........................................................
ปั้นดาว...ให้เป็นดิน : ตอนที่ 2
"กลับสู่โลกกว้าง (อีกครั้ง)"
.......................................................
ดังที่ข้าพเจ้า ได้เล่า มาถึง ณ ตอนจบ
ของเรื่อง "สายน้ำที่ไหลกลับ" ว่า ....
และเมื่อ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนสู่ "ฝัน" อันยิ่งใหญ่
ในการก่อตั้ง "ภาควิศวกรรมอุตสาหการ" ....
ทุกคน ต่างก็แยกย้าย ไปทำหน้าที่ของตน ....
ท่านอาจารย์พรศักดิ์ อยู่เฝ้าบ้าน
ดำเนินการในด้านรายละเอียด หลักสูตร สถานที่ และจัดเตรียมกำลังพล
ท่านอาจารย์กรรณชัย ได้รับราชการ ณ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล
เตรียมตัวหาทุน เพื่อเดินทางไปศึกษาต่อ ในระดับปริญญาเอก
ส่วนข้าพเจ้า .... ก็ตัดสินใจ ที่จะเลือกเดินถนนสายนี้ ...
โดยเตรียมตัวศึกษาต่อ ในระดับปริญญาเอก .....
และขอเล่นเกมส์เสี่ยง โดยใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน อีกสักครั้ง ....
หลังจากที่ได้ก้าวกระโดดอย่างสุดแรง ...
จนล้มลุกคลุกคลาน จนแทบเอาตัวไม่รอด ....
... แต่ข้าพเจ้า ... ก็ยังไม่เข็ด ....
... อนาคตข้างหน้า จะเป็นเช่นไร .... ก็ไม่รู้
... รู้เพียงแต่ว่า ....
ผลตอบแทนที่จะได้รับ ในอาชีพนี้
คือ ณ ปี 2536 ได้รับเงินเดือนๆ ละ ประมาณ 6,800 บาท
หากอดทน ไปเรียนต่อจนจบระดับปริญญาเอก
กลับมาเป็นดอกเตอร์ .... จะได้ปรับเงินเดือน เป็น ประมาณเดือนละ 7,200 บาท ....
.... รู้แค่นี้จริงๆ ....
(และเชื่อไหมว่า อีก 15 ปีต่อมา ....
ณ วินาทีนี้ แห่งปี 2550 ....
หลังจากรับราชการ ด้วยความขยันหมั่นเพียร .... ตลอด 15 ปี ...
ปัจจุบัน ข้าพเจ้า ได้รับเงินเดือน ประมาณ เดือนละ 24,000 บาท .....
อาจจะน้อยกว่า นศ. IE ที่เรียนจบใหม่ๆ ในปัจจุบัน .... เสียอีก
อีกทั้ง ....
ยังน้อยกว่า เงินเดือน เดือนแรกในชีวิตของข้าพเจ้า ...
ที่ทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย ในปี 2529 เสียอีก .....
.... แม้ว่าจะน้อยนิด ... ในสายตาชาวโลก ...
แต่ข้าพเจ้าก็ดีใจ และไม่เคยเสียใจ .... ที่ได้เลือกเส้นทางนี้ )
ในต้นปี 2537 ... ข้าพเจ้าเดินทาง กลับสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่อีกครั้ง
โดยมีชีวิต เข้าสู่วงจรเด็กนักเรียนอีกครั้ง ...
โดยการกลับไปเรียนต่อปริญญาเอก
ณ ประเทศออสเตรเลีย ... โดยทุนของรัฐบาลออสเตรเลีย
สาเหตุที่เลือกประเทศนี้ เพราะมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ซึ่งน่าจะช่วยให้ สามารถเริ่มต้นศึกษาต่อได้อย่างรวดเร็ว
เพราะไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก ....
แต่ในครั้งนี้ ข้าพเจ้าเลือกศึกษาที่เมืองซิดนีย์ ....
ณ University of New South Wales (UNSW)
เพราะอาจารย์ที่ปรึกษา ที่ได้กรุณารับข้าพเจ้าเป็นศิษย์ ....
คือ หนึ่งในคณะทำงาน .....
ที่เขียนโครงการก่อตั้งภาค IE ของเรานั่นเอง ....
UNSW .... จัดได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัย ที่ใหญ่โต อลังการ ....
มี นศ. มากมาย จากทุกสารทิศทั่วโลก ....
นอกจากด้านวิชาการที่เข้มแข็งแล้ว .....UNSW ยังมีอะไรๆ ที่น่าสนใจ และมากมาย เช่น อนุญาติให้นศ.แต่งตัวอย่างไรมาเรียนก็ได้ ....แต่ สิ่งที่น่าทึ่งที่สุด ก็คือ ....
ในมหาวิทยาลัย มีผับ หรือ "ร้านเหล้า" ประจำมหาวิทยาลัย ...
เปิดทุกคืนวันพฤหัส .... เพื่อแก้ปัญหาร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัย ....
โดยเปิดบริการ เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น
แต่ราคาถูกสุดๆ .... มีดนตรีแสดงสดด้วย
และมีทุกสิ่งทุกอย่างดีเทียบเท่า ผับดีๆ ทั่วไปในเมือง ....
สามารถช่วยแก้ปัญหา เด็กๆ ติดร้านเหล้า
หรือ เด็กๆ ชอบเที่ยวกลางคืน ได้ดียิ่ง ...
เพราะ ทุกๆ คืน เด็กก็อ่านหนังสือ ทำการบ้าน...
ใช้ชีวิตปกติเยี่ยงเด็กดีทั่วๆ ไป ...
แต่ทุกคน ก็มีใจจดจ่อ ... รอ "คืนเที่ยว" ในวันพฤหัสเท่านั้น ....
ยิ่งช่วงหลังสอบ ก็มักมี promotion แบบสุดๆ
ด้วยวิธีการนี้
ทำให้เด็กรู้จัก จัดสรรเวลา ทั้งเรื่องเรียน และเรื่องเที่ยว
ทำให้สามารถกินเหล้าอย่างถูกวิธี ปลอดภัย และประหยัดสุดๆ ...
อีกทั้ง ยังทำให้ .....
ร้านเหล้ารอบๆ มหาวิทยาลัย "เจ๊ง" ไปหมดทุกร้าน ....
แม้ว่า ใครๆ จะบอกว่า...
การเรียนระดับปริญญาเอก น่าจะยากมากๆ
แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ....
มันเป็นเพียง พันธะกิจหนึ่ง ที่ข้าพเจ้า ต้องทำให้ได้
เพื่อก้าวต่อไปถึง โครงการในฝัน ....
ดังนั้น ทุกๆ อุปสรรค ทุกๆ ความยากลำบากด้านวิชาการ ....
ก็ไม่มีผลอะไรต่อข้าพเจ้าเลย ....
ไม่ใช่เพราะ ข้าพเจ้าเก่ง ....
เพียงแต่ข้าพเจ้าอึดแบบ "ควายๆ"
เพราะเคยผ่านอะไรๆ ที่เลวร้ายมามากมาย
ดังนั้น ... การที่ต้องนั่ง อดหลับอดนอน ... หรือ
ทนอ่านหนังสือ / เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตลอดทั้งคืน ....
อาจจะ ลำบากมากๆ สำหรับบางคน ....
แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ...
ชีวิตแบบนี้ .... มันคือ "สวรรค์" โดยแท้ ...
เพราะไม่ต้องไปเดินแบกถาด ....
ล้างจาน ปิ้งไก่ สักครึ่งค่อนคืน
แล้วต้องกลับมา ทนนั่งอ่านหนังสือ
ทำการบ้านตอนหลังเที่ยงคืน... แบบอ่อนล้า ....
อีกทั้ง ...ในยามนอน ...
ข้าพเจ้าก็หลับสบายทุกครั้ง ...
เพราะ ไม่ต้องคอยกังวลว่า ....
พรุ่งนี้ จะต้องไปขึ้นศาลอีกแล้ว ....
กูจะติดคุกไหมหนอ ?
... ตอนนี้ เป็นหนี้ธนาคารเท่าไหร่แล้วหนอ ?
.... อะไรทำนองนั้น ...
ข้าพเจ้าวางแผนชีวิตในครั้งนี้ อย่างรอบคอบ ...โดยตัดสินใจเข้าพักในหอพัก ในมหาวิทยาลัย
แทนที่จะหาบ้านหรือ apartment อยู่
โดยเลือกหอพัก....
ที่มีบริการอาหารทั้งสามมื้อ
มีบริการทำความสะอาดห้อง
มีบริการซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน ....
ด้วยเหตุผลว่า
แม้ว่าค่าใช้จ่ายอาจจะสูง ...
แต่น่าจะคุ้มค่า และประหยัดเวลาในการใช้ชีวิต
เพราะ ...
ไม่ต้องคอยไป supermarket
ไม่ต้องคอยกวาดบ้าน
ไม่ต้องคอยคิดว่า วันนี้จะทำอะไรกินดีหนอ ?
ไม่ต้องหาเพื่อนร่วมห้อง
ไม่ต้องทะเลาะกับเพื่อนร่วมห้อง ...
ทำให้ ในหนึ่งวัน....
ข้าพเจ้า สามารถจัดสรรเวลาได้คุ้มค่าจริงๆ
ได้ไปห้องสมุด อ่านหนังสือ ....
ได้เดินเล่น ออกกำลังกาย พบประชาชน .....
มีผลทำให้ ....
งานวิจัยปริญญาเอก ก้าวรุดหน้าอย่างต่อเนื่อง .....
.......................................
หอพักที่ข้าพเจ้าอยู่ ชื่อ "International House"
อยู่ในเขตรั้วมหาวิทยาลัย
ทำเลดีมาก..... เดินไปทางเหนือ 5 นาที
ก็ถึงภาควิชา และห้องสมุด
หากเปิดประตูหลัง และเลี้ยวซ้าย ....
ก็เข้า "ผับ" มหาวิทยาลัยได้ทันที ...
เพราะอยู่ติดกัน ใช้กำแพงร่วมกัน
ดังนั้น ทุกคืนวันพฤหัส
ข้าพเจ้าก็ออกไปเที่ยว แบบคุ้มสุดๆ ....
ข้อดี คือ ... ถึงเมาแค่ไหน ก็กลับห้องถูก
เพราะเพียงแค่หลับตา ...
เอามือคลำกำแพงไปสัก 10 เมตร
....ก็กลับหอได้อย่างถูกต้อง
ที่หอนี้ เป็นแหล่งรวมนักเรียนทุกชาติ ทุกภาษา ทุกเพศ ทั้งระดับ ตรี-โท-เอก
โดยมีการคัดเลือกให้คละเคล้าหลากหลายที่สุด
.... ข้อบังคับเดียว ของหอนี้ คือ
"ทุกคนต้องร่วมกิจกรรม" ทุกชนิด ที่จัด ......
ทั้งด้านกีฬา ด้านศิลปะ วัฒนธรรม ...
อาหาร บำเพ็ญประโยชน์ ศาสนา ฯลฯ
ซึ่งสำหรับข้าพเจ้าแล้ว ...
ชีวิตเด็กหอ ... แบบ International House ...
คือ การเรียนรู้ที่สำคัญยิ่ง ...
ไม่ต่างจากการเรียนปริญญาเอกเลย
เชื่อไหมว่า ?....
ภาค IE ของเรา....
ที่จัดได้ว่า .... เป็นเจ้าแห่งกิจกรรม
.... ก็ยังสู้หอนี้ไม่ได้ ...
และนี่คือ อิทธิพลทางความคิด ที่สำคัญ...
ที่ถ่ายทอดมาสู่ข้าพเจ้า... ในเรื่องความสำคัญ ของการจัดกิจกรรม ...
เพราะไม่น่าเชื่อว่า ... คนจากทุกมุมโลก
ต่างเพศ ต่างอายุ ต่างหลักสูตร ....
สามารถมาใช้ชีวิตร่วมกัน
เป็นเพื่อนบ้านกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน
ได้รักกัน ... ได้สนิทกัน ... หัวเราะเมื่อสนุกด้วยกัน ...
และสามารถร้องไห้... เมื่อต้องลาจากกัน .....
เป็นเพื่อนแท้ .... ตลอดกาล
นี่คือ ชีวิต ชาว International House .... แห่ง UNSW
ซึ่ง .... ได้ถ่ายทอดหลักการนี้ สู่ชาว IE ทุกคน
... โดยข้าพเจ้า
ในภาพ คือ วันถ่ายรูปหมู่ประจำปี ....
ทุกคนต้องสวมชุดประจำชาติ .... แสดงตัวตน ของตนเอง
ตามปกติ .... พวกเราจะเบื่อวันนี้มาก...
เพราะต้องแต่งตัวแบบเฉิ่มๆ
จากนั้น เขาจะไล่ต้อนให้พวกเรา
ไปถ่ายรูปๆๆๆๆ มากมาย
แต่ ณ วันหนึ่ง
เมื่อเวลาผ่านไป .... เมื่อข้าพเจ้าหยิบรูปนี้มาดู ...
น้ำตามันไหลอ่ะ ....
คิดถึงชีวิตชาวหอ ....
คิดถึงเพือนๆ พี่ๆ น้องๆ ... ทุกคนเลย
.... ซึ่งก็คงเป็นอารมณ์เดียวกับพวกเราชาว IE ....
ซึ่งอาจจะเบื่อ หรือ อาจจะรำคาญ
เวลา ข้าพเจ้าไล่ล่า กวาดต้อนมาถ่ายรูป ....
แต่เมื่อเวลาผ่านไป .....
ข้าพเจ้าเชื่อว่า .....
หากพวกเรา ... ทุกข์เหงาเศร้าใจ ...
ก็ลองดูรูปเฉิ่มๆ พวกนี้สิ ....
มันระลึกถึงความสุขเล็กๆ ได้ดีเยี่ยม .... ใช่ไหม ?
ข้าพเจ้า จัดได้ว่า เป็นเจ้าแห่งกิจกรรม ...แม้ว่าชีวิต 70-80 % หมกตัวแต่ในห้อง ...
แต่ทุกครั้งที่ ข้าพเจ้าปรากฎกายร่วมกิจกรรม
..... ทุกวงการก็สะเทือน ...
บางปี เล่นเป็นดีเจ ... เต้นแร็ป !!! เชียวนะพวกแก ....
บางปี ก็เซิ้งกระติ๊บ ....
แบบว่า ... ชาวหอ IH ... กรี๊ดกันจนหอแตกไปเลย ....
อาชีพ ถนัดอีกอย่าง
ที่ข้าพเจ้าทำที่หอ บ่อยๆ คือ ช่วยทำอาหาร
และหากมีเวลาว่างๆ ก็โชว์ฝีมือ อดีตเด็กก้นครัว ... แห่งนครเมลเบิร์น ....
เสกผักผลไม้ ให้กลายเป็น .... สิ่งวิจิตรบรรจง ....
งานนี้ .... สาวๆ ต่างชาติ ใจละลายไปตามๆ กัน ...
ส่วนข้าพเจ้า ก็ทำหน้าซื่อๆ แอ๊บแบ๊วๆ
.... บอกพวกหล่อนว่า ....
"ผู้ชายไทยทุกคน ....
สามารถแกะสลักผักผลไม้ เป็นกันทุกคน
..... งานหมูๆ อ่ะ "
พวกเธอ ก็เชื่อสนิท ...
เพราะข้าพเจ้า ก็ทำท่า ปอกๆ หั่นๆ แบบง่ายๆ เนียนๆ ....
พูดไปพลาง สะบัดใบมีดไปพลาง
ทำงานอย่างผู้ชำนาญ .....
ทำแอปเปิ้ลเป็นหงส์ ....
ทำส้มเป็นควาย ....
ทำแคนตาลูปเป็นกงจักร ...
พวกเธอหารู้ไม่ว่า ....
กว่าจะทำได้ชำนาญ
สวยงาม และรวดเร็วแบบนี้ ...
ข้าพเจ้าต้องอดทน ...
ช่วยเขาทำในครัว
ฝึกปรือฝีมืออยู่ ... ถึง สองปีเต็มๆ ....
บทเรียน ที่ข้าพเจ้าได้ จากงานนี้ ...
ทำให้ข้าพเจ้าเรียนรู้ว่า
บางครั้ง ณ ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ....
เราอาจจะรู้สึกว่า "บางสิ่งบางอย่าง" ..... ในชีวิต
มันช่างเลวร้าย ... ทุกข์ทน แสนสาหัส
(เช่น ... ชีวิตการทำงานหนักๆ ก้นครัว
ของข้าพเจ้าสมัยเรียนปริญญาโท)
แต่เมื่อเวลา ผ่านไป ....
สิ่งเหล่านี้ กลับมีคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ ...
เพราะทำให้ ตัวเราเข้มแข็ง
และอดทนต่อความยากลำบากอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น ...
อีกทั้ง ...
สิ่งที่น่าเบื่อมากๆ ....
เช่น การทำผักผลไม้ ... ที่ต้องทำให้สวยงาม ประณีต
และต้องทำให้เสร็จเร็วๆ ...
... กลับใช้หลอกสาวๆ ต่างชาติ ให้ใจละลายได้ ....
... คุ้มจิงๆ อ่ะ ... ชีวิตนี้

แล้วชีวิตข้าพเจ้า... ก็วนเวียนอยู่ในวงจรนี้ ....
ตื่นเช้า อ่านหนังสือ ค้นคว้า ... เข้าภาควิชา
ไปห้องสมุด ....
เย็นๆ เข้าโรงยิม ออกกำลัง ....
พอตอนหัวค่ำ จะเป็นกิจกรรมของหอ IH ....
บางคืน เป็น international food
คือ ทำของว่างยามดึก
ไว้เลี้ยงคนทั้งหอ (ประมาณ 100 คน)
ดังนั้น หากมีการเรียกร้อง อาหารไทย
เขาก็จะมาตามข้าพเจ้าไปทำ
ของฮิตส่วนใหญ่ ก็คือ ....
ต้มยำกุ้ง หรือ ไม่ก็เป็นพวก ยำวุ้นเส้น .....
บางคืน เป็น กิจกรรมด้านปรัชญา
ก็ต้องรวมกลุ่มอภิปรายกัน ...
ซึ่งข้าพเจ้า ก็เข้ากลุ่ม bible study
ทั้งๆ ที่มิได้เป็นคริสเตียน ....
แต่เป็นโอกาสอันดี ที่จะได้เรียนรู้ ...
ในเรื่องราวที่ประเสริฐ และดีงามยิ่ง ...
และที่สำคัญ....
คือ เป็นการฝึกภาษาที่ดีมากๆ
เพราะต้องอ่านออกเสียงดังๆ ให้ทุกคนในกลุ่มฟัง
อีกทั้ง ต้องตีความ และอธิบายความหมายของพระคัมภีร์
ตามที่เราเข้าใจ .... ให้คนในกลุ่มฟัง
ซึ่งอีก 4 ปีต่อมา
ข้าพเจ้าก็พบว่า ....
ข้าพเจ้ามีความมั่นใจในการพูด ...
และสามารถพูด แสดงความคิดเห็นได้อย่างไม่ลำบาก
ทำให้สามารถ present การสอบปริญญาเอก ได้อย่างมั่นใจสุดๆ
ในห้องพักของข้าพเจ้า ที่หอ แห่งนี้ ....หากนั่งทำงาน ที่โต๊ะทำงาน แล้วมองผ่านหน้าต่างออกไป
ก็จะเห็นภาพนี้ .....
ขวามือ คือ ตึก คณะวิทยาศาสตร์ ....
มีนาฬิกาเรือนใหญ่ เห็นเด่นชัด
ทำให้ข้าพเจ้าไม่ต้องใช้นาฬิกาในห้องเลย ...
ตึกนี้ .... มีธรรมเนียมว่า ...
หากใครเรียน ปริญญาเอกไม่จบ ...
เขาก็มักจะมา กระโดดตึกตายกัน ...
ในช่วงที่ข้าพเจ้าเรียนที่นี่ ....
มีกระโดดกันทุกปี ... ปีละหลายๆ คน
และหากมองไปไกลลิบ สุดสายตา
บนเนินเขา คือ ตึก ที่มีอักษร UNSW
ซึ่งก็คือ ห้องสมุดอันยิ่งใหญ่ ....
ข้าพเจ้า ... นั่งทำงานไป ก็มองเห็นภาพนี้ไป
.... ทุกวัน ทุกคืน
วันแล้ว .. วันเล่า ....ปีแล้ว ... ปีเล่า ....
จากวันฟ้าใส
.... ในฤดูหน้าร้อน
สู่วันฝนตก พร้อมลูกเห็บขนาดลูกกอล์ฟ ซัดกระหน่ำ
.... ในฤดูใบไม้ร่วง
จากวันฟ้าหม่น ... หมอกลงจัด...
จนแทบไม่เห็นตัวอักษร UNSW ในฤดูหนาว ....
สู่วันพายุเข้า ...
ไปดับทั้งเมือง .... ในฤดูใบไม้ผลิ ....
วนเวียนเช่นนี้ 4 ปีเต็ม ๆ ...
.......................................
ชีวิตข้าพเจ้า อยู่ในวงจรนี้
ด้วยใจแช่มชื่น ... เบิกบาน ...
ทุกๆ ความรู้ ทุกๆ ความรู้สึก ....
ทุกๆ สรรพสิ่งรอบกาย ...
ข้าพเจ้าเก็บเกี่ยวไว้หมด .... ครบถ้วนทุกๆ รายละเอียด ..
สะสม สะสม สะสม ... เก็บไว้เป็นอย่างดี ....
ตั้งใจแน่วแน่ว่า ....
จะต้องถ่ายทอด .... สิ่งเหล่านี้
สู่ฝันอันเรืองรอง ณ ดินแดน IE .... ในไม่ช้า
และแล้ว .... ณ ปลายปี 2540 .....
ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนทุกประการ ....
ข้าพเจ้าปิดงานวิจัย .....
เขียนวรรณกรรมฉบับยาวที่สุดในชีวิต .....
วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก 100,000 คำ
ด้วยภาษาต่างชาติ ....
ประมาณ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2541 .....
ข้าพเจ้าก็ออกเดินทาง ....
จากมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล ...
จาก UNSW อันยิ่งใหญ่ ....
จากพี่น้อง ชาว หอ IH - International House อันอบอุ่น .....
กลับสู่... ลำคลองสายเก่าแก่ ... หน้าวัดปลูก ฯ ....
...... เป็นครั้งแรกในชีวิต ของข้าพเจ้า....
ที่รู้สึกดีใจจริงๆ ....
ดีใจที่จะได้กลับบ้าน อย่างถาวร เสียที .....
ดีใจ ... ที่จะได้เริ่มชีวิตใหม่ .... ในครรลองที่ถูกต้อง และมีคุณค่าเสียที ....
ดีใจ .... ที่ในอีกไม่กี่วัน จะได้เจอหน้าลูกศิษย์ IE รุ่นแรก
.... ตั้งใจ ที่บ่มเพาะ ทะนุถนอมพวกมัน
ด้วยมือตนเอง อย่างสุดฝีมือ .....
................
ข้าพเจ้าบอกตัวเอง ตลอดทางกลับบ้านว่า ....
.... เราต้องทำได้ ....
.... เราจะทำให้ดีที่สุด .... และ จะต้องทำให้ อย่างแน่นอน .....
.... ฝันนี้ ... สวยงาม และ เรืองรองยิ่งนัก ....
............................................................................................
ข้าพเจ้า ยิ้มอย่างสดชื่น ....
นัยน์ตาเปล่งประกาย มีความหวัง .....
โดยหารู้ ไม่ว่า ....
ณ วินาที แรกที่ข้าพเจ้า ย่างเท้าเข้าสู่สถาบันฯ ....
และ ได้เหยียบย่างเข้าสู่ภาค IE ณ ปี 2541 ....
ข้าพเจ้าก็จะ "ฝันสลาย" .... ในวินาทีแรก ....
ฝัน... ที่เรืองรอง ตั้งแต่ปี 2535 ถึง ปี 2540 ....
ฝัน... ที่เป็นกำลังใจ .... ในการเรียนปริญญาเอก ตลอด 4 ปีเต็ม.....
ฝันนี้ .... "สลาย" ... ในทันที
.... ที่ข้าพเจ้า กลับคืนสู่ร่มรั้วชงโค ..... ..
.............. จบตอนที่ 2 เพียงเท่านี้ ................
๙ ความคิดเห็น:
Oh hO!!! 100000 words, how come?
For me, only 15000 words hasn't been finished leoy... T_T
PS. my uni. has a pub opened everyday duay la ka, and every night has lots of xxx-british girls... shape like a whale!!! hee hee...
อยากฟังต่อค่ะ พี่เต่ารีบมาเล่าต่อนะ นะ นะ นะ
nok z7
Ahhhhhhhh ลงแดงๆๆๆๆๆๆ อยากอ่านต่อๆๆๆๆๆๆ
อืม.... ที่ฝัน สลาย เพราะเจอหน้าพวกผม รุ่นหนึ่งที่ โดดเชียร์ ซะครึ่งภาคและ ชอบสุมหัวกัน โต๊ะล่างมุมโรงอาหาร หรือเปล่า.haha
Tabaek Z1.
พอจะเดาออกว่า ฝันสลายเพราะอะไร
แต่รอพี่เต่าเล่าดีกว่า
ดูซิจะตรงกันมั้ย อิอิ
อิ่มใจสบายใจ ชอบๆๆ เขียนเยอะๆนะคร๊าบ
รออยู่นะ พี่เต่า
ความรู้สึกแรกที่ผมเข้าIEลาดกระบัง ผมรู้สึกว่างเปล่าจริงๆ ไม่มีตึกภาค ไม่มีรุ่นพี่ ไม่เจออาจารย์ ไม่มีกิจกรรมภายในภาค เจอเพื่อนในภาคที่ไม่ครบทั้งภาคเพราะไม่รู้ว่าจะไปรวมตัวกันที่ไหน
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อพี่เต่าก้าวเข้ามาครับ
>o<
พี่ไปเรียนจริงๆหรือป่าวเนี๊ยะ ขอใบประกาศดูด้วย หุหุ
แสดงความคิดเห็น