาญจนบุรี ...
จำได้ว่า ฝนตกหนัก ทำกิจกรรมอะไรไม่ได้เลยตลอดบ่าย ....
ต้องเต้น "ไก่ย่าง" ไปเรื่อยๆ แบบ ไร้จุดหมาย .....
ณ บ้านพัก ข้าพเจ้า ..... จึงเปิดเป็น studio ถ่ายรูป ...
ต้อนพวกปี 2 มาทีละกลุ่ม ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ....
.... ตอนที่ถ่าย ไม่คิดอะไรมาก .... เฮฮาไปเรื่อยๆ ....
.... ตอนที่ถ่าย ไม่คิดอะไรมาก .... เฮฮาไปเรื่อยๆ ....
แต่พอเวลาผ่านไป หลายๆ ปี .... เช่น ณ วินาทีนี้ พอย้อนกลับมาดูรูป ....
... มันสุดจะบรรยายจริงๆ .... อารมณ์มันตื้นๆ ตันๆ ไปหมด ...
เรื่องราว ในภาพ .... มีมากมายเกินบรรยาย .....
... เฮ้อ ...
ณ ห้องพี่ต้อม ..... บรรยากาศแบบนี้ .... ไม่มีอีกแล้ว ...
คิดถึงทุกคน ... รวมทั้งพี่ต้อมด้วย ....
เตรียมจัดซุ้มเกมส์ งานลอยกระทง ...
เวลามีงาน จุดประจำที่รุ่นนี้ยึดครอง คือ จุดนี้ .... บนทางเดินข้างตึกเรา
พบได้ทุกๆ งาน ....
....... จบ ปี 2 .........
....... จบ ปี 2 .........
...........................................................................................
ตอนที่ 5 : ปี 3 ... กามสุดสุด
" จาน เที่ยวปะ? "
ป๋ากิ่งถามผมขณะเดินออกจากห้องเรียน
กิ่ง เป็นคนมหาสารคาม มันเป็นเจ้าพ่อแห่งความฝัน คือมันฝันทุกอย่าง ทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ แต่มันก้อรั้นที่จะฝัน ผมชื่นชมกิ่งเพราะมันมีความมุ่งมั่นที่จะทำตามฝันของมัน
กิ่ง เป็นคนแรกๆในภาคอุตสาหการที่ผมรู้จัก ในตอนแรกผมไม่ค่อยจะชอบเพื่อนในภาคมากนัก แต่อยู่ไปอยู่มากับสนิมกะพวกมันจนหมดใจ บางทีอาจเป็นเพราะนิสัย (สันดาน) เหมือนๆกัน เลวเหมือนกัน ขี้เกียจเหมือนกัน บ้าหม้อเหมือนกัน (อันนี้ผมไม่เกี่ยวนะ) ทุกวันที่เข้าเรียนพวกเราจะนั่งอยู่ข้างหลัง จนชาวบ้านเขาเรียกว่า Z-back เป็นการรวมตัวของเหล่าคนชั่วอย่างมิได้นัดหมาย แต่ก็ใช่ว่าจะรวมตัวกันในเรื่องไม่ดีอย่างเดียว พวกเราช่วยกันเรียน ช่วยกันอ่านหนังสือ ช่วยกันติว ช่วยกันหลีหญิง (อันนี้ผมก็ไม่เกี่ยวนะ) ช่วยกันกินเหล้าเวลามันเหลือ ช่วยปล่อยเงินกู้เวลาเพื่อนขัดสน ....
ผมรู้สึกสบายใจเวลาอยู่กะพวกมัน ผมจึงได้รู้ว่ามีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความรัก นั่นก้อคือมิตรภาพ ...มีคนที่สำคัญกว่าผู้หญิงที่เราชอบ นั่นก้อคือมนุษย์ผู้ชายที่เรียกว่า “เพื่อน” ...
ผมรู้สึกสบายใจเวลาอยู่กะพวกมัน ผมจึงได้รู้ว่ามีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความรัก นั่นก้อคือมิตรภาพ ...มีคนที่สำคัญกว่าผู้หญิงที่เราชอบ นั่นก้อคือมนุษย์ผู้ชายที่เรียกว่า “เพื่อน” ...
อาจารย์ที่ภาคทุกคน ก้อน่ารัก และเป็นมากกว่าอาจารย์ เป็นเหมือนพ่อ เหมือนพี่ และเหมือนเพื่อน ถึงแม้จะตบหัวไม่ได้ก้อตาม อาจารย์ผู้น่ารักที่สัมภาษณ์ผมตอนเข้าเรียน ก็ยังคงรักษาความ“น่ารัก”ไว้ได้อย่างสม่ำเสมอตลอด 3 ปี ผมใช้ชีวิตส่วนตัวอยู่กะเพื่อน จนลืมไปว่านี่ก้อปีสามแล้วยังหาแฟนกันไม่ได้เลย
แต่นั่นก้อไม่ใช่สิ่งสำคัญ ขอแค่มีรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะทุกวันอยู่กะเพื่อน ก้อน่าจะพอ.. ..
ผมเคยนั่งคิดว่าผมคงพลาดไปหลายๆอย่างหากไม่ได้เจอเพื่อนๆของผมพวกนี้
...คงไม่เคยเห็นคนเมา เดินไปอ้วกไป (สามารถมาก)
...คงไม่เคยเห็นคนนอนอ้วก เหมือนปลาวาฬ
...คงไม่เคยเห็นไอ้คนบรรทัดบน ตื่นเช้ามาบอกว่า...กูไม่ได้เมา
...คงไม่เคยรู้ว่าข้าวต้มกุ๊ยข้างถนน อร่อยกว่าภัตตาคารบางที่
...คงไม่เคยรู้ว่าหอหนึ่งหอสามารถบรรจุได้ “12คน”
...คงไม่เคยได้นั่งรถถัง (ของเพชร)
...คงไม่เคยรู้ว่าที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น...“นอนได้”
...คงไม่เคยเห็นรุ่นน้องนั่งอ้วกไปพูดไปว่า “ยังไหวพี่”
...คงไม่เคยเห็นคนเอา มอเตอร์ไซด์ไปพาดคอสะพานเล่นๆ
...คงไม่รู้จักคำว่าโส...
...คง.....
ชีวิตผมเรียบง่ายมากขึ้น ทิ้งความชั่วร้ายทั้งหลายไว้เบื้องหลัง หันมาตั้งใจเรียน(จริงหลอ) และตั้งใจเล่นกะเพื่อนอย่างเต็มที่ ....
...คงไม่เคยเห็นคนเมา เดินไปอ้วกไป (สามารถมาก)
...คงไม่เคยเห็นคนนอนอ้วก เหมือนปลาวาฬ
...คงไม่เคยเห็นไอ้คนบรรทัดบน ตื่นเช้ามาบอกว่า...กูไม่ได้เมา
...คงไม่เคยรู้ว่าข้าวต้มกุ๊ยข้างถนน อร่อยกว่าภัตตาคารบางที่
...คงไม่เคยรู้ว่าหอหนึ่งหอสามารถบรรจุได้ “12คน”
...คงไม่เคยได้นั่งรถถัง (ของเพชร)
...คงไม่เคยรู้ว่าที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น...“นอนได้”
...คงไม่เคยเห็นรุ่นน้องนั่งอ้วกไปพูดไปว่า “ยังไหวพี่”
...คงไม่เคยเห็นคนเอา มอเตอร์ไซด์ไปพาดคอสะพานเล่นๆ
...คงไม่รู้จักคำว่าโส...
...คง.....
ชีวิตผมเรียบง่ายมากขึ้น ทิ้งความชั่วร้ายทั้งหลายไว้เบื้องหลัง หันมาตั้งใจเรียน(จริงหลอ) และตั้งใจเล่นกะเพื่อนอย่างเต็มที่ ....
แต่หารู้ไม่...ว่ามรสุมแห่งความบ้าคลั่งจะหวนกลับมา....Z-back กำลังก่อร่างสร้างตัวอย่างรวดเร็ว สมาชิกในกลุ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งพวกที่สมัครใจ และพวกที่ถูกกล่าวหา เริ่มแผ่อิทธิพลออกไปอย่างกว้างขวาง ประธาน Z-back ฯพณฯท่านกฤตที มีอุดมการณ์ ที่“โส” อย่างเห็นได้ ชัด...ความวุ่นวายจะบังเกิดในอีกไม่นานต่อจากนี้........
คืนนั้นผมอยู่คนเดียว.. เพื่อนทุกคนไปเที่ยวผับกันหมด
ผมคิดว่าผมเป็นคนเดียวที่ไม่ค่อยได้ไปผับกับเพื่อนเลยตั้งแต่ ปี 1 เพราะ อายุยังไม่ถึง 20 ปี ผมขี่จักรยานเล่นอยู่ในสถาบัน พลันมาจอดที่ริมทางรถไฟ..
รถไฟขบวนฉะเชิงเทรา-หัวลำโพง แล่นทะยานผ่านหน้าผมไปในความมืด ผมมิได้ได้ยินแค่เสียงเครื่องจักรรถไฟเท่านั้น มันยังปะปนกับสายลมแห่งความสุขและความทรงจำ ของพวก ปี 1 , 2 อบอวลอยู่ในรั้วลาดกระบังแห่งนี้....ผมมองตามจบลับตา ยิ้มอย่างเป็นสุข และปั่นจักรยานกลับหอ...
...... เล่าด้วยรูป ปี 3 ..... โดยพี่เต่า
...... เล่าด้วยรูป ปี 3 ..... โดยพี่เต่า
ปีสามแล้ว .... เวลาผ่านไปเร็วยิ่งนัก ... และแน่นอน .... ที่ประจำเจ้าเก่า คือ "เบียร์ช้างงงง" นั่นเอง ....
คือ .... ฟาร์มโชคชัย ....
จำได้ว่า .... วันนั้น....
อดหลับอดนอน เรื่อง pre project ....
แต่ก็ยังแข็งใจ ไปเที่ยวฟาร์มโชคชัยกัน .....
น่าจะเป็นการแข่ง pre-project ..... (ซึ่งปัจจุบัน ไม่มีแล้ว ....)
ทั้งโหด .. ทั้งมันส์ ... ทั้งฮา ....
ดูจากหน้าตาทุกคน คงจะบอกอารมณ์ นี้ได้ดี ....

เช่น ในภาพ คือ การไปเยาวราชยามวิกาล / การไปเที่ยวเกาะเสม็ด ...
พร้อมๆ กับการเริ่มสถาปนา... องค์กรลับ ... Zback ....
....... จบ ปี 3 ........
....... จบ ปี 3 ........
............................................................................................
ตอนที่ 6 : ปี 4 ...ขี้กระจาย
“โสโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”
คำนี้จะได้ยินบ่อยมากตั้งแต่ผมขึ้นเป็นพี่ใหญ่ ของสถาบัน
คำนี้จะได้ยินบ่อยมากตั้งแต่ผมขึ้นเป็นพี่ใหญ่ ของสถาบัน
โส..อาจหมายความได้หลายอย่าง เช่น โสโครก โกโรโกโส แต่โดยรวมแล้วประมาณว่ามัน “ แย่ ”
ผมย้ายมาอยู่หอ เพราะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำโปเจค ซึ่งนั่นก้อได้รับการพิสูจน์ในเวลาต่อมาว่ามันเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อจะอยู่หอกินเหล้ากัน -*- ..ตอนนี้เมฆหมอกแห่งความเลวร้ายได้แผ่ขยายอย่างเต็มที่แล้ว
Z-back สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นองค์กรที่ถูกต้องตามกฎหมาย เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เป็นองค์กรอิสระ ไม่ขึ้นต่อใครทั้งสิ้น (เพราะไม่มีใครเอา) มีกิจกรรมหลักขององค์กรคือ “ไม่ทำอะไรเลย”เพราะขี้เกียจ แต่มีอิทธิพลคลอบคลุม เป็นที่รู้จักกันทั้งภาค การจะจัดงานใดๆต้องขอความเห็นชอบ จาก Z-back ประธาน ZB คือฯพณฯท่าน กฤตธีผู้ยิ่งใหญ่ หน้าที่ของประธาน ZB คือ..เป็นเฉยๆ ..เป็นไปยังงั้นเอง ไม่ได้มีอำนาจใดๆทั้งสิ้น เป็นเบ๊ของเพื่อนๆ มีหน้าที่กล่าวให้โอวาทในงานต่างๆซึ่งแน่นอนว่าฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง มีหน้าที่รับส่งเพื่อนเนื่องจากมีรถ ต้องเข้าเรียนแทนเพื่อน ซีร็อคตำราให้เพื่อน ฯลฯ
...สมาชิกองค์กรมีถึง 13 คนนับว่าเกือบทั้งหมดของปริมาณผู้ชายในภาค อันได้แก่ ท่านประธานกฤตที, เสธ.วุด ,เอก ,กิ่ง ,เพียว ,วิน ,กั๊ป ,บอย ,รุด ,เพชร , วี ,เด๊ะ ,นิว ซึ่งแต่ละคนก้อต้องยอมรับว่าไม่มีใครเลย ที่ไม่ “โส” เพียงแต่จะโสในลักษณะไหนเท่านั้นเอง สำหรับตัวผมนั้นก้อได้มาอยู่หอกับ เอก และ วิน ...เอกเป็นเพื่อนที่ดีของผมคนนึง เอกเปนคนง่ายๆ...กินง่าย..นอนง่าย..เมาง่าย..และใจง่าย ผมสนิทกะเอก เพราะว่าได้มาอยู่หอด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน นอนด้วยกัน และเอาตูดกัน...โส ไม่ใช่เว้ยยยย !! จนบางครั้งคนสงสัยว่า มึงสองคนเปนคู่เกย์รึปร่าว แต่ความจิงแล้วเราสองคนก้อไม่มีความคิดจังไรแบบนั้น และยังชอบผู้หญิงอยู่ ส่วนเพื่อนวินนั้นก้อเปนคนดีอีกคนนึง ดีจนผมกับเอกเกรงใจ ผมรู้สึกดีที่ได้มาอยู่หอที่นี่
และแล้วเรื่องราวอันน่าจดจำก้อได้ไหลพรั่งพรูเข้ามาในชีวิตพวกเราเหมือนทำนบแตกทั้งที่หอและที่ห้องเรียน มันมากมายเทียบเท่ากันกับสามปีที่ผ่านมาที่เราไม่ได้สนิทกัน
...สมาชิกองค์กรมีถึง 13 คนนับว่าเกือบทั้งหมดของปริมาณผู้ชายในภาค อันได้แก่ ท่านประธานกฤตที, เสธ.วุด ,เอก ,กิ่ง ,เพียว ,วิน ,กั๊ป ,บอย ,รุด ,เพชร , วี ,เด๊ะ ,นิว ซึ่งแต่ละคนก้อต้องยอมรับว่าไม่มีใครเลย ที่ไม่ “โส” เพียงแต่จะโสในลักษณะไหนเท่านั้นเอง สำหรับตัวผมนั้นก้อได้มาอยู่หอกับ เอก และ วิน ...เอกเป็นเพื่อนที่ดีของผมคนนึง เอกเปนคนง่ายๆ...กินง่าย..นอนง่าย..เมาง่าย..และใจง่าย ผมสนิทกะเอก เพราะว่าได้มาอยู่หอด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน นอนด้วยกัน และเอาตูดกัน...โส ไม่ใช่เว้ยยยย !! จนบางครั้งคนสงสัยว่า มึงสองคนเปนคู่เกย์รึปร่าว แต่ความจิงแล้วเราสองคนก้อไม่มีความคิดจังไรแบบนั้น และยังชอบผู้หญิงอยู่ ส่วนเพื่อนวินนั้นก้อเปนคนดีอีกคนนึง ดีจนผมกับเอกเกรงใจ ผมรู้สึกดีที่ได้มาอยู่หอที่นี่
และแล้วเรื่องราวอันน่าจดจำก้อได้ไหลพรั่งพรูเข้ามาในชีวิตพวกเราเหมือนทำนบแตกทั้งที่หอและที่ห้องเรียน มันมากมายเทียบเท่ากันกับสามปีที่ผ่านมาที่เราไม่ได้สนิทกัน
พวกเราได้ทำทุกๆอย่างที่บางครั้งคิดว่ามนุษย์ปกติเขาไม่ทำกัน ทุกๆอย่างจริงๆ
ไม่ว่าเรื่องสุดยอดมหาตำนานระดับ 7 กระโหลกจนต้องมอบรางวัล “เมาเต็มที่ ขี้เต็มบ้าน” (ไม่ขอเอ่ยนาม)
บางคนเมาแล้วเอาหัวโขกพื้นเล่นเย็บ13 เข็ม
บางคนสามารถโทรศัพท์ในน้ำได้
บางคนก็ดันไปชอบเพื่อนตัวเองบ้าง ชอบรุ่นน้องบ้าง จนถึงขั้นสารภาพรักเลยก็มี(ทำไปได้)
บางคน น้องเพิ่งโสได้ใหม่ๆก็ใช่ย่อย พังประตูกระจกหอทั้งบานด้วยเหตุผลแค่เพราะ“ลืมคีย์การ์ด”
บางคนไปพลัดตกหลุมดำที่ซีทรู
บางคนดูดเทียนแทนบุหรี่
บางคนฝ่าไฟแดง
บางคนเล่นดอทเอในห้องเรียน
บางคนขับรถถัง
บางคนกินหมา
บางคนชอบตดในผ้าห่ม
บางคนเล่นว่าวบนโต๊ะปิงปอง
บางคนปีนต้นมะพร้าว
บางคนดูดกัญชา
บางคนหลงรักปริษนา........
บางคนหลงไหล.....จัน...กระ...พ้อ.....
เรื่องเหล่านี้ มันเป็นความรู้สึกและประสบการณ์ที่มากมาย ไม่สามารถเล่าหรือเขียนลงในหนังสือเล่มใดได้หมด แต่สามารถเก็บเอาไว้ในสิ่งที่เรียกว่า ความทรงจำ ในหัวใจของผมไปอีกนานแสนนาน
อยากจะขอบคุณอาจารย์และทุกๆคนที่ลาดกระบัง โดยเฉพาะ เพื่อนของผมทุกคน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งขึ้นไปอีก ชาว Z-back ของเรา ขอบคุณที่เรียนด้วยกันมา ขอบคุณที่เมาด้วยกัน ที่สนุกด้วยกัน ที่บ้าบอด้วยกันทุกเรื่อง ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ขอบคุณจริงๆ ...ขอบคุณ....ที่รักกัน...และแล้ว โรงละครแห่งนี้สำหรับผมก้อปิดลง บทละครสั้นๆแค่ 4 ปี ที่ถูกเขียนขึ้นมามันล้ำค่ามากกว่าช่วงชีวิตใดๆในชีวิตของผม
...ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นอกกระจกรถตู้คันเดิมที่กำลังแล่นขนานทางรถไฟ
ขบวนรถเหล็ก ฉะเชิงเทรา-หัวลำโพง แผดเสียงพ่นควันอยู่ลิบลิบ
ราวกับโบกมือร่ำลา และขอบคุณที่ใช้ชีวิตร่วมกันมา
ขบวนรถที่วันนี้ จะไม่แล่นกลับไปอีกแล้ว
เพียงแต่บรรทุก เอาความทรงจำ ความสุข
ความเศร้า ความรู้ และประสบการณ์ทุกๆอย่าง
ออกไปสู่โลกภายนอก....
ออกไปจากที่แห่งนี้.....
ถิ่น ลาดกระบัง....
..... อวสาน .....
...... เล่าด้วยรูป ปี 4 ..... โดยพี่เต่า
ชาว Zback ในวันพัฒนาภาค ฯ
ที่นั่งประจำ สำหรับทุกๆ งานเลี้ยงหน้าภาค ... ของชาว Z7วาระสุดท้าย ของชีวิตการเป็น นศ. IE ณ ภาคการเรียนสุดท้าย ....
Zback ร่วมฉลอง .... การเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ....
Zback ร่วมฉลอง .... การเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ....จุดเทียน สนทนา ... แลกเปลี่ยนคติธรรม ...
สมาชิก Zback ครบถ้วน ณ งานปัจฉิมนิเทศ ที่ เขาใหญ่ ....
สมาชิก Zback ครบถ้วน ณ งานปัจฉิมนิเทศ ที่ เขาใหญ่ ....รูปหมู่ ... ชาว Z7
และชาว Zn5 ... ผู้เป็นทั้งเพื่อนและพี่ ที่แสนดี ของน้องๆ Z7
รูปหมู่หน้าภาค พร้อมท่าน อาจารย์ อ๊อด ... กับหมวกคลุมผมสุดฮิต ณ ช่วงเวลานั้น ...
..... วัน เวลา เหล่านี้ ... มิอาจหวนกลับคืนมาแล้ว ...
..... วัน เวลา เหล่านี้ ... มิอาจหวนกลับคืนมาแล้ว ...
แต่ ... ความทรงจำดีๆ เหล่านี้ ... ไม่มี ... วันเลือน ....
.....................
.............
....
.
เชิญชาว Z7
และ
ผู้ที่คิดถึง ชาว Z7 ทุกคน
ร่วมพบปะ สังสรรค์
ในงาน Z7 Meeting ...
เย็นวันเสาร์ ที่ 13 ตค. นี้ ...
จัดที่ไหน ... ช่วยแจ้ง confirm มาให้รู้ด้วย ....
คิดถึง ... ทุกๆ คน ....
และ
หาก รุ่นไหน ห้องไหน .... มี meeting
ช่วยแจ้งมาด้วย ....
................................................................
นอกจากนี้ ....
ข้าพเจ้า อยากจะนัด meeting ศิษย์เก่า ... สักครั้ง
อย่างน้อย ... ให้มีครบทุกรุ่น ...
Z1-Z2-Z3-Z4-Z5-Z6-Z7
และ
Zn1-Zn2-Zn3-Zn4-Zn5
เพื่อประชุมเตรียมงาน .... 10 ปี IE ....
วันไหนดี ... ????
เสนอมาด้วย ... นะ นะ นะ ....
อยากเจอ ... อ่ะ
...........................................................
อยากเจอ ... อ่ะ
...........................................................


















๕ ความคิดเห็น:
อ่านแล้วคิดถึงบ้าน คิดถึงลาดกระบังอ่ะคะ
อีกสองปีจะไปเยี่ยมนะคะ
นก IE03
IE7 Meeting Oct13,07
ณ ร้าน Blue Burry
หลังห้างสรรพสินค้าซีคอนแสควร์
แล้วพบกันครับ . . .
ใครคิดถึง Z7 มาแจมได้นะคะ ไม่ต้องเขิลลลล
แล้วเจอกันนะคะ
พี่เต่าคะ มีทติ้งรวมเมื่อไหร่ว่ามาโลดเลยค่ะ ..
เป้ Z7
คิดถึงเพื่อนๆ ภาค จารย์ ห้องใต้บันได น้องๆ พี่ๆ จังง่ะ
อ้อมีร้านแกงส้มหลังคณะแล้วก็อีสานริมทางด้วยยย
ตลอดเวลาที่ผมเยี่ยมชม blog นี้ ผมเพิ่งรู้ครับว่ามันคอมเม้นได้ พี่น้อง
พยายามจะอ่านบ่อยๆ แต่ว่าพี่เต่าเขียนเร็วมากเลย หลายเรื่องด้วย อิอิ
แต่ก็อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่ค่อยอยากเข้ามาอ่าน bolg นี้ เพราะ กลัวตัวเองร้องไห้ เพราะคิดถึงบรรยากาศเดิมๆที่ภาคมากครับ
ผมไม่ระทมนะ พี่ แก้ข่าวๆ
แสดงความคิดเห็น