ปั้นดาว...ให้เป็นดิน : ตอนที่ 3
"ฝันสลาย ..."
.......................................................
แล้วในที่สุด ... ข้าพเจ้า กลับมาถึงเมืองไทย ....
ในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2541
ด้วยหัวใจพองโต ......
มีเรื่องที่อยากคิด อยากทำ......
เกี่ยวกับการทำงานที่ภาค IE มากมาย
คิดจนนอนฟุ้งซ่าน..... ตลอดวันเสาร์อาทิตย์นั้น ...
.... เช้าวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2541 ...ข้าพเจ้าออกจากบ้านแต่เช้า .....
ขับรถ .... ฝ่ารถติดด้วยอารมณ์เบิกบานใจ ....
นึกในใจว่า ....
วันนี้แล้วสินะ ...
วันที่เรารอคอยมาทั้งชีวิต ....
เราจะได้ทำงาน ที่เรารัก .... เสียที

พอสายๆ .... ก็ถึงสถาบัน ....
ข้าพเจ้าดิ่งขึ้นไปที่ชั้นสอง ของตึกเครื่องกล ....
เพื่อทักทายประชาชน ชาวเครื่องกล ณ สำนักงานภาคเครื่องกล .....
แล้ว ข้าพเจ้า ก็ได้พบ ....
ข้าพเจ้าดิ่งขึ้นไปที่ชั้นสอง ของตึกเครื่องกล ....
เพื่อทักทายประชาชน ชาวเครื่องกล ณ สำนักงานภาคเครื่องกล .....
แล้ว ข้าพเจ้า ก็ได้พบ ....
ท่านหัวหน้าภาควิชา วิศวกรรมอุตสาหการ ...
ท่าน อาจารย์พรศักดิ์ .....
ท่านพูดยิ้มๆ ว่า .... ขึ้นไปชั้นสามได้เลย ....
ภาคใหม่ .... เปิดแล้ว .... อยู่ที่ชั้นสาม ...
อาจารย์เต่ามาแล้ว ....
คงมีเรื่องสนุกๆ ให้ทำอีกมากมายแน่ๆ ...
ท่าน อาจารย์พรศักดิ์ .....
ท่านพูดยิ้มๆ ว่า .... ขึ้นไปชั้นสามได้เลย ....
ภาคใหม่ .... เปิดแล้ว .... อยู่ที่ชั้นสาม ...
อาจารย์เต่ามาแล้ว ....
คงมีเรื่องสนุกๆ ให้ทำอีกมากมายแน่ๆ ...
ข้าพเจ้า รีบวิ่งขึ้นตามบันไดวน ของตึกเครื่องกลอย่างรวดเร็ว
ทิ้งให้หัวหน้าภาค IE ...
ค่อยๆ เคลื่อนตัว เดินขึ้นบันได ตามข้าพเจ้ามาอย่างช้าๆ
ท่านทำท่าทางราวกับว่า ...
อยากจะหยุดโลกนี้ ... ไว้ ณ วินาทีนี้ .... ตลอดกาล ....
แล้วข้าพเจ้า ก็วิ่งถึง ประตู ....
สู่ “สำนักงาน โครงการภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ” ... ชั้นสาม
.... เปิดเข้าไปอย่างมั่นใจ .....
ข้าพเจ้า ไม่สามารถบรรยายภาพที่ข้าพเจ้าเห็นได้ ..... ด้วยตัวอักษร
.... มันคือ ภาพความว่างเปล่าอย่างแท้จริง ....
ภายในห้องขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดประมาณ 100 ตารางเมตร
ว่างเปล่า .... มีโต๊ะทำงานเก่าๆ 2-3 ตัว ที่ดูทรุดโทรม
แผ่นไม้อัดพองบวม ตามขอบแตกเป็นเสี้ยน ....
ผ้าม่านสีเขียวอ่อน ส่องแสงเรืองรอง สะท้อนไออุ่นจากแดดยามเช้า ....
สายโทรศัพท์กองม้วนๆ อยู่มุมห้อง ....
ไม่มีสิ่งมีชีวิต .... แม้แต่ มด หนู แมลงสาบ และจิ้งจก ...
ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีเสียงพูดคุย ไม่มีเสียงแห่งความสุข ...
ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ...
ยกเว้น ... ความผิดหวัง .... กับภาพที่เห็น .....
...... นี่คือ ภาพแห่งความจริง ที่ข้าพเจ้าได้รับรู้ ....
ณ วินาทีแรก แห่งการเหยียบย่างเข้าภาค IE
...... นี่คือ ภาพแห่งความจริง ที่ข้าพเจ้าได้รับรู้ ....
ณ วินาทีแรก แห่งการเหยียบย่างเข้าภาค IE
จากการบอกเล่า ของท่านหัวหน้าภาควิชา IE …ท่านอาจารย์พรศักดิ์ .... เล่าว่า
ทุกๆ อย่าง ก็เป็นไปตามแผน ที่เราวาดไว้ ....
ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ สจล. ของพวกเรา
ได้เริ่มเปิดดำเนินการ รับนักศึกษารุ่นแรก ในปีการศึกษา 2540
ในวันที่ 1 มิถุนายน 2540 ก็เปิดเทอม ...
จากนั้น อีกไม่กี่วัน ....
เกิดวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทย ... และทั่วทั้งโลก ...
ค่าเงินบาทระทดระทวย ... ประเทศไทย “ถังแตก” ...
ทุกๆ หน่วยราชการ ต้องประหยัดสุดขีด ....
ส่วนหน่วยราชการที่ตั้งขึ้นใหม่ ... ก็ให้ชะลอโครงการไว้ก่อน ...
แต่ถ้าหากเปิดดำเนินการแล้ว ... (เช่น ภาคของเรา) ...
ก็ให้ทำต่อไป ..... แต่ ...
แต่... รัฐบาล จะไม่มีงบประมาณให้ ...
เปิดได้ ... ก็เปิดไป ...
อยู่ได้ .... ก็อยู่ไป ....
หากทนไม่ได้ .... ก็เลิกไปซะ !!!!
นั่นหมายถึง .....
แผนการ IE ทั้งหมด พังพินาศ ...
อัตรากำลัง ของอาจารย์ในอนาคต .... “ไม่มี” ..
งบประมาณ สำหรับใช้จ่าย ดำเนินการของภาควิชา ... “ไม่มี” ...
ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ....
ไม่มีเงิน .. ไม่มีอัตราอาจารย์ใหม่ ....
ไม่มีวัสดุอุปกรณ์ .... ..
อัตรากำลัง ของอาจารย์ในอนาคต .... “ไม่มี” ..
งบประมาณ สำหรับใช้จ่าย ดำเนินการของภาควิชา ... “ไม่มี” ...
ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ....
ไม่มีเงิน .. ไม่มีอัตราอาจารย์ใหม่ ....
ไม่มีวัสดุอุปกรณ์ .... ..
และ ไม่มี อนาคต อย่างสิ้นเชิง ....
ไม่มีอะไรเลย ....
ไม่มีอะไรเลย ....
ยกเว้น ... เด็กตาดำๆ 35 คน .
... ที่หลวมตัว เข้ามาเรียน
ณ ภาควิชา ... ที่ล้มละลายในทุกๆ ด้าน
.................................................
ณ ภาควิชา ... ที่ล้มละลายในทุกๆ ด้าน
.................................................
เราทั้งสอง ทรุดตัวลง นั่งยองๆ บนพื้น ที่สกปรก ....
ในภาค IE อันแสนอบอุ่น และร้อนระอุ ...
ต่างคนต่างนิ่งเงียบ ...
ในใจ .... คงคิดอะไรไป ต่างๆ นานา ....
ข้าพเจ้า นึกในใจว่า .....
อย่างน้อย ข้าพเจ้าก็ยังโชคดี ที่อุตส่าห์เรียนจนจบ
ไม่มีปัญหาเรื่องการเงินใดๆ เพราะรับทุนจากรัฐบาลออสเตรเลีย ....
แต่ท่านกรรณชัย ศิษย์ของข้าพเจ้าต่างหาก ...
ที่น่าจะอยู่ในภาวะ ที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าข้าพเจ้าในตอนนี้ ...
เพราะนับตั้งแต่ ประเทศไทย “ถังแตก” ...
พวกทุนการศึกษา สำหรับนักเรียนทุนรัฐบาลไทย ก็ถูกตัดหมด ...
มีการเรียกตัว คนที่กำลังเรียนอยู่ กลับมาเมืองไทยเป็นระยะๆ ...
หากใครที่ใจเด็ด .... ดื้อๆ .... ไม่ยอมพ่ายแพ้กลับบ้าน
ก็ต้องฝืนอดทนเรียนต่อไป.... ทั้งๆ ที่ถูกตัดทุน ....
อาจจะต้องออกไปทำงานพิเศษ .... หาเงินเรียนไปด้วย ....
ซึ่งในกรณีนี้ ..
ท่านกรรณชัย ศิษย์รัก ของข้าพเจ้า
ก็กำลังตกระกำลำบาก เยี่ยงนี้เช่นกัน ....
ข้าพเจ้าไม่ได้ข่าวคราวจากเขามานานแล้ว .....
ไม่รู้ว่า...
เขาต้องไปล้างจาน ปิ้งไก่ สลักผลไม้ รีดผ้า .... แบบข้าพเจ้าบ้างหรือไม่ ? ….
นี่คือ ชะตากรรม ของพวกเราสามคน .... นักล่าฝัน IE รุ่นบุกเบิก ....

อย่างไรก็ตาม ในปีแรก ...
ท่านอาจารย์พรศักดิ์ ... ก็ได้ดิ้นรน ยึดครองห้องได้ 1 ห้อง ...
ซึ่งก็คือ ห้องภาค IE ณ ชั้นที่สาม ของตึกเครื่องกล ...
หาแอร์มาได้ 2 ตัว .... ผ้าม่านสีเขียวสดใส 2 ผืนยักษ์ ...
และซิกแซ๊ก .... ไป ”ขอยืม” อัตรากำลังคน มาจากภาคอื่นๆ
ได้ 3 อัตรา .... และบรรจุอาจารย์ใหม่ มาประจำที่ภาคเรา
ได้อีก สามคน .... วุฒิปริญญาตรี เพิ่งจบใหม่ๆ ...
ชื่อ ... อุดม (พี่ดม) .... เอกพจน์ (พี่เป๋า) ...
และ สกนธ์ (พี่ฮิม)....
อาจารย์บอกว่า .... วันนี้ เด็กๆ IE มีสอบ ....
คงประมาณเที่ยงๆ ก็จะสอบเสร็จ ....
จะไปเรียกหัวหน้าห้อง IE ให้มาหาข้าพเจ้า ที่
“สำนักงานภาค IE” อันอลังการ ....
คงประมาณเที่ยงๆ ก็จะสอบเสร็จ ....
จะไปเรียกหัวหน้าห้อง IE ให้มาหาข้าพเจ้า ที่
“สำนักงานภาค IE” อันอลังการ ....
............................
พอเที่ยงกว่าๆ ... หมดเวลาสอบ ....
ฝูงเด็ก หลั่งไหลออกจากห้องสอบ เดินวนเวียน ลงบันไดวน ...
ข้าพเจ้าออกมายืนหน้าห้อง .... จับจ้องดูฝูงเด็กที่วนเวียนลงบันไดมา ...
กลุ่มแล้ว กลุ่มเล่า .... ก็ดูเป็นเด็กธรรมดาๆ ไม่สะดุดหูสะดุดตา ....
จนกระทั่ง ....
ฝูงเด็กอีกกลุ่ม เดินวนเวียนลงบันไดมา ....
ดูแปลกหูแปลกตามากๆ ....
เพราะ
คุยเสียงดัง ... พูดจาหยาบมาก ....
หน้าตาแก่ๆ .... ดูไม่ค่อยฉลาด ...
อีกทั้งยังดูสกปรกๆ ... แบบ โสโส ...
จากนั้น .... ก็ถึงกลุ่มเด็กหญิง ...
.... ก็เช่นกัน ....
ดูแก่ๆ พูดจาแบบ มึงๆ กูๆ ...
คนที่ผอม ... ก็ผอมเกินเหตุ ...
คนที่ท้วม ... ก็ท้วม เทิบทาบ ...
คนที่ขาว ... ก็ขาวโคตร ...
คนที่คล้ำ ... ก็คล้ำสุดฤทธิ์ ....
ที่น่าสะดุดตา คือ ...
เด็กหญิงสามคน เดินกอดคอกัน ... ลงบันไดมา ...
.... มันเป็นอะไรหนอ ?
ป่วย หรือ เมาค้าง หรือ ความเครียดลงกระเพาะอาหาร ? ….
เด็กหญิงคนกลาง เกาะเพื่อนทั้งสองข้างไว้ ...
ทำหน้าตาระทดระทวย .... เป็นลมคอพับคออ่อน ....
สะอื้น อึ๊ดๆๆ เป็นระยะๆ .... ดมยาดม เป็นจังหวะถี่ๆ ...
..... ช่างน่าแปลกตา แปลกใจยิ่งนัก ....
ฝูงเด็ก หลั่งไหลออกจากห้องสอบ เดินวนเวียน ลงบันไดวน ...
ข้าพเจ้าออกมายืนหน้าห้อง .... จับจ้องดูฝูงเด็กที่วนเวียนลงบันไดมา ...
กลุ่มแล้ว กลุ่มเล่า .... ก็ดูเป็นเด็กธรรมดาๆ ไม่สะดุดหูสะดุดตา ....
จนกระทั่ง ....
ฝูงเด็กอีกกลุ่ม เดินวนเวียนลงบันไดมา ....
ดูแปลกหูแปลกตามากๆ ....
เพราะ
คุยเสียงดัง ... พูดจาหยาบมาก ....
หน้าตาแก่ๆ .... ดูไม่ค่อยฉลาด ...
อีกทั้งยังดูสกปรกๆ ... แบบ โสโส ...
จากนั้น .... ก็ถึงกลุ่มเด็กหญิง ...
.... ก็เช่นกัน ....
ดูแก่ๆ พูดจาแบบ มึงๆ กูๆ ...
คนที่ผอม ... ก็ผอมเกินเหตุ ...
คนที่ท้วม ... ก็ท้วม เทิบทาบ ...
คนที่ขาว ... ก็ขาวโคตร ...
คนที่คล้ำ ... ก็คล้ำสุดฤทธิ์ ....
ที่น่าสะดุดตา คือ ...
เด็กหญิงสามคน เดินกอดคอกัน ... ลงบันไดมา ...
.... มันเป็นอะไรหนอ ?
ป่วย หรือ เมาค้าง หรือ ความเครียดลงกระเพาะอาหาร ? ….
เด็กหญิงคนกลาง เกาะเพื่อนทั้งสองข้างไว้ ...
ทำหน้าตาระทดระทวย .... เป็นลมคอพับคออ่อน ....
สะอื้น อึ๊ดๆๆ เป็นระยะๆ .... ดมยาดม เป็นจังหวะถี่ๆ ...
..... ช่างน่าแปลกตา แปลกใจยิ่งนัก ....
ทั้งไอ้และอีเด็กกลุ่มนี้ .... ที่มีท่าทางแปลกๆ แบบนี้
ต้องเป็น เด็ก IE ของกูแน่ๆ ....
เพราะดูเหมาะสมกับ...
ห้องสำนักงาน IE ผีสิง สีเขียวอ่อนยิ่งนัก ...
ดุจดัง “ผีเน่า” ต้องคู่กับ “โลงผุ” ... อย่างเหมาะสม ...
เพราะดูเหมาะสมกับ...
ห้องสำนักงาน IE ผีสิง สีเขียวอ่อนยิ่งนัก ...
ดุจดัง “ผีเน่า” ต้องคู่กับ “โลงผุ” ... อย่างเหมาะสม ...
.... ฉันใด ก็ ฉันนั้น ....
.... จากนั้น ....
เด็กชายคนสุดท้าย ....
ค่อยๆ เดินต้วมเตี้ยม.. เกาะราวบันได ลงมาอย่างช้าๆ ...
หน้าใส ... อิ่มเอิบในธรรม ....
สวมแว่นตากรอบเป็นประกาย ...
ทรงผม ดูหยอยๆ แบนๆ ฟูๆ แฟบๆ พิกลๆ ....
ท่าทาง คงเป็นเด็กเรียน ....
คงเป็น เด็กประเภทชอบนั่งแถวหน้า ....
ยิ้มแย้ม เบิกบาน ในการเล่าเรียน เป็นแน่แท้ ...
.... เด็กน้อย สบตาข้าพเจ้า ....
แววตาเหมือน ลูกกวางน้อย ... ที่กำลังหวาดระแวง พญาราชสีห์ ...
“… เป็นยังงาย ... สอบวันนี้ .... ยากไหมจ๊ะ... น้อง” ....
ข้าพเจ้าเอ่ยเอื้อน ทอดไมตรี ....
แล้วตอบสั้นๆ ว่า ....
“ แฮะๆ... แฮะๆ... ”
.........
.....
...
..
.
.........
.....
...
..
.
...............................................................................................
ตอนแรก อยากจะจบตอน เพียงแค่นี้ .....
เพื่อเอาไว้หลอกล่อให้สมาชิก ie story
ลองทายดูว่า ....
“เด็กน้อย” ท่านนี้ คือ ใคร ... ?
.
.
.
… แต่ด้วยคุณธรรมอันสูงล้ำ ของข้าพเจ้า ...
และเพื่อ ชดเชย กับ ...
“ข่าวร้าย” ... ที่ข้าพเจ้ากำลังจะแจ้ง
ให้ท่านสมาชิก ie story รับทราบ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ...
ดังนั้น ...
… แต่ด้วยคุณธรรมอันสูงล้ำ ของข้าพเจ้า ...
และเพื่อ ชดเชย กับ ...
“ข่าวร้าย” ... ที่ข้าพเจ้ากำลังจะแจ้ง
ให้ท่านสมาชิก ie story รับทราบ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ...
ดังนั้น ...
ข้าพเจ้า ... จึงขอเขียนต่อ .... ก็แล้วกัน ...
.......................................................................................
.......................................................................................
เด็กน้อย สบตาข้าพเจ้าแบบอายๆ
แล้วตอบสั้นๆ ว่า ....
“ แฮะๆ... แฮะๆ...
… สงสัยจะยากครับ ... เพราะมีเด็กผู้หญิงคนนึง .... ทำไปร้องไห้ไป...
แล้ว ก็เป็นลมคาห้องสอบไปเลย ....
แฮะๆ... แฮะๆ...
แฮะๆ... แฮะๆ...
แฮะๆ... แฮะๆ... .”
ข้าพเจ้าถามต่อในทันที ...
“... แล้วน้องล่ะ ... ทำสอบได้ไหม?
ท่าทางเด็กเรียนแบบนี้ .... คงทำได้แน่ๆ ...”
"เด็กน้อย" ... สบตาข้าพเจ้าแบบอายๆ แล้วตอบว่า ...
“ แฮะๆ... แฮะๆ...
คือว่า ... คือว่า ....
ผมเป็นคนออกข้อสอบเองครับ ....
ผมชื่อ “สกนธ์” ... เป็นอาจารย์ภาค IE ครับ ...”
ก็ตบแต่ง ออกไปในแนว ...แนว..ยากจน และว่างเปล่า ...
ยังได้เจอ ... เด็กๆ หน้าแก่ ...
และ อาจารย์ หน้าเด็กๆ ....
ข้าพเจ้า ไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่า ....
อจ. หน้าตา ท่าทางเด็กๆ หน้าตาแบบนี้
และ อาจารย์ หน้าเด็กๆ ....
ข้าพเจ้า ไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่า ....
อจ. หน้าตา ท่าทางเด็กๆ หน้าตาแบบนี้
จะไปสู้รบกับ เหล่าเด็กหน้าตา “กร้านโลก” แบบนั้น ได้อย่างไร ?
….. จากวันนั้น ... ถึง ณ วันนี้
10 ปีผ่านไปเต็มๆ ....
ท่านอาจารย์สกนธ์ ผู้น่ารัก .....
แม้จะกลายเป็น “ดร.สกนธ์” …
อีกทั้ง ยังเป็น “คุณพ่อลูกอ่อน” ..... มือใหม่ ...
แต่ก็ยังคง มีหน้าตาท่าทาง....
เหมือน ณ วันแรกที่ข้าพเจ้าได้พบเจอ ....
... สดใส ร่าเริง ... ขยันขันแข็ง ....
ต้อง อดทนและต่อสู้กับ “ความไม่รู้” ของเหล่าศิษย์ IE รุ่นแล้วรุ่นเล่า ...
ท่านสามารถสอนหนังสือ ได้ชัดแจ้ง ดุจดั่ง “เทพ” .....
เหล่าศิษย์ทุกคน ... คงจะรู้อยู่แก่ใจ ....
เมื่อข้าพเจ้า ได้พูดคุยกัยสกนธ์สักพัก ....
ก็มีเด็กชาย ท่านหนึ่งมาหาข้าพเจ้า ....
เขาผู้นี้ ร่างสูงโย่ง .... หน้าตาดูแปลกๆ .... สวมหมวก
สวมสายสร้อย เป็นโซ่เงินๆ ตามสมัยนิยมในยุคนั้น ...
ในมือ ถือ สมุดไดอารี่ นัดหมาย แบบมืออาชีพ ... ท่าทางมั่นใจสุดๆ ....
แล้วเขา ก็แนะนำตัวว่า ชื่อ “jera” .... “จีร่า”
มี position เป็น head ของ industrial engineering … รุ่นแรก ...
สำเนียงของเขาดี ไม่มีที่ติ .... ใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษ ปนไทยได้อย่างไม่ขัดเขิน ....
สามารถออกเสียง “ช.ช้าง” .... ให้เป็นเสียง sh .. ชึๆๆๆๆ ได้เนียนหู ...
เขาสามารถใช้ คำอุทาน ... แบบว่า
“ว้าวว์ ... โอห์ .... อะฮ้าร์ ....” ได้อย่างเหมาะเจาะ ถูกตามกาลเทศะยิ่งนัก ...
ก็มีเด็กชาย ท่านหนึ่งมาหาข้าพเจ้า ....
เขาผู้นี้ ร่างสูงโย่ง .... หน้าตาดูแปลกๆ .... สวมหมวก
สวมสายสร้อย เป็นโซ่เงินๆ ตามสมัยนิยมในยุคนั้น ...
ในมือ ถือ สมุดไดอารี่ นัดหมาย แบบมืออาชีพ ... ท่าทางมั่นใจสุดๆ ....
แล้วเขา ก็แนะนำตัวว่า ชื่อ “jera” .... “จีร่า”
มี position เป็น head ของ industrial engineering … รุ่นแรก ...
สำเนียงของเขาดี ไม่มีที่ติ .... ใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษ ปนไทยได้อย่างไม่ขัดเขิน ....
สามารถออกเสียง “ช.ช้าง” .... ให้เป็นเสียง sh .. ชึๆๆๆๆ ได้เนียนหู ...
เขาสามารถใช้ คำอุทาน ... แบบว่า
“ว้าวว์ ... โอห์ .... อะฮ้าร์ ....” ได้อย่างเหมาะเจาะ ถูกตามกาลเทศะยิ่งนัก ...
จากนั้น ท่านจีร่า ก็ทำการ “บรี๊ฟฟ์”เกี่ยวกับ สถานการณ์ภาค IE ให้ข้าพเจ้าฟัง ..... ว่า
“..... xxx…. Xxx … xx. Xx…”
.... ถึงแม้ สำเนียง และท่าทางของ จีร่า จะชวนให้ข้าพเจ้าอดยิ้มไม่ได้ ....
แต่เรื่องราว .... มันกลับน่าสะทกสะท้านใจข้าพเจ้า ยิ่งนัก .....
สรุปว่า .... ตั้งแต่เริ่มเปิดเทอมมาเกือบๆ 1 ปี ....
ชาว IE รุ่นหนึ่งทุกคน … ก็ล่องลอย ....
ในที่สุดก็ไปตั้งหลักแหล่ง มีโต๊ะประจำ ณ โรงอาหารตึก ชั้น 12 ...
ไม่มีรุ่นพี่ภาค ... ไม่มีญาติ .... ไม่มีอะไรเลย ...
นอกจากนี้ กว่าครึ่งห้อง ก็เป็นเด็ก “ซิ่ล” ...
บางคน ก็ “ซิ่ล” มาหลายรอบ ....
เลย ไม่ได้เข้าเชียร์ ไม่ได้ทำงานชุมนุม
หรือเข้าร่วมกิจกรรมของคณะมากมาย ...
เพราะไม่มีรุ่นพี่ภาคฯ คอยชักชวน แนะนำ หรือ ดูแลเลย
ดังนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ....
ก็ใช้ชีวิตล่องลอยไปวันๆ
ความสุข ในชีวิต คือ การเล่นกับหมาประจำรุ่น ....
สีชมพู .... เพราะขี้เรื้อนกินไปทั้งตัว .....
เคยไปเที่ยว ที่สนุกที่สุด ...
คือ ไปเดิน “ซีคอน” หรือ “แฟชั่น” ร่วมกันทั้งภาคบ้าง
... ก็แค่นั้น เอง ....
.... ข้าพเจ้า ได้แต่ทอดถอนใจ หมดอาลัยตายอยาก ....
นี่นะหรือ สภาพของ “เด็กๆ” ในฝันของข้าพเจ้า ...
เพียงแค่ “กำลังใจ” ... ในการเดินมาเรียน ...
พวกมัน .... ยังไม่มีเลย ....
ช่วงบ่ายๆ ....ข้าพเจ้านัด เด็กรุ่นที่ 1 ทั้งภาค มาประชุม ...
ก็ถูกต้องแล้ว .... พวกมัน คือ เด็กกลุ่มนั้น .... นั่นเอง ...
ท่าทางกระเซอะกระเซิง ... ล่อกแล่ก .. เลื่อนลอย ...
เสียงดัง ... ไม่มีมารยาท ... ฯลฯ ..
ทุกๆ สายตา มองข้าพเจ้าอย่างคนแปลกหน้า ....
แล้วข้าพเจ้า ก็บอกพวกเขาว่า ....
ภาคในฝัน ของ ข้าพเจ้า คือ อะไร ?
และ ณ ตอนจบ ศิษย์แห่ง IE ลาดกระบัง ... จะเป็นเช่นไร ?
…… ข้าพเจ้า ขายความฝันว่า .....
…. ภาคเรา จะต้องอบอุ่น มีกิจกรรมมากมาย ...
ชาว IE ทุกคน .... จะรู้สึกเหมือนว่าอยู่ที่บ้าน ....
ทั้งสุขใจ และ ทั้งอบอุ่นใจ ...
.... ข้าพเจ้า สร้างฝันมากมาย ว่า
.... พอพวกเราเรียนจบ ... ก็จะมีงานทำ ...
เดินเชิดหน้า ไม่อายใคร ...
สามารถบอกทุกคน ในโลก อย่างภูมิใจว่า
“เรา คือ IE ลาดกระบัง”
แม้วันนี้ .... เราจะมีกันแค่ 35 คน ...
แต่วันข้างหน้า ... พวกเรา ก็จะมีเป็น 100 เป็น 1000 ...
ทำงานกัน ในองค์กร ชั้นนำของประเทศ ...
หรือ อาจจะ กระจายกันอยู่ ทั่วทุกมุมโลก .....
ไปตามฝัน ของตนเองได้อย่างอิสระเสรี ....
อย่างไรก็ตาม ....
สายตาทุกคู่ ที่มองข้าพเจ้า ....
ไม่เปล่งประกาย ออกมาเลยสักนิดเดียว ....
ข้าพเจ้า สัมผัสได้ว่า ...
... ไม่มีเด็กคนไหน เชื่อข้าพเจ้าเลย ....
... บรรยากาศ ทั้งเงียบ .. วังเวง จนน่าอึดอัด ...
ใจข้าพเจ้า ... ฝ่อลงๆๆๆๆๆ ...
ส่วนกำลังใจของข้าพเจ้า นะหรือ ? ....
มันเหือดแห้งหายไปหมด .... ตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้ว ....
.... และ ก็คงจะโทษ เด็กๆไม่ได้หรอก ...
ที่มองข้าพเจ้าแปลกๆ แบบนี้ ...
เพราะดูเหมือน... ข้าพเจ้า เป็นนัก talk show...
ดีแต่พูดเรื่อยเปื่อย ... ดีแต่ขายฝัน ...
มันไม่น่าเชื่อหรอก ... เพราะ ...
เพราะ...แค่ จะหาเก้าอี้มาให้เด็กนั่ง ครบทั้ง 35 ตัว ....
ข้าพเจ้า ... ก็ยังไม่มีปัญญาทำได้เลย ...
เด็กๆ ต้องนั่งซ้อนๆ กันบ้าง นั่งพื้นบ้าง ...
สภาพที่ข้าพเจ้าเห็น ..มันดูแย่มากๆ ...
ดูแย่.... ยิ่งกว่าเหล่าเด็กด้อยโอกาส
เพราะ...แค่ จะหาเก้าอี้มาให้เด็กนั่ง ครบทั้ง 35 ตัว ....
ข้าพเจ้า ... ก็ยังไม่มีปัญญาทำได้เลย ...
เด็กๆ ต้องนั่งซ้อนๆ กันบ้าง นั่งพื้นบ้าง ...
สภาพที่ข้าพเจ้าเห็น ..มันดูแย่มากๆ ...
ดูแย่.... ยิ่งกว่าเหล่าเด็กด้อยโอกาส
ในประเทศเพื่อนบ้านของเรา … เสียอีก ...
ช่างน่าสมเพชเวทนาจริงๆ ....
ไม่ใช่สมเพช .... เด็ก IE …หรอกนะ ..
แต่ข้าพเจ้า ...กลับรู้สึกสมเพชเวทนา ตนเองยิ่งนัก ....
เพราะ ณ ตอนนั้น เพียงแค่เก้าอี้ ...สักคนละตัว ...
ช่างน่าสมเพชเวทนาจริงๆ ....
ไม่ใช่สมเพช .... เด็ก IE …หรอกนะ ..
แต่ข้าพเจ้า ...กลับรู้สึกสมเพชเวทนา ตนเองยิ่งนัก ....
เพราะ ณ ตอนนั้น เพียงแค่เก้าอี้ ...สักคนละตัว ...
ข้าพเจ้า ก็ยังไม่มีสติปัญญาจะหามาให้พวกเขาได้นั่งกันสบายๆ เลย ...
ลืมไปเลยเหอะ ...
ไอ้เรื่อง เดินเชิดหน้า ... ล่าฝัน สุดขอบฟ้า ...
โม้ชัดๆ ...
แล้วข้าพเจ้า ก็แจกแบบสอบถามชุดแรกเพื่อเป็น จุดเริ่มต้น ของวันแรก....
แห่งการเริ่มทำงานของข้าพเจ้า ที่นี่ ...
ซึ่งอาจจะถือได้ว่า .... นี่คือ จุดเริ่มต้น ....
ที่ตกต่ำที่สุด ....ในชีวิตการทำงานของข้าพเจ้า
ผลของแบบสอบถาม ....พบว่า ... มีประมาณ 30% ตอบว่า “ผิดหวัง/ท้อแท้/คิดผิด”
และที่น่าตกใจ คือ ที่เหลือ ... กว่าครึ่งของเด็กทั้งหมด ตอบว่า
“เฉยๆ / พอทน / ช่างแม่ง” ....
เพราะ นี่คือ สัญญาณอันตราย ...
นี่คือ ภาวะสิ้นหวัง ....นี่คือ “หายนะ” ทางความคิด .... อย่างแท้จริง
และที่น่าตกใจ คือ ที่เหลือ ... กว่าครึ่งของเด็กทั้งหมด ตอบว่า
“เฉยๆ / พอทน / ช่างแม่ง” ....
เพราะ นี่คือ สัญญาณอันตราย ...
นี่คือ ภาวะสิ้นหวัง ....นี่คือ “หายนะ” ทางความคิด .... อย่างแท้จริง
“เหนื่อยไหม ?” ...
ข้าพเจ้ามองตาแม่ .... ยิ้มเจื่อนๆ
ข้าพเจ้ามองตาแม่ .... ยิ้มเจื่อนๆ
ไม่รู้จะตอบแม่ ว่าอย่างไร ....
อยากจะร้องไห้ ... ก็ไม่มี “น้ำตา” จะเหลือให้ไหลแล้ว ...
เพราะ นั่งน้ำตาไหล ..... ตลอดทางที่ขับรถกลับบ้าน ...
สงสารตัวเอง .... บ้าง ...
แต่สงสาร “เด็กๆ IE … ” มากกว่า ... และ มากที่สุด
นี่นะ หรือ ....
คือ “ฝันอันเรืองรอง” ที่ข้าพเจ้าเฝ้ารอ ....?
...........................................................................
อยากจะร้องไห้ ... ก็ไม่มี “น้ำตา” จะเหลือให้ไหลแล้ว ...
เพราะ นั่งน้ำตาไหล ..... ตลอดทางที่ขับรถกลับบ้าน ...
สงสารตัวเอง .... บ้าง ...
แต่สงสาร “เด็กๆ IE … ” มากกว่า ... และ มากที่สุด
นี่นะ หรือ ....
คือ “ฝันอันเรืองรอง” ที่ข้าพเจ้าเฝ้ารอ ....?
...........................................................................
และนี้ .... คือ ข้อความบางส่วน ...
จาก สมุดบันทึกของข้าพเจ้า ....
เกี่ยวกับ ความรู้สึก ในวันนั้น ....
ปัญหา-ปัญหา-ปัญหา
ดูเหมือนว่า ทุกคนมีความสุขมาก
anyway... ทุกอย่างน่าจะ ... น่าจะดีขึ้น ...
เรา ได้แต่พูดว่า ...
1. มันอาจจะไม่เลวร้ายเท่าที่คิด
2. อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด ...
...........................................................................................และท้ายที่สุด .... ข้าพเจ้า ก็ได้สรุปภาพรวม
ของการทำงานของข้าพเจ้า ในวันนั้น ....
กล่าวคือ ....
ข้าพเจ้าคิดเล่นๆ ว่า
หากมีใคร มาถามเด็กๆ IE ว่า
"ความรู้สึก" ... พวกเขา
ที่มีต่อข้าพเจ้า ..ในวันนั้น คือ อะไร
และ นี่คือ คำตอบ ที่ข้าพเจ้า คาดว่าจะได้รับ .... จากเด็กๆ IE ในวันนั้น ...
1. "แย่ที่สุด..."
...............................................................................จบตอนที่สาม เพียงแค่นี้ ...





๘ ความคิดเห็น:
first year, i was feel shame to tell anyone that i was an IE student .. it's true..
but since the 2nd year till now, like you said .. i've never feel regret to choose IE at that time and so proud to say that i'm a part of IE-KMIT'L...
... no 'PAIN' .. no 'GAIN' ...
อืม...
ผมว่ามาถึงวันนี้ คงมีคนหายเหนื่อย
คงมีคนที่โล่งอก ...
และแน่นอนคงมีคนที่ สบายใจ
อ่านวันนี้แล้วมันตอบทุกๆ คำถาม ของหลายคน
เถียงไม่ออก
แต่ตอนนั้นตอบไปอย่างนั้นจริง ๆ เหรอเนี่ย แฮะ ๆๆๆๆ
คงเป็นความรู้สึกช่วงแรก ๆ มั้งครับ
บอกตามตรงว่าปีนั้น สมัครสอบเอ็นท์ใหม่ด้วยอ่ะ
แต่เปลี่ยนใจไม่ไปสอบ
นึกแล้วว่าแบบสอบถามที่ 2 คือของพี่พี “เฉยๆ / พอทน / ช่างแม่ง”
ขอบคุณพี่เต่าสำหรับเรื่องราวความเป็นมา ที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนครับ
ว่าแต่ "ข่าวร้าย"?!?
แบบสอบถามที่1เลือกเรียนวิศวอุตสาหการ เพราะอะไรคงจะเปลี่ยนคำตอบไม่ได้แล้ว
แต่แบบสอบถามข้อที่2 ถ้าพี่สอบถามด้วยคำถามข้อนี้ทุกปีตั้งแต่ปี1 ปี2 ปี3 ปี4 และเป็นปีแก่ๆแล้ว คำตอบในใจผม ชัดเจนมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นๆๆๆๆทุกที
ภาคภูมิใจที่สุดกับIEลาดกระลัง
ขอโทษครับพี่เต่า ภาคภูมิใจที่สุดกับIEลาดกระบังครับ
ขอเดา ข่าวร้ายของพี่เต่าคือ จะไม่มีการ up blog จากนี้เป็นเวลา 7 วัน 7 คืนช่ายป่ะคับ เนื่องจากพี่ไปปฏิบัติธรรม ณ ดินแดนอันแสนไกล
ปล. เดินทางให้สนุกนะคับ ทำบุญเผื่อให้เหล่าศิษย์บาป ie ด้วยคับ
ปล2. จับผู้ ญ ที่ประเทศนั้น ใส่ถุงกลับมาฝากแก่เหล่าศิษย์บาปด้วยคับ
PoO
ขอบคุณทุกอย่างครับที่พี่เต่าทำให้พวกเราทุกรุ่น
รู้จักชีวิตได้ดีขึ้น สู้ต่อไปนะ ดร.เต่า !!! 555++
แสดงความคิดเห็น