ที่ร่ำร้องอยากอ่าน นวนิยายชีวิตอันยืดเยื้อ ให้รวดเร็วทันใจ
หลังจากที่ได้อดทน ติดตามอ่าน มาสามตอนแล้ว .....
ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงขอมอบตอนจบ .... ของเรื่องราวนี้
.... ณ บัดนี้ ....
.... เร็วทันใจ ดีไหม ? ....
.....................................................
ณ ห้องเล็กๆ ทึมๆ
ชายผิวคล้ำ นั่งก้มหน้าก้มตาส่องกล้อง ... พร้อมๆ ดูอะไรก็ไม่รู้ใจจอภาพ
เมื่อได้ยินเสียงข้าพเจ้าเดินเข้ามาในห้อง .....
ท่านก็เงยหน้าขึ้นมามอง ....
ถึงท่านจะผิวคล้ำ
แต่รอยยิ้มท่านสดใส กระจ่างแก่ผู้พบเห็นเสมอ .....
เป็นความอบอุ่นแรก ที่ข้าพเจ้าสัมผัส จากท่าน ......
เป็นความอบอุ่น ....
ที่ข้าพเจ้าไม่เคยลืม ... ตราบจนทุกวันนี้
.... แล้วท่านยิ้มสดใส... แล้วก็ เอ่ยว่า
“ ….. …. ….. ”
.... แล้วท่านยิ้มสดใส... แล้วก็ เอ่ยว่า“ ….. …. ….. ”
.... ท่านเอ่ยว่าอะไร .... ข้าพเจ้าจำไม่ได้จริงๆ
จำไม่ได้ ......
เพราะท่านเสียงเบา ทุ้มต่ำ ..... และ .... ชวนให้ง่วงนอน ...
ฉับพลัน .... ความทรงจำเก่าๆ (และชั่วๆ) สมัยวัยเรียน
แล่นวูบเข้ามาสู่สมองกลีบซ้ายของข้าพเจ้าทันที
.... ใช่แล้ว ......
.... ใช่แล้ว ......
อาจารย์สอน drawing เราตอนปีหนึ่งนั่นเอง ....
ท่านอาจารย์ "พร..." "พร" อะไรสักอย่าง ...
.... อ้อ ... ท่านอาจารย์พรศักดิ์ ...
วิชาที่ข้าพเจ้าเกลียดนักหนา .....
วิชาที่ข้าพเจ้าเกลียดนักหนา .....
วิชาที่ไม่เคยทำการบ้านเองเลย .....
จำได้ดีว่า .... สมัยนั้น ในกลุ่มเพื่อนๆ ของข้าพเจ้า
จำได้ดีว่า .... สมัยนั้น ในกลุ่มเพื่อนๆ ของข้าพเจ้า
มีบุคคลจำพวกแฟนคลับ วิชา drawing มากมายหลายคน
.... แบบว่า หากมันวาดผิดไปนิดเดียว มันจะไม่ยอมลบรูปเลย
.... แบบว่า หากมันวาดผิดไปนิดเดียว มันจะไม่ยอมลบรูปเลย
..... มันจะทิ้งกระดาษทันที
แล้วยอมวาดใหม่ เพื่อให้ perfect สุดๆ
ส่วนข้าพเจ้า ไม่ต้องทำอะไรเลย ....
แล้วยอมวาดใหม่ เพื่อให้ perfect สุดๆ
ส่วนข้าพเจ้า ไม่ต้องทำอะไรเลย ....
แค่นั่งๆ นอนๆ รอส่วนบุญ จากกระดาษทิ้งๆ ของเพื่อน เอามาวาดเติม
แค่นี้ก็สุขใจแล้ว .... ไม่ต้องเสียเงิน ซื้อกระดาษเขียนแบบด้วย ....
นอกจากนี้ .... ยังจำได้ดีว่า เหตุผลดีๆ ที่อาจจะชอบวิชาบ้าง ....
ก็เพราะตอนนั้น เวลาเรียน เราใช้โต๊ะเขียนแบบจริงๆ
มันใหญ่ กว้าง และเอียงลาด
เหมาะแก่การฟุบนอน เพราะเนื้อที่กว้างใหญ่ และ อาจารย์จะไม่เห็น
เด็กปีหนึ่งในตอนนั้น เวลาเรียนวิชา drawing
ต้องเดินมาเรียนที่ตึกเครื่องกล .... ซึ่งก็คือ ตึกภาคเราในปัจจุบันนั่นเอง ....
กว่าจะลัดเลาะทางเกวียน .... ผ่านโรงยิม ลัดเลาะ shop เครื่องกล
เข้าสู่ตึกน้อยๆ กลางทุ่ง ริมบึงใหญ่ ..... ระยะทางดูไกลโข
ตึกนี้ สีขาวโพลน ….. ขนาดกะทัดรัด น่ารักมาก .....
ตั้งอยู่ริมบึงกว้าง (ซึ่งปัจจุบัน คือ ลานหน้าภาคทั้งหมด)
เต็มไปด้วยพงกก พงอ้อ .... งูเห่า และ เหี้ย
.... และครอบครัวเหี้ย …
ข้างๆ ตึกเป็นบันไดวน .... ขึ้นสู่ดาดฟ้า ....
ยิ่งเวลาที่แอบหนีเชียร์ ขึ้นไปนอนดูก้อนเมฆ ยามเย็นๆ
มันสุขใจยิ่งนัก ....
ความทรงจำเกี่ยวกับวิชานี้ .... และอาจารย์ท่านนี้ ....
มีเพียงแค่นี้ .....
แค่นี้ก็สุขใจแล้ว .... ไม่ต้องเสียเงิน ซื้อกระดาษเขียนแบบด้วย ....
นอกจากนี้ .... ยังจำได้ดีว่า เหตุผลดีๆ ที่อาจจะชอบวิชาบ้าง ....
ก็เพราะตอนนั้น เวลาเรียน เราใช้โต๊ะเขียนแบบจริงๆ
มันใหญ่ กว้าง และเอียงลาด
เหมาะแก่การฟุบนอน เพราะเนื้อที่กว้างใหญ่ และ อาจารย์จะไม่เห็น
เด็กปีหนึ่งในตอนนั้น เวลาเรียนวิชา drawing
ต้องเดินมาเรียนที่ตึกเครื่องกล .... ซึ่งก็คือ ตึกภาคเราในปัจจุบันนั่นเอง ....
กว่าจะลัดเลาะทางเกวียน .... ผ่านโรงยิม ลัดเลาะ shop เครื่องกล
เข้าสู่ตึกน้อยๆ กลางทุ่ง ริมบึงใหญ่ ..... ระยะทางดูไกลโข
ตึกนี้ สีขาวโพลน ….. ขนาดกะทัดรัด น่ารักมาก .....
ตั้งอยู่ริมบึงกว้าง (ซึ่งปัจจุบัน คือ ลานหน้าภาคทั้งหมด)
เต็มไปด้วยพงกก พงอ้อ .... งูเห่า และ เหี้ย
.... และครอบครัวเหี้ย …
ข้างๆ ตึกเป็นบันไดวน .... ขึ้นสู่ดาดฟ้า ....
ยิ่งเวลาที่แอบหนีเชียร์ ขึ้นไปนอนดูก้อนเมฆ ยามเย็นๆ
มันสุขใจยิ่งนัก ....
ความทรงจำเกี่ยวกับวิชานี้ .... และอาจารย์ท่านนี้ ....
มีเพียงแค่นี้ .....
เพราะร้อยละ 90 ของการเรียนวิชานี้
ข้าพเจ้ากับเพื่อน .... มักแอบแว่บ ……
ข้าพเจ้ากับเพื่อน .... มักแอบแว่บ ……
ย่องลงบันไดวน ...
ลงไปช้อนปลาเข็ม ... จับแมลงปอ และแหย่เหี้ย ….
นี่คือ สิ่งบันเทิง ... ของนักศึกษาบ้านนอก ....
ลงไปช้อนปลาเข็ม ... จับแมลงปอ และแหย่เหี้ย ….
นี่คือ สิ่งบันเทิง ... ของนักศึกษาบ้านนอก ....
หลังจากพูดคุยแนะนำตัวกับท่านอาจารย์ .....ท่านก็บอกว่า
“ภาควิชาเรา (หมายถึงเครื่องกล) พื้นที่คับแคบมาก
คงจะจัดหาห้องทำงานส่วนตัว
หรือ โต๊ะทำงานส่วนตัวให้ไม่ได้ ในตอนนี้ ...
งั้น .... ตอนนี้ ก็หาม้านั่งกลมๆ
มานั่งอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะอาจารย์ ไปพลางๆ ก่อน"
..... แล้วอาจารย์ ก้รื้อข้าวของ กุ๊กๆ กิ๊กๆ
งั้น .... ตอนนี้ ก็หาม้านั่งกลมๆ
มานั่งอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะอาจารย์ ไปพลางๆ ก่อน"
..... แล้วอาจารย์ ก้รื้อข้าวของ กุ๊กๆ กิ๊กๆ
ในลิ้นชักโต๊ะ มาให้ข้าพเจ้า
มันคือ ...ปากกาลูกลื่น .... สองด้าม สีน้ำเงิน กับสีแดง
หยิบไม้บรรทัดแหว่งๆ มาให้ 1 อัน ... ยางลบดินสอมอมๆ ครึ่งก้อน ....
... ส่วนที่เย็บกระดาษสีชมพูอ่อน ...
มันคือ ...ปากกาลูกลื่น .... สองด้าม สีน้ำเงิน กับสีแดง
หยิบไม้บรรทัดแหว่งๆ มาให้ 1 อัน ... ยางลบดินสอมอมๆ ครึ่งก้อน ....
... ส่วนที่เย็บกระดาษสีชมพูอ่อน ...
มีอันเดียว .... แบ่งกันใช้นะ ...
.... จากนั้น ก็ชี้ไปที่ กาแฟขวดน้อย น้ำตาลกระปุกน้อย
คอฟฟี่เมทขวดน้อย .... กระติกน้ำร้อนผุๆ 1 ใบ ...
แล้วท่านก็เอ่ยเอื้อนว่า .... ชงกินได้ตามสบายเลยนะ ....
(และแน่นอน .... ภายใน 48 ชั่วโมงต่อมา
ทุกอย่างก็หมดเรียบโดยข้าพเจ้า)
.... จากนั้น ก็ชี้ไปที่ กาแฟขวดน้อย น้ำตาลกระปุกน้อย
คอฟฟี่เมทขวดน้อย .... กระติกน้ำร้อนผุๆ 1 ใบ ...
แล้วท่านก็เอ่ยเอื้อนว่า .... ชงกินได้ตามสบายเลยนะ ....
(และแน่นอน .... ภายใน 48 ชั่วโมงต่อมา
ทุกอย่างก็หมดเรียบโดยข้าพเจ้า)
นี่คือ ... การต้อนรับครั้งแรก
รอยยิ้มที่ยิ่งใหญ่ และอบอุ่น ที่ได้รับในครั้งแรก ...
สิ่งของเล็กๆ ด้อยค่าในสายตาบางคน
คำพูดและน้ำใจเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่
จากท่านอาจารย์พรศักดิ์
ยังคงอยู่ในใจของข้าพเจ้าตลอดมา ....
................
..... ประมาณว่า ทุกๆ เช้า
เราจะนั่งประจันหน้ากัน ร่วมโต๊ะเดียวกัน
ห่างกันแค่สามสี่คืบ ....
................
..... ประมาณว่า ทุกๆ เช้า
เราจะนั่งประจันหน้ากัน ร่วมโต๊ะเดียวกัน
ห่างกันแค่สามสี่คืบ ....
ชงกาแฟจากขวดน้อยๆ กินกันคนละถ้วย ...
หากท่านอาจารย์พรศักดิ์ วางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะ
แล้วนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ....
ข้าพเจ้าก็จะสามารถอ่านไปด้วยได้ ....
แต่เห็นทุกอย่างกลับหัวไปหมด
แต่หากอาจารย์ ยกขึ้นอ่าน .... ข้าพเจ้าก็จะดีใจ
เพราะจะสามารถอ่านปกหน้า ปกหลัง นสพ. ได้แบบเต็มๆ ตา
ตามปกติ อาจารย์ท่านก็พูดน้อย ....
ส่วนข้าพเจ้าก็พูดมาก ..... จึงอยู่ร่วมกันได้โดยสันติ
บางวัน ท่านเห็นข้าพเจ้าเหงาๆ ....
ก็มักจะชวนข้าพเจ้า ไปส่องโลหะ
ดูผิว ดูเกรน ดูแครก ดูครีพ ฯลฯ
... ท่านคงคิดว่า .... นี่คือ สิ่งบันเทิงที่ดีที่สุด
หากท่านอาจารย์พรศักดิ์ วางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะ
แล้วนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ....
ข้าพเจ้าก็จะสามารถอ่านไปด้วยได้ ....
แต่เห็นทุกอย่างกลับหัวไปหมด
แต่หากอาจารย์ ยกขึ้นอ่าน .... ข้าพเจ้าก็จะดีใจ
เพราะจะสามารถอ่านปกหน้า ปกหลัง นสพ. ได้แบบเต็มๆ ตา
ตามปกติ อาจารย์ท่านก็พูดน้อย ....
ส่วนข้าพเจ้าก็พูดมาก ..... จึงอยู่ร่วมกันได้โดยสันติ
บางวัน ท่านเห็นข้าพเจ้าเหงาๆ ....
ก็มักจะชวนข้าพเจ้า ไปส่องโลหะ
ดูผิว ดูเกรน ดูแครก ดูครีพ ฯลฯ
... ท่านคงคิดว่า .... นี่คือ สิ่งบันเทิงที่ดีที่สุด
ที่ท่านมี ....และสามารถมอบให้ข้าพเจ้าได้
มันคงอาจจะสร้างความแช่มชื่นใจให้ข้าพเจ้าบ้าง
.... เมื่อได้ไปส่องกล้อง ดูเนื้อเหล็ก.....
ข้าพเจ้าก็เดินตามไปโดยดี....
ข้าพเจ้าก็เดินตามไปโดยดี....
ด้วยท่าทางหงอยๆ เหมือนไก่ป่วย
..... อารมณ์เหมือนถูกจับไปเรียน
..... อารมณ์เหมือนถูกจับไปเรียน
วิชา materials ปีหนึ่งใหม่อีกรอบ !!!
..... ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ......
ชีวิตของข้าพเจ้าเปลี่ยนแปลงไปหมด อย่างสิ้นเชิง .....
จากโลกอันกว้างใหญ่ไพศาล ในเบื้องนอก .....
กลายเป็นโลกขนาดจิ๋วของโลหะ ....
ที่เล็กเสียจนต้องส่องดู .... กล้องกำลังขยายสูง
โลกนี้ .... เป็นโลกลี้ลับ ที่กาลเวลาหยุดนิ่ง ..........
ที่ซ่อนอยู่ในห้องเล็กๆ แคบๆ ทึมๆ อับๆ ....
แต่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น และความเมตตาที่ไร้ขีดจำกัด ......
...........
เรื่องหนึ่ง ที่เราทั้งสองคุยกันอย่างไม่รู้เบื่อ ...
คือ เรื่องของการจัดตั้งภาควิชาใหม่ ....
ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ....
ภาคที่เราตั้งใจจะ ทำกันให้ดีที่สุด ....
อบอุ่น และมีความสุขที่สุด ....
ทั้งๆ ที่ในตอนนั้น .... เรายังไม่มีอะไรในมือเลย
นอกจากความฝัน .... ความตั้งใจ
กับโครงการที่เพิ่งจะเริ่มขึ้น .......
ไม่น่าเชื่อว่า ณ ห้องเล็กๆ แคบๆ แห่งนี้ ...
มีฝันอันยิ่งใหญ่ เริ่มก่อกำเนิดขึ้น .....
อย่างช้าๆ ... ช้าๆ ...
แต่ก้าวย่าง อย่างมั่นคง ....
..... ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ......
ชีวิตของข้าพเจ้าเปลี่ยนแปลงไปหมด อย่างสิ้นเชิง .....
จากโลกอันกว้างใหญ่ไพศาล ในเบื้องนอก .....
กลายเป็นโลกขนาดจิ๋วของโลหะ ....
ที่เล็กเสียจนต้องส่องดู .... กล้องกำลังขยายสูง
โลกนี้ .... เป็นโลกลี้ลับ ที่กาลเวลาหยุดนิ่ง ..........
ที่ซ่อนอยู่ในห้องเล็กๆ แคบๆ ทึมๆ อับๆ ....
แต่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น และความเมตตาที่ไร้ขีดจำกัด ......
...........
เรื่องหนึ่ง ที่เราทั้งสองคุยกันอย่างไม่รู้เบื่อ ...
คือ เรื่องของการจัดตั้งภาควิชาใหม่ ....
ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ....
ภาคที่เราตั้งใจจะ ทำกันให้ดีที่สุด ....
อบอุ่น และมีความสุขที่สุด ....
ทั้งๆ ที่ในตอนนั้น .... เรายังไม่มีอะไรในมือเลย
นอกจากความฝัน .... ความตั้งใจ
กับโครงการที่เพิ่งจะเริ่มขึ้น .......
ไม่น่าเชื่อว่า ณ ห้องเล็กๆ แคบๆ แห่งนี้ ...
มีฝันอันยิ่งใหญ่ เริ่มก่อกำเนิดขึ้น .....
อย่างช้าๆ ... ช้าๆ ...
แต่ก้าวย่าง อย่างมั่นคง ....
และแล้ว การทดลองสอนครั้งแรก ก็มาถึง ....ข้าพเจ้าตื่นเต้นมาก .... เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ต้องทำ
เพราะหากเป็นการพูด เพื่อเอาชนะ ....
พูดเพื่อเอาตัวรอด ..... พูดเพื่อให้ตัวเองดูดี
พูดเพื่อปิดการขาย …… พูดเพื่อจูงใจคน
รวมทั้ง .... พูดเพื่อแก้ตัว (ในศาล)....
มันก็คงไม่ยากเลย สำหรับข้าพเจ้า
แต่หากพูด ……
เพื่อให้นักเรียนเข้าใจในเนื้อหา
พูดให้ทั้งสนุก .... ทั้งมีสาระ
ทั้งกระตุ้นแรงบันดาลใจ ..... ทั้งกระตุ้นจิตสำนึก
และพูด... ให้สามารถนำกลับไปคิดทบทวน และคิดต่อได้
.... มันยาก ... ยากมาก .... ยากที่สุด
แล้วมันก็เริ่มต้น .....
ในสอง สามนาทีแรก ....
ทุกอย่างก็ฝืดไปหมด .... เพราะทั้งครูก็เกร็ง ทั้งเด็กก็เกร็ง
.... แต่พอข้าพเจ้าเริ่มคิดว่า ...
หากเราเป็นเด็ก ... เราอยากให้บรรยากาศเป็นแบบไหน ...
คิดเพียงแค่นี้ .... ทุกอย่างก็ง่ายไปหมด ...
แค่เป็นตัวของตัวเอง .... ในรูปแบบของตัวเอง ....
เสื้อแสงหลุดลุ่ย ..... นั่งเอกเขนกบนโต๊ะ ....
คิดเพียงแค่นี้ .... ทุกอย่างก็ง่ายไปหมด ...
แค่เป็นตัวของตัวเอง .... ในรูปแบบของตัวเอง ....
เสื้อแสงหลุดลุ่ย ..... นั่งเอกเขนกบนโต๊ะ ....
แอบเกาก้นตัวเองบ้างก็ได้ ... แต่อย่าให้เด็กสังเกตุเห็น
พูดจาในสไตล์ตัวเรา ..... ทุกอย่างก็ไหลลื่น ....
และเมื่อ ... เครื่องเริ่มร้อน .....
ข้าพเจ้าหยุดพักการพูด... สองสามวินาที
สังเกตสายตาเด็กทุกคน ....
พูดจาในสไตล์ตัวเรา ..... ทุกอย่างก็ไหลลื่น ....
และเมื่อ ... เครื่องเริ่มร้อน .....
ข้าพเจ้าหยุดพักการพูด... สองสามวินาที
สังเกตสายตาเด็กทุกคน ....
ข้าพเจ้าเห็นถึง ....สายตาทุกคู่ ที่กำลังจับจ้องข้าพเจ้า
ทุกดวงตา ...มีแววสดใส
ทุกดวงตา ...มีแววสดใส
อยากรู้อยากเห็น อยากฮา ....
.... นี่คือ .... ความศักดิ์สิทธิ์ของอาชีพการเป็นครู
ที่หาก เราสามารถสัมผัส ... ถึงพลังนี้ได้ ....
มันน่าขนลุก .... และน่าอิ่มเอมใจ .....
มันคง... เป็นความรู้สึกเดียวกับนักร้องชื่อดัง ... ที่สุขใจ ....
ในยามที่เหล่าแฟนคลับ ... คลุ้มคลั่ง กรีดร้องใน concert
.... นี่คือ .... ความศักดิ์สิทธิ์ของอาชีพการเป็นครู
ที่หาก เราสามารถสัมผัส ... ถึงพลังนี้ได้ ....
มันน่าขนลุก .... และน่าอิ่มเอมใจ .....
มันคง... เป็นความรู้สึกเดียวกับนักร้องชื่อดัง ... ที่สุขใจ ....
ในยามที่เหล่าแฟนคลับ ... คลุ้มคลั่ง กรีดร้องใน concert

วิธีการเก่าแก่ ที่ดีที่สุด ในการเริ่มทำความรู้จักกันในครั้งแรก
คือ การให้เขา เขียนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง เล็กๆ น้อยๆ
และนี่ คือ แบบสอบถามชุดแรก
สำหรับลูกศิษย์ชุดแรกสุด ....ในชีวิตข้าพเจ้า
กระดาษแผ่นนี้ ทำในวิชา QC
ประมาณเดือนมิถุนายน 2535 ...
เจ้าของประวัติ ... คือ ลูกศิษย์ “คนแรก” ในชีวิตของข้าพเจ้า
เพราะเขาชื่อขึ้นต้นด้วย ก.ไก่. ....
เจ้าของประวัติ ... คือ ลูกศิษย์ “คนแรก” ในชีวิตของข้าพเจ้า
เพราะเขาชื่อขึ้นต้นด้วย ก.ไก่. ....
เป็นชื่อแรกของเด็กวิศวกรรมเครื่องกล ปีสี่
ชื่อ "กรรณชัย กัลยาศิริ"
และเชื่อไหมว่า ....
และเชื่อไหมว่า ....
กระดาษเล็กๆ ที่ไร้ค่าเช่นนี้ ...
ที่ข้าพเจ้าเคยให้พวกเราชาว IE ทุกคน ทุกรุ่น ทุกปี .....
นั่งเขียน นั่งกรอก ..... บ้าๆ บอๆ .....
ข้าพเจ้ายังเก็บไว้อย่างดี “ทุกแผ่น” ..... เชื่อไหม ?
ข้าพเจ้าถือว่า .....
เพราะมันเป็นสมบัติที่ “มีค่า” และมี “ความหมาย” ...
กับชีวิตข้าพเจ้ามากๆ .....
ที่ข้าพเจ้าเคยให้พวกเราชาว IE ทุกคน ทุกรุ่น ทุกปี .....
นั่งเขียน นั่งกรอก ..... บ้าๆ บอๆ .....
ข้าพเจ้ายังเก็บไว้อย่างดี “ทุกแผ่น” ..... เชื่อไหม ?
ข้าพเจ้าถือว่า .....
เพราะมันเป็นสมบัติที่ “มีค่า” และมี “ความหมาย” ...
กับชีวิตข้าพเจ้ามากๆ .....
มากมายจริงๆ
เขาจะนั่งกอดอก .... สายตาจ้องพุ่งตรงใส่ข้าพเจ้าเสมอ
ไม่ว่าเรื่องราว ที่ข้าพเจ้าสอน จะสนุก ... ตลก ... ฮามากแค่ไหน
เขาก็สามารถนั่งนิ่งๆ ... มีสมาธิแน่วแน่
.... ทั้งๆ ที่เพื่อนๆ ทุกคนรอบตัว หัวเราะกันจนขี้แตกขี้แตน
แต่หาก .... มุกตลกใดของข้าพเจ้า ...
ไม่ว่าเรื่องราว ที่ข้าพเจ้าสอน จะสนุก ... ตลก ... ฮามากแค่ไหน
เขาก็สามารถนั่งนิ่งๆ ... มีสมาธิแน่วแน่
.... ทั้งๆ ที่เพื่อนๆ ทุกคนรอบตัว หัวเราะกันจนขี้แตกขี้แตน
แต่หาก .... มุกตลกใดของข้าพเจ้า ...
ทำให้เขา แอบยิ้มๆ เล็กตรงมุมปากได้ ...
โอสวรรค์ .... รับรองว่า .....
โอสวรรค์ .... รับรองว่า .....
มุกตลกนี้ ใช้เล่าหลอกเด็กได้ยืนยาวนับสิบปี แน่ๆ
................
และท้ายสุด ... กรรณชัย ก็ตัดสินใจ .....
เดินร่วมทาง..... สู่ฝัน ของข้าพเจ้า และท่านอาจารย์พรศักดิ์
โดยตัดสินใจ ที่จะเป็นอาจารย์ ณ ภาควิชาใหม่ .....
ที่กำลังจะถือกำเนิดในไม่ช้า .....
ภาคเล็กๆ ที่น่าอยู่ ...... ภาคในฝันของพวกเรา .... ทั้งสามคน
..... ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ สจล. ......
................
และท้ายสุด ... กรรณชัย ก็ตัดสินใจ .....
เดินร่วมทาง..... สู่ฝัน ของข้าพเจ้า และท่านอาจารย์พรศักดิ์
โดยตัดสินใจ ที่จะเป็นอาจารย์ ณ ภาควิชาใหม่ .....
ที่กำลังจะถือกำเนิดในไม่ช้า .....
ภาคเล็กๆ ที่น่าอยู่ ...... ภาคในฝันของพวกเรา .... ทั้งสามคน
..... ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ สจล. ......
ขอแถมรูปนี้ ... ให้ดูเล่น ...จากภาพ คือ การบังคับให้กรรณชัย
ยืนถ่ายรูปหน้ารถ benz ของใครก็ไม่รู้ …..
จะเห็นว่า .... หน้าตาของกรรณ ....
จะยิ้มก็ไม่เชิง.... จะกลัวๆ ก็น่าจะใช่ ....
ดูๆแล้ว .... อารมณ์ ไม่ต่างจากเหยื่อชาว IE ในยุคต่อๆ มา
ที่มักถูกข้าพเจ้าบังคับ ให้ทำท่าแปลกๆ ตอนถ่ายรูป .....
ในที่สุด ชีวิตการทำงานของข้าพเจ้า ....เริ่มเข้าที่เข้าทาง ...... อีกครั้ง
ข้าพเจ้าตัดสินใจเป็นอาจารย์อย่างเต็มตัว ....
มาทำงานทุกวัน ..... ออกจากบ้านแต่เช้า
กลับบ้านค่ำ ..... มานอนค้างที่ภาค บ้าง ....
ตึกเล็กๆ สีขาว ที่น่ารักในสายตาของข้าพเจ้า
คึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะ ....
การสอนดำเนินไปอย่างสนุกและเร้าใจ ....
ข้าพเจ้าไม่เคยสุขใจแบบนี้ ... มานานแสนนานแล้ว ...
ทุกสิ่งรอบตัว ..... เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
บึงน้อยรอบตึก .... ถูกถมด้วยทราย ....
ฝูงเหี้ย อพยพสู่ใต้ถุนตึก อย่างถาวร ...
ยามเย็น ..... ข้าพเจ้า พาเด็กๆ
มาเล่นดีดลูกหิน ลูกแก้ว หน้าตึก
บางที่ ก็เล่นก่อกองทรายกัน ที่หน้าภาค ....
ก่อเป็นภูเขา ลำธาร ....
ก่อเป็นบ้านเมือง ..... เล่นเป็นสัตว์ประหลาดถล่มเมืองทราย .....
ความสุข .... มีได้ทุกรูปแบบ ไม่จำกัดจินตนาการ... …

ณ ปลายปี 2535 .....
ทุกๆ เย็น ....
คือ ช่วงเวลาที่ข้าพเจ้ามีความสุขที่สุด ...
นั่งทอดกาย บนเก้าอี้ตัวใหญ่ๆ นุ่มๆ
นั่งยิ้ม .... ยิ้ม .... ยิ้ม .....
ดูเด็กๆ สับสนวุ่นวายรอบตัว .....
“วิสัยทัศน์อันกว้างไกล ....
.... ความทะเยอทะยาน อันสูงส่ง
..... ความก้าวร้าว อันน่าสะพรึงกลัว ....
..... ความโลภ และความร่ำรวย อันไม่มีจุดอิ่มตัว ......
..... ความปรารถนาแห่งชีวิต .... ที่สมบูรณ์แบบ
.... ความยิ่งใหญ่ ที่อยู่เหนือผู้อื่น ....”
ข้าพเจ้า .... ไม่ต้องการมัน ...แล้ว .....
ชีวิตของข้าพเจ้า ....
ขอมีแค่วันนี้ ... ในปัจจุบันนี้ ....
แค่ได้ทำมัน... ให้ดีที่สุด ...
แค่ได้ทำมัน ....ให้มีคุณค่าที่สุด ....
ข้าพเจ้า ก็พอใจและสุขใจแล้ว ...
หากสุข .... ก็ยิ้ม ....
หากทุกข์ .... ก็ทน ....
หากเหนื่อย ... ก็พัก ...
หากท้อ .... ก็หยุด .... แล้วเริ่มใหม่ ....
....... ยิ้มรับทุกๆ ความเป็นไปในชีวิต ....
.... บอกกับตัวเองว่า ..... อีกไม่กี่ปี ...
เราจะเปิดภาควิชาใหม่แล้ว ....
ภาคในฝัน ของเด็กทุกคน .... ของอาจารย์ทุกคน ....
ขอให้ถึงวันนั้นเร็วๆ เหอะ .....
จะทำให้มันดี อย่างที่เราฝันไว้ ....
.......
..
..
.
.... และอีก สี่ห้าปีต่อมา ....
มันก็เป็นดั่งที่ฝันไว้จริงๆ .....
.... และอีก สี่ห้าปีต่อมา ....
มันก็เป็นดั่งที่ฝันไว้จริงๆ .....
แม้ว่า ....
วันเวลาจะผ่านมา ... และผ่านไป
จนถึงวันนี้ .....
จนถึงวันนี้ .....
..... 10 ปีผ่านไป ... แต่ความฝัน ไม่เคยจืดจาง ....
................................................
.............................
.................
.........
...
..
.
.
.
ชีวิตข้าพเจ้ายังเหมือนเดิม ....
เยี่ยง 15 ปี ... ที่ผ่านมา ..
นอนเอกเขนกบนเก้าอี้ใหญ่ๆ นุ่มๆ
…. “อู้งาน” เล็กๆ ......
นอนเอกเขนกบนเก้าอี้ใหญ่ๆ นุ่มๆ
…. “อู้งาน” เล็กๆ ......
ยิ้ม .... ยิ้ม .... ยิ้ม ....นอนมองดูความเป็นไปของ IE
ปีสี่ .... เม้าท์เรื่อง project และ การกินเหล้า
ปีสาม .... วุ่นวายเรื่องไปโรงงานเบียร์ช้าง
ปีสอง .... ทุกข์ใจ อยาก drop วิชา manu …. สอนโดย Dr..กรรณ
ปีหนึ่ง .... เดินหลุกๆ หลิกๆ .... หน้าห้องเรียนใหม่ ข้างห้องข้าพเจ้า
มองเงียบๆ ทะลุผ่านประตูกระจกเข้าไป ....
ชายผิวคล้ำ ... สวมเสื้อเหลืองตามสมัยนิยม
หันหน้าหากระดาน
หมายเหตุ .... ขอเล่าเพิ่มเติม ว่า อะไรเกิดขึ้นในบางเรื่อง .....
..............................................................
….. ชีวิต ก็เป็นเช่นนี้แหละ ...
ตราบใดที่เรา ยิ้มกับมันได้
หัวเราะกับมันได้ ....
มีความสุข กับมันได้ ....
เรา คือ ผู้ชนะ ... ตลอดกาล .....
ชายผิวคล้ำ ... สวมเสื้อเหลืองตามสมัยนิยม
หันหน้าหากระดาน
และวงกลมอันซับซ้อน
ปากพูดสอนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ....
เสียงของท่าน ...
ปากพูดสอนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ....
เสียงของท่าน ...
คงจะทุ้ม นุ่ม เบา .... ชวนนอน ...
เช่นเดิม ...
เช่นเดิม ...
ท่าทาง ... คงจะหลับฝันดี
คงจะมีรอยยิ้มซื่อๆ ประดับที่มุมปาก... พร้อมคราบน้ำลาย ....
.... เจ้าฝันถึงอะไรกันหนอ ... เด็กเอ๋ย ....
.... ข้าพเจ้ารำพึง แล้วยิ้มกับตัวเอง
... นึกถึงตัวเอง ...
แล้วจึง
.... เจ้าฝันถึงอะไรกันหนอ ... เด็กเอ๋ย ....
.... ข้าพเจ้ารำพึง แล้วยิ้มกับตัวเอง
... นึกถึงตัวเอง ...
แล้วจึง
เดิน
จาก
ไป
...
.
............................ จบบริบูรณ์ ..........................
..................................................................
..................................................................
หมายเหตุ .... ขอเล่าเพิ่มเติม ว่า อะไรเกิดขึ้นในบางเรื่อง .....
..............................................................
- ปลายปี 2536 .... ข้าพเจ้า ออกเดินทางจากคลองสายน้อยหน้าวัดปลูก ....... กลับสู่มหาสมุทรอีกครั้ง เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ณ ประเทศออสเตรเลียถิ่นเก่า เพื่อให้จบทันกำหนดการเปิดภาค IE ในปี 2540
การไปออสเตรเลียครั้งนี้ .... ข้าพเจ้าไม่ต้องไปทำงานพิเศษอีกต่อไป จึงไม่ถูกโกงค่าแรง ... ไม่ต้องไปล้างจาน ... ปิ้งหมูปิ้งไก่อีกต่อไป .... แต่เรื่องของแผลกลางฝ่ามือ ... ก็ยังคงไม่ลบเลือนไปจากใจ
- กรรณชัย ก็เดินทางไปอเมริกา เพื่อศึกษาต่อเช่นกัน และกลับมาเป็นเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า ที่ภาคเรา .... ทุกคน ต่างรู้ดีว่า ดร.กรรณ เป็นอาจารย์ที่เข้มแข็ง ... เข้มงวด .... มีสาระที่สุด .... เท่าที่ข้าพเจ้าเคยพบมาในชีวิตนี้ .....
- คดีความทั้งหลายของข้าพเจ้า ..... ยุติลงในปลายปี 2536 .... ด้วยความพ่ายแพ้ของทั้งโจทก์และจำเลย .... เราตกลงกันได้ หลังจากที่สำนึกว่า .... คนที่รวย และได้ประโยชน์สูงสุด คือ ทนายของทั้งสองฝ่าย
- ร้านที่ the mall ยังดำเนินไปได้ดีทั้งสองสาขา .... แม้ว่าในกลางปี 2537 จะเกิดเพลิงไหม้ที่ the mall งามวงศ์วาน และเผาผลาญร้านของข้าพเจ้าจนสิ้นซาก .....
แต่ข้าพเจ้ายังหัวเราะกับมันได้ .....
การไปออสเตรเลียครั้งนี้ .... ข้าพเจ้าไม่ต้องไปทำงานพิเศษอีกต่อไป จึงไม่ถูกโกงค่าแรง ... ไม่ต้องไปล้างจาน ... ปิ้งหมูปิ้งไก่อีกต่อไป .... แต่เรื่องของแผลกลางฝ่ามือ ... ก็ยังคงไม่ลบเลือนไปจากใจ
- กรรณชัย ก็เดินทางไปอเมริกา เพื่อศึกษาต่อเช่นกัน และกลับมาเป็นเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า ที่ภาคเรา .... ทุกคน ต่างรู้ดีว่า ดร.กรรณ เป็นอาจารย์ที่เข้มแข็ง ... เข้มงวด .... มีสาระที่สุด .... เท่าที่ข้าพเจ้าเคยพบมาในชีวิตนี้ .....
- คดีความทั้งหลายของข้าพเจ้า ..... ยุติลงในปลายปี 2536 .... ด้วยความพ่ายแพ้ของทั้งโจทก์และจำเลย .... เราตกลงกันได้ หลังจากที่สำนึกว่า .... คนที่รวย และได้ประโยชน์สูงสุด คือ ทนายของทั้งสองฝ่าย
- ร้านที่ the mall ยังดำเนินไปได้ดีทั้งสองสาขา .... แม้ว่าในกลางปี 2537 จะเกิดเพลิงไหม้ที่ the mall งามวงศ์วาน และเผาผลาญร้านของข้าพเจ้าจนสิ้นซาก .....
แต่ข้าพเจ้ายังหัวเราะกับมันได้ .....
….. ชีวิต ก็เป็นเช่นนี้แหละ ...
ตราบใดที่เรา ยิ้มกับมันได้
หัวเราะกับมันได้ ....
มีความสุข กับมันได้ ....
เรา คือ ผู้ชนะ ... ตลอดกาล .....
........................................................
และท้ายสุด ....
ขอขอบคุณ... เหล่าอาจารย์ท่านอื่นๆ ทุกท่าน .......
ที่มาร่วมงาน ช่วยสร้างฝันอันยิ่งใหญ่ร่วมกัน ในเวลาต่อมา .... และตลอดไป
ขอขอบคุณ จากใจจริง .................................. ในนาม ของพวกเราชาว IE ทุกคน......





๒๖ ความคิดเห็น:
.............."ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้"
รู้แต่ว่าเมื่ออ่านจบแล้ว ก็สู้กันต่อไป........ ;)
สับขาหลอกกันอีกแล้วนะพี่....
นึกว่าจะเหนื่อย และพักงานเขียนตอนจบซักวัน
ที่ไหนได้ เปิดมาตอนเช้า โดนซะเปื่อยเลย
รูปพี่ กับ อาจารย์พรศักดิ์ ดูมีอายุมากขึ้นเยอะเลย
ผมว่าเรื่องมันยังไม่จบนะ .....
อยากรู้เรื่องการท่องยุทธจักร แห่งลาดการะบังอ่ะพี่
คงมีเหตุการณ์มากมาย เช่น ฟ้าทลายโจร รักซ่อนเงื่อน
เพื่อนทรยศ แผนปราบกบฎ คนทรราช ประมาณนี้
อิอิ...ไปก่อนนะ งานเข้า ....
อ้อ...ลืมไปครับ
ชอบเรื่องเล่าพี่มากครับ มันเป็นแนวทางได้ดีมากเลย
ยังอ่านไม่จบเลยค่ะ
ยาวมากๆเลย แต่ก็จะมาอ่านต่อนะค่ะ พี่เต่าเขียนได้หนุกมาก
ทำงานแปบนึง
ปล.ตอนเด็กๆพี่กันหล่อใช่เล่นนะนั่น
nok z7
ดีใจมากครับที่สัมผัสได้กับความฝันของพี่เต่าครับ
อ่านแล้วคิดถึงภาคจังครับ สงสัยจะต้องกลับไปที่ห้องใต้บันไดอีกครั้งแล้วนะเนี่ย
BadBoy ie.7
ติดตามอ่านมาถึงตอนจบ..ได้ข้อคิดดีๆ เยอะเลยครับ
รูปถ่ายผ่านหน้าต่างไปที่โต๊ะพี่เต่า รูปนี้พี่ดูเหมือน Godfather เลยครับ
^_____^
P z1
โชคดีจังที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของ IE KMITL ... ขอบคุณพี่ที่ช่วยทำให้บ้านหลังนี้มีความสุข ความอบอุ่น รอยยิ้ม อย่างนี้ตลอดไปนะครับ
Tha 3Z
พี่เต่าคร้าบ
ผมอยากรู้อ่ะ
ว่าอสจารแต่ล่ะคนมาสอนที่ภาคได้ไงอ่ะคับ
เล่าหัยฟังด้วยน้าคร้าบบบบ
อิๆๆ
Zs
ห้องใต้บรรได ไปมาเมือสองเดือนที่แล้ว รกร้างมากๆ เหมือนว่าไม่มีคน เข้าไปเลย สงสัย ไปอยู่ห้องใหม่กันหมด
Sawasdee ka, P'Tao
I really like your story ka.. and in case you dont know, I'm a big fan of your blog na ka.. reading it everyday together with financial literatures. Keep on writing na ka P'.. I will keep on reading as well.
Take care ka,
NOK IE03
P.S. I feel like there was no class survey on my days na ka.. and I wish I can return to IE for meeting you soon. I will graduate in 2 weeks laew ka.
อ่านหนังสือเครียด ๆ มาอ่านภาพประกอบคำบรรยายอันสวยงาม สบายใจดีจัง
ว่าแล้วอ่านหนังสือต่อดีกว่า...(กำลังใจมาตูม)
จริงด้วยไปเยือนห้องใต้บันไดมา เมื่อวัน last cheer คาดว่าน่าจะมีประชากรฝุ่นนับล้าน ประกอบกับกลิ่นที่ อื้อหือ เลย อิอิ สงสัยไปอยู่ห้องใหม่กันหมดใช่มั้ยคะ
อ่านเป็นชั่วโมงเลยพี่ รวดเดียว 4 ตอน
นี่แหละประวัติความเป็นมาของภาคเราโดยสังเขป
อยากรู้ว่า ฝรังคนที่คิดโปรเจ็ค นี้ใครกัน
แล้วลอกมาจากใหนฤป่าว
ปล.สรุปว่า คิดถึงภาคครับ
วุฒิ IE01
สนุกมากครับ ได้ข้อคิดดีด้วย
ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆคับ อ่านดูแล้วรุ้สึกเข้าใจความหมายของชีวิตขึ้นเยอะเลยคับ
ชอบวิธีคิด + มุมมองครับ ภาพเดียวกันแต่ผ่านเลนส์ที่ต่างกัน มันก็ดูช่างแตกต่างราวกับเป็นคนละเรื่อง ภาพนักศึกษาฟุบหลับ ผ่านเลนส์พี่เต่ามันงดงามจริงๆ ครับ
i'm gartified to learn it...
ดีใจและภูมิใจกับภาค IE ของเรามากที่สุดเลยค่ะ
ขอบคุณอาจารย์พรศักดิ์ พี่เต่าและพี่ๆทุกคนนะค่ะ^___^
อยากให้พวกเราชาว IE KMIT'L เป็นปึกแผ่นแน่นหนาทั่วล้าฟ้าปฐพี ใครมีที่ฝึกงานดีๆก็แนะนำน้องๆด้วยนะครับ
------
-------
--------อยากให้ทุกคนไม่ลืมกัน
รู้สึกไม่ผิดหวังที่ได้มาเรียนที่ IE ลาดกระบัง ได้เจอพี่เต่าพี่ที่เอาใจใส่ทุก ๆ คน ตลอดมา หนูชอบมากโดยเฉพาะเรื่องของพี่กรรณ พี่เต่าสนใจในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนอื่นเห็นว่าไม่สำคัญ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป มันจะเป็นเครื่องพิสูจน์เองว่า ไอ้เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้นนี่แหละเป็นที่สร้างความสุขใจให้กับใครหลาย ๆ คน
พี่เต่าเล่าถึงพี่อ๊อกบ้างสิ ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
รู้สึกว่าโชคดีมากๆๆๆๆๆที่ได้เรียนที่นี่ขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่สอนอะไรหลายๆๆอย่างให้กับพวกผม คงไม่มีภาคใดอบอุ่นเท่าภาคเรา medicine wine@3Z-H
zn รุ่นสุดท้าย
ไม่น่าปิดนะคับเพราะสุดยอดมาก ของเค้าดีจริงๆ
อ่านแล้วมีความสุขจังพี่เต่า อ่านบล็อกพี่เต่าทีไรก้อไม่ได้ทำอย่าอื่นทุ๊กกกกกที มันเพลิน มันเคลิ้ม สนุกอ่า 4ตอนของสายน้ำไม่ไหลกลับ อ่าวแล้วภูมิใจในความเป็นไออี ลาดกระบังจัง นึกภาพตามแล้วมันยิ่งใหญ่อ่า เท่มั่กๆ
ถ้าเอา ประวัติ อาจานทุกท่าน ที่ลาดกระบัง มารวมกันก็คงเป็นหนังเรื่องนึง ที่จะติดอยุ่ในใจของชาวลาดกระบังตลอดไปแน่ๆครับ
แค่ของอาจาน ผมก็ สุดซึ้งแล้ว
แสดงความคิดเห็น