ช่วงสองสาม สัปดาห์ที่ผ่านมา
ถือว่าเป็นช่วงประสบการณ์มหัศจรรย์ แห่งชีวิตของข้าพเจ้าก็ว่าได้
เพราะข้าพเจ้าไม่เคยหยุดงานนานๆ มานานมากๆ แล้ว
ดูเหมือนว่า ตัวเองจะประสบความสำเร็จในชีวิตมากมาย .....
ถือว่าเป็นช่วงประสบการณ์มหัศจรรย์ แห่งชีวิตของข้าพเจ้าก็ว่าได้
เพราะข้าพเจ้าไม่เคยหยุดงานนานๆ มานานมากๆ แล้ว
ดูเหมือนว่า ตัวเองจะประสบความสำเร็จในชีวิตมากมาย .....
ได้เที่ยวเมืองนอกนานๆ
ได้กลับไปทำงาน เป็นช่วงสั้นๆ
แล้วก็ได้ป่วยนานๆ ได้กลับไปทำงานอีกเล็กๆ ....
แล้วก็ได้กลับมานอนป่วยใหม่ ซ้ำๆ ซากๆ
แล้วก็ได้กลับมานอนป่วยใหม่ ซ้ำๆ ซากๆ
ด้วยฤทธิ์ยา ทำให้ฝันซ้ำๆ ซากๆ มากมาย
เห็นภาพตัวเอง กำลังเดินฝ่าสายหมอก
คนเดียว และเดียวดาย .....
มันวังเวง ...เหมือนการเดินทางสู่ความตาย
เห็นภาพตัวเอง กำลังเดินฝ่าสายหมอก
คนเดียว และเดียวดาย .....
มันวังเวง ...เหมือนการเดินทางสู่ความตาย
ยังไงยังงั้นเลย ....
เดินไร้ทิศทาง ท่ามกลางลมหนาวและสายฝน .....
แต่ไปจบลง ที่การไปไหว้พระธาตุเจดีย์ที่สุกปลั่ง ....
เดินไร้ทิศทาง ท่ามกลางลมหนาวและสายฝน .....
แต่ไปจบลง ที่การไปไหว้พระธาตุเจดีย์ที่สุกปลั่ง ....
ภาพผู้คน ที่เมืองพม่า ติดหูติดตา มาฝันปะปนไปหมด ....
ยิ่งช่วงนี้ ข่าวคราวเกี่ยวกับประเทศนี้ ... ก็ยิ่งชวนให้เศร้าใจ ....
อย่างน้อย ก็รู้สึกดีใจ ....
ที่เรายังได้ไปเที่ยวพม่า ก่อนจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายไม่กี่วัน ...
เพราะตอนนี้ ... ก็ปิดประเทศไปอีกแล้ว ...
ถึงจะเปิดอีก .... คงไม่มีใครกล้าไปเที่ยวอีกนาน ....
โชคดีจริงๆ ที่ได้ไปเที่ยว
และ
โชคดีมากๆ ที่ ไม่ไปติดค้าง ผจญภัยที่นั่น ....
ดังนั้น
ณ วินาทีนี้
จึงอยาก ระลึกถึง ผู้คนที่นั่น สักเล็กน้อย ...
ภาพแปลกๆ ภาพแรก ที่เห็นบ่อย
คือ ภาพคนพม่า ไหว้พระอย่างจริงจัง ...
ต่างกับพวกเราชาวไทย ที่ไหว้แบบฮาฮา ... แบบว่า ไหว้ตามธรรมเนียม
คนไทย ....หากจะสวดมนต์ อธิษฐาน
ก็มักจะเน้นเรื่อง ขอโน่น ขอนี่ ขอหวย ขอสารพัด ...

"พระบิณฑบาตร"
ตอนเช้าๆ พระพม่าจะเริ่มออกเดินตั้งแต่เช้ามืด
หากอยู่ไกลๆ ตามป่าตามเขา ก็ต้องข้ามเขาเป็นลูกๆ ....
บางที่ข้ามเขาหนึ่งลูก .... ได้กล้วยดำๆ 2 ใบเท่านั้น ...
แต่ก็น่าชื่นใจ ทั้งผู้ให้ และผู้รับ
ได้คุยกับ หนุ่มน้อยนักแบกเสลี่ยง ว่า ... ทำไมไปทำงาน ที่เมืองไทย
เขาบอกว่า .... พวกที่ไปเมืองไทย อาจจะหาเงินได้ดีกว่า มาเดินแบกเสลี่ยง
(เงินดี ที่เมืองไทย .... หมายถึง ค่าแรงที่พวกเราชาวไทย กดราคา ค่าแรงขั้นต่ำ แบบสุดขีด)
"หนุ่มแบกเสลี่ยง"
แต่อยู่ที่นี่ สบายใจกว่า .... ไม่มีเงินก็อยู่ได้ .... ค่าใช้จ่ายไม่มี ....
อยู่เมืองไทย หาเงินได้มากก็จริง
อยู่เมืองไทย หาเงินได้มากก็จริง
แต่ก็ค่าใช้จ่ายสูง สิ่งฟุ้งเฟ้อมาก ... ค่ามือถือ ค่าเที่ยว ค่าขนม .....
อยู่คอยแบกคนไปไหว้พระ .... ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งบุญ .....
อยู่คอยแบกคนไปไหว้พระ .... ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งบุญ .....
มีหน้าที่ ห้อยโหนท้ายรถขึ้นเขา ....
คอยดูรถสวน คอยดูหลุม คอยดูปากเหว ...
คอยดูรถสวน คอยดูหลุม คอยดูปากเหว ...
ยิ้มแย้มแจ่มใส ร้องเพลงตลอดเวลา ....
ประแป้ง ทาแก้ม ตามแฟชั่น ชาวพม่า
ดูมีความสุขไปอีกแบบ

"สาวขายผลไม้"
พวก she หุ่นดีทุกคน ... เดินตัวตรงแหนว ...
คนที่เป็นแชมป์... สามารถแบกส้มโอ ได้ 5 ลูก
และ วิ่งตามรถบัส ไปขายของได้อย่างรวดเร็ว ..... ยอดหญิง ๆๆๆๆ
ประแป้ง สีเหลืองอ๋อย ตาม trend เมื่อ 1000 ปีที่ผ่านมา ....
คาดว่า เด็กน้อยทั้งสามหนีโรงเรียนเป็นแน่ ...
เพราะเดินล่อกแล่ก ... จับจูงมือกันแน่น ....
หนูน้อยสองคน ยังนุ่งกางเกงสีเขียว .... ชุดนักเรียนประจำชาติพม่า ...
ส่วนหนูน้อยชุดแดง ... คงจะประมาณหนู "พานทองแท้" เมือง พม่าเป็นแน่ ...
เพราะชุด ดูทันสมัยที่สุดในตำบล ....
พบเณรทั้งสาม ที่พระธาตุมุเตา ... เมืองหงสาวดี ....
เดินดุ่มๆ กัน 3 องค์ ... แบบไร้จุดหมาย
คล้ายๆ ว่า พยายามจะหาของเล่น แต่ก็ไม่มีอะไรจะบันเทิงได้ ...
เมืองนี้ ...
คือ เมืองที่สมเด็จพระนเรศวร ประทับอยู่ ตอนเป็นเณร ....
(ในหนังนเรศวร ภาค 1)
คิดถึงพระองค์สุดหัวใจ ....
เด็กไทยตัวเล็กๆ ในเมืองศัตรู .....
จะรู้สึกอย่างไรหนอ ?
ทุกๆ ศาลาหน้าพระเจดีย์ ....
จะจัดให้ที่สวดมนต์ .....
และจะมีคุณลุงแก่ๆ นั่งเฝ้า .... คอยดีระฆัง คอยดูแลธูปเทียน ...
คอยเก็บดอกไม้ ... และ คอยสวดมนต์พร้อมๆ ผู้มาเยือน
ดูเป็นชีวิตบั้นปลาย ที่เรียบง่าย สงบสุข และมีคุณค่าจริงๆ
เมืองหงสาวดี .... บรรยากาศยังคงเหมือน เมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมา ....
ตั้งแต่สมัย พระนเรศวร ทรงตีไก่ชน .....
สิ่งที่ทันสมัยที่สุด .... ก็คือ รถสามล้อ แบบใช้แรงคนถีบ ....
พระมหาเจดีย์ ชเวดากอง ..... ดูเหมือน ภูเขาทองคำลูกมหึมา ....
ตั้งอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง ....
สมัยอังกฤษ ยึดพม่า ..... ได้เอาปืนใหญ่มาล้อมองค์พระเจดีย์
ขู่จะยิง ระเบิดให้องค์เจดีย์พินาศ .....
ณ วันนั้น .... มีคนพม่าเกือบๆ 2 ล้านคน เอาร่างกายมาล้อมเจดีย์ไว้ ...
เป็นโล่ห์มนุษย์ ที่พร้อมจะให้อังกฤษยิงทิ้ง ....
จะให้ตายไปพร้อมๆ กับพระเจดีย์ ... ที่เขาเคารพบูชาสูงสุด ....
.... ผลคือ .... อังกฤษ ไม่กล้ายิง ...
แต่ไม่น่าเชื่อว่า ณ พ.ศ.นี้ ....
คนประเทศเดียวกัน ศาสนาเดียวกัน ... ยิงกันได้ ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ....
โลกหนอ ... โลกที่น่าสลดใจ ....
กิจกรรมหนึ่ง ตอนหัวค่ำ .... คือ
ชาวบ้าน ทั้งหญิง ... ชาย ... วัยรุ่น ... เด็กๆ ...
จะเดินไปวัด .... ไปสวดมนต์ ทำวัตรเย็น....
เป็นกิจกรรมที่ทำกันทุกวัน .... เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต .....
.... อาจจะเป็นเพราะ ....
ไม่มีรายการทีวีดีๆ จะดู .... ไม่มีเครื่องรับโทรทัศน์ .... หรือ
อาจจะไม่ .... ไม่มีไฟฟ้าใช้ ในบางเมือง ....
แต่จิตใจ ทุกคน .... คงจะสงบสุขดีแท้ๆ ....
หญิงท้อง .... แบกดอกไม้มาขาย ณ พระธาตุ ชเวสิกอง เมืองพุกาม ....
เมืองนี้ ... เรียกว่า เมืองแห่งทุ่งเจดีย์ .....
เพราะมีเจดีย์ประมาณ 100,000 องค์ ...
(แต่ตอนนี้ มีเหลือประมาณ 20,000 องค์)
สร้างระเกะระกะเต็มทุ่ง ....
สร้างมาประมาณ 1,000 ปีแล้ว ... ก่อนสุโขทัยเล็กน้อย
ทั้งน่าทึ่ง และ น่าสงสาร ....
เพราะศรัทธานี้ ทำให้ผู้คน ต้องสร้างแต่เจดีย์ๆๆๆๆ .... ตลอดชั่วโคตร ....
ต้องตัดต้นไม้ จนหมดป่า .... เพื่อเอามาเผาอิฐ สร้างเจดีย์
จนทำให้เมืองพุกาม และรอบๆ
แห้งแล้ง เป็นคล้ายๆ ทะเลทรายตราบจนทุกวันนี้ .....
ความจริงไม่ใช่ปั้นหม้อ .... แต่กำลังทำ สิ่งที่เรียกว่า "เครื่องเขิน" ...
เป็นไม้ไผ่ ฝานเป็นเส้นบางๆ เอามาสานเป็นภาชนะ ....
แล้วทา "รัก" สีดำๆ ... ขัดให้เรียบ .....
แล้วเขียนลาย ด้วยสีทองๆ
.... หากฝีมือดีๆ .... ภาชนะ ถ้วยชาม จะบางเฉียบ
.... หากฝีมือดีๆ .... ภาชนะ ถ้วยชาม จะบางเฉียบ
และยืดหยุ่นเหมือนพลาสติค ....
เป็น สินค้า ที่เชิดหน้าชูตาของพม่า ....
เป็น สินค้า ที่เชิดหน้าชูตาของพม่า ....
และ ที่สำคัญ คือ ...
เป็นเทคโนโลยีแบบไทยๆ จากเชลยชาวอยุธยา
ที่ถูกกวาดต้อนมา สมัยเสียกรุง ฯ .....
.... นี่คือ เรื่องจริง ... ไม่ใช่มั่วนิ่มชาตินิยม
ที่ถูกกวาดต้อนมา สมัยเสียกรุง ฯ .....
.... นี่คือ เรื่องจริง ... ไม่ใช่มั่วนิ่มชาตินิยม
เพราะ คนพม่าเป็นคนบอกเอง ...
ภาพแบบนี้ พบเห็นได้ทั่วไป
.... ทุกหน ทุกแห่ง ....
ภาพการซ้อนทับ ทางกาลเวลา
พระเดินเท้า บิณฑบาตร ..
พ่อลูก ขี่จักรยาน .... นำหน้ารถบรรทุก ...
มีวัวเดินเพ่นพ่าน กลางถนน .....
อย่างที่เล่าให้ฟัง ....
สาวพม่า หุ่นดี เพราะแบกของหนักบนหัว ....
เอวเป็นเอว ... สะโพกเป็นสะโพก ....
แบบว่า ... เป็น s-curve สมบูรณ์แบบจริงๆ ...

"คนขับแท๊กซี่"
แบบว่า ... รถแท๊กซี่ ... คล้ายสองแถวเล็ก
ดูโบราณๆ ... สีสดใส น่ารักที่สุด ....
หนุ่มน้อย หน้าตาประมาณ ม.ปลาย ...
กำลังไหว้พระแบบ น่าประทับใจที่สุด ....
นี่ไม่ใช่การตำหนิ ....
แต่อยากบอกว่า ...
ไม่ค่อยได้เห็น ... วัยรุ่นไทย .... ตั้งใจไหว้พระแบบนี้เลย ....
หนุ่มคนนี้ สวมเสื้อขาวแขนยาว
ติดกระดุมครบ ...
นุ่งโสร่ง ... อันยิ่งใหญ่ ...
สะพายเป้ .... คือ ย่ามแบบพม่าๆ
ไม่มีสินค้า brand name ใดๆ เลยแม้แต่น้อย ....
ถึงตีนจะดำไปหน่อย .... ก็ไม่ว่ากัน
เพราะเมืองพม่า ....
ทุกคนต้องเดินเท้าเปล่า ตั้งแต่เริ่มเหยียบเข้าประตูวัด ....
จะใส่ถุงเท้า ก็ไม่ได้ .... ต้องเท้าเปล่าจริงๆ ....
คุณลุงใจดี มีหน้าที่ดูแลวิหาร
พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ... แห่งเมือง มัณฑะเลย์ ...
พระองค์นี้ .... สร้างมาพันกว่าปีแล้ว ..... เป็นทองทั้งองค์
เนื้อของท่าน.... นิ่มเหมือนเนื้อคน เพราะถูกปิดทองมากว่าพันปี ....
เนื้อของท่าน.... นิ่มเหมือนเนื้อคน เพราะถูกปิดทองมากว่าพันปี ....
ความหนาของทองคำเปลวที่ปิด หนาประมาณ 2 นิ้ว .....
องค์พระ ตอนนี้ เลยอวบอ้วน .... ดูผิดส่วนไปหมด
ณ บ่าย วันหนึ่ง ข้าพเจ้าล่องเรือ ตามลำน้ำอิระวดี ...
มีสองหนุ่ม .... เป็นเด็กเรือ ....
ตลอดริมน้ำอิระวดี .... จะเห็นภาพชีวิตมากมาย
ดูเรียบง่าย และสงบ ...
จากภาพ ... คนเลี้ยงวัว นั่งตั้งวงเฮฮา ใต้ร่มไม้ริมฝั่งอิระวดี ...
ลมพัดเย็นๆ สายน้ำไหลเอื่อยๆ .....
ดูสบายๆ จนน่าอิจฉา ....
อีกฉากหนึ่ง ตลอดลำน้ำ ..... คือ ภาพ สาวๆ
ทั้งสาวบ้าง ... แก่บ้าง
.... อาบน้ำ .... ซักผ้า ....
ส่งเสียงกิ๊วก๊าว เวลาถูกถ่ายรูป ....
ตลอดริมฝั่งอิระวดี มีทั้งหมู่บ้านเล็ฏๆ
และวัดเล็กๆ ตลอดรายทาง ....
สีสัน แห่งลำน้ำ ทุ่งนา และ จีวร ..... สดใสงดงามจับใจ .....
ภาพชีวิต ประจำวันของชาวพม่า ...
คือ ภาพ แออัดยัดเยียด บนรถประจำทาง หรือ รถสองแถว ...
จากภาพ คือ ตอนเช้า .... เหล่าพระเณรก็ต้องห้อยโหน เสี่ยงตาย
เป็นชีวิต ที่มีรสชาดจริงๆ ....
ภาพคลาสสิค .... ของ logistics แบบพม่าๆ ...
เป็นระบบ transportation ที่คุ้มค่าสุดๆ ....
เณรน้อย เพิ่งฉันอาหารเสร็จ ...
เอาบาตรไปล้างน้ำ ....

"หนุ่มนักเก็บสาหร่าย"
ณ ทะเลสาบอินเล .... นานมาแล้ว หลายร้อยปี ...
มีผู้คนอพยพ หนีภัยสงคราม มาตั้งรกรากกลางทะเลสาบ
มีชีวิตแบบชาวเล .... กินนอนอยู่บนน้ำ
และคิดวิธีเพาะปลูกกลางน้ำ
โดยเอาสาหร่าย มาคลุมผักตบชวา ทำเป็นแผ่นดินลอยน้ำ ....
ปลูกพืชได้สารพัดชนิด ..... น่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก
พรสวรรค์ ของชาว อินเล
คือ การพายเรือด้วยตีน ...
หนึ่งตีน ยืนบนเรือ หนึ่งตีนพายเรือไปเรื่อย ....
ส่วน สองมือ ใช้ทอดแห จับปลา ....
สุดยอด ๆๆๆๆๆๆ ....
หนูน้อย หน้าทะเล้น แห่งทะเลสาบอินเล
หนุ่มชาวเล กำลังซักผ้า ....
ความจริง .... เอารูปมาลงให้ดู ...
เพราะ หนุ่มคนนี้ ...
หน้าเหมือน คุณไปป์ ... Z9 (แต่หล่อกว่าคุณไปป์ เล็กน้อย)
สงสัย เป็นญาติกัน .... เพราะเผ่าพันธุ์ DNA ใกล้เคียงกันอยู่แล้ว ....
เคยนั่ง รถสามล้อไหม ? ....
แบบว่า ... คนขับนุ่งโสร่ง ....
แบบว่า ... คนขับนุ่งโสร่ง ....
เวลาขี่ จะต้องกระดกตูดขึ้นเล็กน้อย เพื่อออกแรงขับเคลื่อน ...
อีกทั้ง .... โสร่งยังตูดขาดด้วย .... อะจึ๋ยส์ ... ลืมไม่ลงจิงๆๆ ...
อีกทั้ง .... โสร่งยังตูดขาดด้วย .... อะจึ๋ยส์ ... ลืมไม่ลงจิงๆๆ ...
ขอฟันธงว่า ...
หนูน้อยคนซ้ายมือ ... โตขึ้น รับรองว่า ...
จะสวยแบบใจละลาย แน่แท้ ....
ส่วน หนูคนขวามือ .... มิกล้า ฟันธง ....
เพราะ ... หน้าตาเหมือน นักมวยพม่า ....
เด็กชาย เมืองเชียงตุง เดินไปโรงเรียน ...
ขอฟันธงว่า ...
ขอฟันธงว่า ...
ซนทุกคน ... เพราะ ดูจากฟันหน้า ก็บอกได้ ซนโครตๆ
ณ วัดแห่งหนึ่ง เมืองเชียงตุง ....
เณรองค์นี้ ไสยศาสตร์แรง .... รักษาโรคได้
(เรื่องจริง ห้ามลบหลู่ ว่างๆ จะเล่าให้ฟัง)
ณ เช้าวันหนึ่ง ที่เมืองเชียงตุง ....
ข้าพเจ้าไปทำบุญ เลี้ยงอาหารเช้า
ทั้งพระและเณรทั้งวัด ....
ท่าทางเณร ตื่นเต้นดีใจมาก ....
สวดมนต์กันเร็วสุดขีด ... แบบเต็ม speed
น่ารักจิงๆ ....
น่ารักจิงๆ ....
เขาว่า ... ผิวพม่า นัยน์ตาแขก ....
ก็ประมาณนี้แหละ ....
สาวคนนี้ ชื่อ น้องเมย์ .... ชื่อจริงๆ ชื่อ น้องเดือน ....
ข้าพเจ้าว่า ....
ชื่อจริง ฟังดูดี น่ารักกว่าชื่อ ฝรั่งเยอะ ....
แต่เธอบอกว่า "เมย์" ฟังดูดี ทันสมัยกว่าค่ะ ....
เอาเหอะๆๆ ....
she พูดไทยได้ชัดเจน ....
ไม่มีเพี้ยนแบบพม่าทั้งหลาย ....
ผู้ใดสนใจ ....
ข้าพเจ้ามีเบอร์โทร ....
แต่ค่าโทรไปพม่า .... นาทีละ 92 บาท ....
รู้สึกว่า ตอนนี้ ... สัญญาณ คงจะถูกตัดไปหมดประเทศแล้วววว์ ....
สาวก กีฬาฟุตบอล ... มีทุกมุมโลก
อุตส่าห์ เอารูปทีมบอลล์ ห่อปกหนังสือเรียน ...
หลวงน้ององค์นี้ ...เชียร์ทีมไหน ... ดูกันเอาเอง ....
หากถามว่า ชุดที่ข้าพเจ้าประทับใจมากที่สุด
ในเมืองพม่า คือ ชุดอะไร ?
ก็ขอตอบว่า ชุดของ "แม่ชีพม่า" .... นั่นแล
สีชมพู ... สดใส ...
ผ้านุ่งข้างใน เป็นสีแดง .... เสื้อสีขาว .....
ดูสดใส มีชีวิตชีวายิ่งนัก ..... ...
........................................................................
นี่คือภาพ ....
ความทรงจำ เกี่ยวกับ เพื่อนร่วมโลกใบน้อยๆ .... ที่ข้าพเจ้าบันทึกจดจำไว้ ....
ไม่รู้ว่า .... ตอนนี้ เขาเหล่านี้ จะเป็นอย่างไรกันบ้าง ....
สุข ทุกข์ ประการใด มิอาจทราบได้ ...
ก็หวังว่า .... ทุกคน คงจะโชคดี ปลอดภัย ....
... และความรู้สึกสุดท้าย ของข้าพเจ้า
ก็คือ ....
ข้าพเจ้า .... รู้สึกว่า ตัวเรา โชคดีจริงๆ ....
โชคดี ... ที่ได้เกิดเป็น "คนไทย" ...
โชคดีจริงๆ ....



































๔ ความคิดเห็น:
Wonderful pictures and nice story.
You make my relax time so perfect again.
Thank you
เห็นด้วยกับพี่เต่าว่า หนุ่มพม่าคนนั้น หน้าเหมือนน้องไปป์ Z9 จริงๆ..คงเป็นญาติกันจริงๆ...หรือน้องไปป์มีครอบครัวอยู่ที่นั่น
จาก..พี่เป้ย
นี่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้วล่ะค่ะ มันคงเป็นฟ้าลิขิต ให้ไปป์ได้เจอญาติที่พลัดพรากกันไป ... พี่เต่ารู้ได้ไงว่าไปป์มีเชื้อสาย อิอิ ... ญาติแน่นอน ฟันธง!!!
ว่าแต่ ...
ทำไมเหมือนคนพม่าไม่ค่อยทำไรเลยเนอะ
เน้นไปวัดเลยเหรอ
... อย่างงี้ต้องพกไม้บรรทัดติดตัวกันเลยอ่ะดิ 555
แสดงความคิดเห็น