ข้าพเจ้าก็สำเร็จการศึกษา ปริญญาโทด้าน Systems Engineering
จาก RMIT .... Royal Melbourne Institute of Technology .....
หากถามข้าพเจ้าว่า หลักสูตรนี้ สอนอะไรบ้าง ?
ข้าพเจ้าคงจะเบลอๆ ..... ตอบไม่ค่อยจะถูก
แต่หากถามว่า เรียนอย่างไร จึงจะเอาตัวรอดได้
สามารถเรียนจบได้แบบหวุดหวิด
..... ข้าพเจ้าก็คงจะตอบได้อย่างคล่องแคล่ว ...
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
ที่ข้าพเจ้าได้รับจากเมืองนอก
... คือ ความรู้สึกและมุมมองในชีวิต
ที่แตกต่างจากสองปีที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง
ความมั่นใจในตัวเอง สูงล้นปรี่ .....
เชื่อมั่นว่า เราสามารถทำได้ทุกอย่าง .....
หากเราอดทน และตั้งใจจริง ...
ข้าพเจ้า เริ่มงานแรก .... จากการวางแผนอย่างรอบคอบ
ในปีนั้น .... ธุรกิจที่บูม และมาแรงสุดขีดในไทย
คือ อุตสาหกรรมน้ำมันและพลังงาน .....
ซึ่งเป็นผลจากการเริ่มค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย
ประเทศไทย เตรียมประเทศ NICS .... เสื่อตัวที่ 11 ?!? ของโลก
โครงการระดับเมกกาโปรเจค เริ่มผุดมากมาย เช่น
Eastern Seaboard Project แถบแหลมฉบังและมาบตาพุด
บริษัทน้ำมันข้ามชาติ ขยายกิจการ
และอาจจะย้ายฐานมาประจำที่ประเทศไทย แทนสิงคโปร์
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับข้าพเจ้า
ที่จะเดินอย่างมั่นใจ ไปเลือกงานที่ "คู่ควร" กับตัวเรา ...
นี่คือ ความคิด (ที่ไม่ค่อยจะถูกต้องนัก) ของข้าพเจ้าในขณะนั้น ....
หลังจากสัมภาษณ์หลายรอบ เพื่อเลือกบริษัทเหล่านั้น ....
ข้าพเจ้าตัดสินใจเลือกบริษัทน้ำมัน ตรา "ม้าบิน"
แทนที่เลือกตรา "หอย" หรือ "เสือ"
เพราะคิดว่า "ม้าบิน" เพิ่งจะเปิด office ในกรุงเทพ
จึงมีโอกาสก้าวหน้า และ มีความท้าทายกว่า
การเข้าองค์กร "หอย" หรือ "เสือ"
ซึ่งมีฐานในเมืองไทยมาช้านาน
ซึ่งมีฐานในเมืองไทยมาช้านาน
มีปั๊มน้ำมันมากกว่า 100 แห่งทั่งประเทศ
..... แล้วข้าพเจ้าก็เริ่มทำงาน ....
การทำงานที่ "ม้าบิน" ก็สนุกมาก ....
เพราะเป็นระบบเมืองนอก
มีการต่อสู้ฟาดฟันกันทุกวัน ตามสไตล์บริษัทฝรั่ง
.... ทุกเช้าต้อง meeting
มีการสรุปกำไร ขาดทุน รายวัน ....
และต้องหาว่า ใคร คือ จุดอ่อนในวันนั้น ...
คนที่โดดเด่น คือ คนที่เห่าเก่ง เขี้ยวคม กัดลึก
... ทำตัวแบบนี้ นายใหญ่ชอบ ....
หน้าที่ของข้าพเจ้า คือ สั่งซื้อน้ำมัน จากทั้งโลก
... คล้ายกับการเล่นหุ้น แต่เล่นน้ำมันตลาดโลกแทน ...
คือ เป็นการตัดสินใจสั่งซื้อน้ำมัน แบบต่างๆ
จากแหล่งต่างๆ ทั่วภูมิภาค ....
ซื้อมา ขายไป ...
เอาไปขายต่อให้ทุกๆ เจ้าในไทย และประเทศเพื่อนบ้าน ....
เป็นแค่นายหน้า .... ก็รวยกว่าเปิดปั๊มทั่วประเทศเสียอีก ....
ข้าพเจ้าทำได้อยู่ 1 ปี .... ได้ความรู้มากมาย
ข้าพเจ้าทำได้อยู่ 1 ปี .... ได้ความรู้มากมาย
ทั้ง logic การคิดและตัดสินใจเชิงธุรกิจ
ทั้ง logic การต่อสู้ ป้องกันตัว ในองค์กรต่างชาติ ....
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ของการทำงานในองค์กรแบบนี้
ไม่ใช่การทำผลกำไรให้บริษัท
แต่ คือ การลอบเชือดคอหัวหน้า .... แล้วเราก็เสียบแทนมัน ....
..... นี่คือ สิ่งเดียวที่เรียนรู้ ...มันเป็นแบบนี้จริงๆ .....
(และหากนึกย้อนดู ... ก็ไม่เข้าใจว่า
ข้าพเจ้าสามารถทำงานในองค์กรแบบนี้
และอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนั้นได้อย่างไร ?
จำได้แต่เพียงว่า ... มันสนุก ... มันท้าทาย ... มันเสี่ยง ...)
... พอแล้ว กับความรู้และทักษะนี้ ...
กระโดดต่อไปดีกว่า .... เพื่อเงิน
เพราะได้คำนวณเรียบร้อยแล้วว่า ...
ใน 10 ปีข้างหน้า ...
เงินและตำแหน่ง ที่มากที่สุด
เท่าที่ข้าพเจ้าจะได้จาก "ม้าบิน" คือ เท่าใด ...
.... และ คำตอบ คือ ... ก็ OK ... รับได้
แต่ไม่สามารถเติมเต็ม
ความ "อยากได้-อยากมี" ของข้าพเจ้าได้ ....
จึงกระโดดสู่วงการ ที่เรามี background บ้าง ....
โดยกลับสู่บริษัทคอมพิวเตอร์ .....
บริษัทนี้ เดิมเป็น software house ...
คือ รับจ้างเขียนโปรแกรมทั่วไป ... แต่ โครงการใหม่ คือ
การขยายโครงการเป็น software factory ....
มุ่งผลิต software โดยคนไทย
มีเป้าหมาย ในตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ...
ตัว product ที่เราพัฒนาอยู่
เป็น concept ใหม่ทางคอมพิวเตอร์ software คือ
การสร้างวิธีการเขียนโปรแกรมที่ง่ายขึ้น
โดยอาศัยพวกกราฟฟิกและชุดคำสั่งง่ายๆ
มาสื่อสาร แทนการเขียนโปรแกรม ด้วยภาษาที่ยากๆ ...
เราเรียก software นี้ว่า "WIN GEN"
ทำงานใต้ windows ... หากทำตามขั้นตอน
ก็สามารถ generate ภาษา C ได้โดยอัตโนมัติ
หน้าที่ของข้าพเจ้า คือ ผู้จัดการทั่วไป ...
ประสานงานระหว่างทีมพัฒนาโปรแกรม
กับทีมการตลาดในต่างประเทศ ...
รวมทั้ง รับผิดชอบงานในสำนักงานทุกชนิด ....
อีกทั้งยังต้องหารายได้เข้าบริษัท
ด้วยการเป็นตัวแทนจำหน่าย
พวกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทุกชนิด จากต่างประเทศ
งานนี้ .... ก็สนุก และตอบโจทย์ของชีวิตได้ดี
.... เพราะเป็นการฝึกเราให้เห็นว่า
.... หากจะเป็นเจ้าของกิจการเอง ....
ต้องทำ ต้องคิดอะไรบ้าง ?
.... นี่คือ บทเรียนสำคัญที่ต้องเรียนรู้ ...
.... และในที่สุด โครงการ software ไทย สู่ตลาดนอก ... ก็เสร็จ
เราเปิดตัวที่งาน computer โลก ... จัดที่ ชิคาโก ....
สำเร็จจนน่าใจหาย ....
เพราะ มีคนสนใจสั่งซื้อเพียง 5 ชุด !!!!!
..... ยังไม่คุ้มค่าเช่าบูธเลยด้วยซ้ำ ...
... ไม่ได้สัญญา .... ไม่ได้ deal ใดใด ทั้งสิ้น ....
(แต่สิ่งที่น่าเจ็บใจ เหลือหลาย .... คือ
หลังจากนั้นไม่นาน ....
มีการเปิดตัว software ที่โด่งดังมาก
ถือว่า .... เป็น concept ใหม่ที่โลกตะลึง .... คือ
พวก visual basic / visual C .... อันโด่งดัง
ซึ่งก็เป็น concept เดียวกัน
กับสิ่งที่พวกเราพยายามขาย ที่ชิคาโก มาก่อน ...)
ด้วยประการทั้งปวง .... เมื่อ product หลักล้มเหลว
ทุกอย่างก็ปรับตัว เพื่อการอยู่รอด ....
ทีมโปรแกรมเมอร์ ต้องรับงานพวก
โปรแกรมช่วยสอนเด็กอนุบาลร้องเพลง ...
ธุรกิจนำเข้า .... เริ่มทำอย่างจริงจัง
ในรูปแบบการขายส่งพวกอุปกรณ์ ให้ร้านในพันทิพย์ ....
ส่วนข้าพเจ้า ก็กระโดดต่อ ...
เพราะคิดว่า .... ไม่มีอะไรน่าสนุกอีกต่อไป ...
(ลืมบอกไปว่า .... เจ้าของผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทนี้
เก่งมาก ... วิสัยทัศน์เฉียบ ....
ฉลาดมาก ... แหลมคมม้ากกกก ...
.... ท่านเป็นรัฐมนตรี ร่วมรัฐบาลท่านอดีตนายกผู้โด่งดัง
ท่านเป็นทั้งขุมสมองและขุมทรัพย์ที่สำคัญของ ทรท.)
เริ่มหาสิ่งท้าทาย และเงินมากๆ ต่อไป ....
จากน้ำมัน สู่ software ...
จากนั้น สู่สิ่งที่ยังไม่มีคนพยายามจะขาย ในเมืองไทย ....
คือ ... เฮลิคอปเตอร์ ขนาดเล็ก
.... เพื่อการเกษตร ... และ อะไรก็ได้ ...
สิ่งที่ท้าทาย คือ ยังไม่มีการขายสินค้านี้ ในตลาดมาก่อน ...
ไม่มีอะไรทุกอย่าง รวมทั้งไม่มีกฎหมายรองรับ !!!
หน้าที่ของข้าพเจ้า คือ ดูแล ประสานงานทุกอย่าง
ระหว่าง งานด้านเทคนิค กับด้านตลาด
ด้านเทคนิค ได้แก่ กระบวนการสั่งซื้อ
วางแผนการประกอบ แผนการทดสอบ และแผนการบำรุงรักษา
โดยในส่วนที่เป็นเทคนิค ก็ได้พวกช่างจาก
ทหารอากาศ และอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นทีมงาน
และอีกส่วน ที่ดูแล คือ การตลาดทั้งหมด
และอีกส่วน ที่ดูแล คือ การตลาดทั้งหมด
.... โดยมุ่งเป้าไปที่สวนเกษตร / อุตสาหกรรมเกษตรทั้งหลาย
โดยมีระบบทั้งขาย / ให้เช่า และ ฯลฯ มากมาย ...
ในช่วงแรก ... ทุกอย่างดีหมด ยอดขายดีมาก
วางแผนว่า ปีละ 2 ลำ .... ขายทะลุเป้าได้ 6 ลำ
ได้สัญญาเช่าเครื่องบิน ....
เพื่อ พ่นยาฆ่าแมลง / พ่นฮอร์โมน / ถ่ายหนัง .... มากมาย
ต้องออกต่างจังหวัดตลอด ... พร้อมทีมขาย และทีมเทคนิค
ไปตามไร่ ตามฟาร์มขนาดใหญ่ ...
เกือบทั่วอีสานและภาคตะวันออก
.... เป็นชีวิตการทำงานในฝัน ....
.... เป็นชีวิตการทำงานในฝัน ....
ได้เที่ยวไกลๆ .... ได้วางแผนเอง ....
ได้ตัดสินใจเอง .... อิสระ และ ท้าทายจริงๆ
ทุกอย่าง .... ดีหมด ....
จนวันหนึ่ง ..... เกิด ...
อุบัติเหตุ .... เครื่องบินตก ...
นักบินเสียชีวิต ...
ลูกค้า ที่กำลังจะตกลงใจซื้อ ....ก็เสียชีวิต ...
บริษัทถูกฟ้องร้องค่าเสียหายมากมาย .... หลายสิบล้าน
หุ้นส่วนบริษัทโกงเงิน ....
มีปัญหาเรื่องเงิน .... บริษัท เช็คเด้ง ...
เรียกได้ว่า ....
ทุกๆ ปัญหาที่เป็นไปได้ บนพื้นพิภพ ...
เกิดขึ้นที่บริษัทนี้ ..... ครบถ้วน
บริษัทถูกฟ้องร้องมากมาย ....
ข้าพเจ้าก็พลอยโดนไปด้วย .... ประมาณ 32 คดี ....
มูลค่าที่โดนฟ้อง ..... มากมายมหาศาล
มากกว่า จำนวนเงินที่คิดอยากจะสะสมให้ได้ ... มากมายนัก
ต้องขึ้นศาลสัปดาห์ละ 2-3 หน ....
บางวันเราเป็นโจทก์ .... บางวันเป็นจำเลย ....
บางวันเป็นในนามบริษัท ....
บางวันเป็นตัวเรา .... บางวันเป็นพยาน ...
ข้าพเจ้ามีชีวิต ..... ที่คร่ำหวอด ในแถบย่านรัชดาฯ ....
ในแบบที่ ทุกคนคงไม่อยากจะเป็น ...
คือ ... ไป-ขึ้น-ศาล
..... เฮ้อ ......
ชีวิตเหมือน จะจบแค่นี้แล้วจริงๆ ....
.... จะไปหางานใหม่ ....
จะทำได้ยังไง ? ถ้าต้องไปศาล ทุกวัน จันทร์-พุธ-ศุกร์
วันหนึ่งๆ ต้องคุยกับทนาย
.... มากกว่า คุยกับแฟน !!!
ชีวิตมันเหนื่อยมากๆ .....
มากจนบอกตัวเองว่า .....
เรากล้าเล่นเกมส์เสี่ยง กับชีวิตเราได้อย่างไร ?
... แต่เรา ก็ถลำลงไปแล้ว .....
ก็ต้องทนไป ... ทนไป ....
.... ด้วยเงินก้อนสุดท้าย .... ที่เก็บมาทั้งชีวิต
.... ต้องไปขอจากพี่สาวอีก 2 คน ....
และต้องกู้ bank อีกก้อนโต ....
ไปเซ้งร้าน ... ที่ the MALL งามวงศ์วาน ... 28 ปี
ทำธุรกิจ ... ที่ไม่รู้เรื่องเลย .... คือ
เปิดร้านขาย Gift Shop ...
เพราะดูแล้ว น่าจะดีที่สุด ... ทุนน้อย กำไรมาก ....
ของทุกชิ้นในร้าน ข้าพเจ้าต้องไปเดินเลือกเอง
..... จากสำเพ็งบ้าง ...
จากสวนจตุจักรบ้าง จากต่างจังหวัดบ้าง ....
ชีวิต พลิกผัน ....
จากวิศวกร .... จากผู้จัดการ ....
กลายเป็นพ่อค้าเร่ ......
นุ่งยีนส์ ... มีกระเป๋าคาดพุง พกเงินสดเป็นฟ่อน ....
เดินลุยสำเพ็งจนฉ่ำ ... ทุกซอกซอย ...
ลุยตลาดปีนัง ... แถวท่าเรือคลองเตย
... เพื่อไปรับขนมหนีภาษีทางเรือ
ลุยขนส่งสายใต้ ... ลุยตามท่ารถ
ลุยขนส่งสายใต้ ... ลุยตามท่ารถ
เพื่อไปรับขนมหนีภาษี จากมาเลเซีย ...
ทะเลาะกับแม่ค้าสวนจตุจักรเป็นประจำ .....
ทำแบบนี้ทุกวัน ....
สลับกับการไปขึ้นศาล .... แพ้บ้าง ชนะบ้าง ... ก็ช่างมัน
ร้านที่เปิด .... ก็สวยงาม ดูดี ....
ที่สำคัญ ..... รายได้ดี ...
ดีมากๆ มากจนทำให้ ....
จ่ายคืนธนาคารอย่างรวดเร็ว ...
และเริ่มขยายสาขาที่สอง
ที่ the Mall บางกะปิ ....
นอกจากการเดิน หาสินค้าเข้าร้านแล้ว
... ก็คือ เข้าไปปิดร้านตอนค่ำๆ ...
และกวาดเงินทั้งหมด ใส่ถุงก๊อบแก๊บ ....
กลับมาบ้าน .... ก็นอนหมดแรง ...โยนเงินไว้ใต้ตู้ใต้เตียง ....
ปลายๆ สัปดาห์ ต้องมานั่งนับเงิน ..... จนหลังขดหลังแข็ง
บางที .. รู้สึกเหมือนว่า
...เป็นเด็กๆ ที่กำลังนั่งเล่นเกมเศรษฐี ...
นับเงินปลอมเป็นฟ่อนๆ
ข้าพเจ้า นั้งมองกระดาษชื้นๆ เหม็นๆ
..... แต่มีค่าสูง ที่กองตรงหน้า
แล้วพยายามถามตัวเอง ตลอดว่า ....
นี่คือ "สิ่งที่เราต้องการในชีวิตไหม ?"
"เราอยากก้าวกระโดด ไม่อยากมีชีวิตที่ลอยตามกระแส" .
... ก็ทำแล้ว กระโดดจนเมื่อยตุ้มไปหมดแล้ว ..
"เราอยากท้าทาย .... ต่อสู้ ฟาดฟัน" ........
ก็ทำแล้ว ... เดินไปขึ้นศาลจน รู้จักทุกคนที่นั่น ...
"เราอยากร่ำรวย .... มีเงินไหลมาเทมา นั่งนับจนปวดหลัง"
..... ก็กำลังทำอยู่ไงล่ะ... มือด้านหมดแล้ว ...
แต่ทำไมชีวิต จึงยังไม่เติมเต็ม .... เพราะ อะไรหนอ ?
วันหนึ่ง ..... เพื่อนซี้ลาดกระบัง...
คู่โปรเจค ของข้าพเจ้าแวะมาหาที่ร้าน
.... เขาเพิ่งกลับจากเมืองนอก ...
เขาตื่นตะลึง ในความอลังการของร้าน
และรูปแบบชีวิตข้าพเจ้ายิ่งนัก ....
ข้าพแค่เล่าเรียบๆ ว่า
"ตอนนี้ กูก็ว่างๆ เลยเปิด giftshop แก้เหงา
..... กำลังจะเปิดสาขา 2 แล้ว
.... ว่างๆ ก็เดินซื้อของเข้าร้าน
... อ้อ .... ก็ต้องไปศาลบ้าง
สัปดาห์ และ 2-3 หน .... ก็เรื่องเงินๆ ทองๆ หละ
.... เบื่ออิ๊บอ๋าย .."
ฟังดู hi-so มากๆ ....
แต่ความจริงแล้ว ....
มันน่าทุเรศ ... ไร้สาระ ... และ ไร้ค่าที่สุด ....
แล้วเพื่อนรักของข้าพเจ้า
.... ขอร้องให้ข้าพเจ้าช่วยขับรถ .... ไปส่งเขาที่ลาดกระบัง
เขาอยากเป็นอาจารย์ .... อยากช่วยชาติ
อยากสอนหนังสือเด็ก ...
แต่ข้าพเจ้า ....
ยังบอกตัวเองเสมอว่า .... ยังรวยไม่พอ ...
ทั้งๆ ที่ ชีวิต ในช่วงนั้น
วันหนึ่งๆ .... ชีวิตเหมือนตกอยู่ในขุมนรก .....
มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ชีวิตต้องการ ....
มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ชีวิตต้องการ ....
แต่ไม่เคยยิ้ม ไม่เคยหัวเราะ ...
ไม่เคยมี "ความรัก" จริงๆ ให้ใครเลย ...

จากนั้น เราก็เข้าลาดกระบัง ....
เพื่อนขึ้นไปชั้นสาม ตึก A พบท่านคณบดี ....
ส่วนข้าพเจ้าเดินดุ่มๆ รอบคณะ ......
ทุกอย่างดูเหมือนเดิม
ส่วนข้าพเจ้าเดินดุ่มๆ รอบคณะ ......
ทุกอย่างดูเหมือนเดิม
ตึก A .... ตึกโทร .. เสาโทร ....ตึกวัดคุม ....
เห็นตึกสิบสองชั้นกำลังสร้างอยู่ลิบๆ ...
ฝูงเด็กเบียดเสียดกินข้าว...
เบียดเสียดเล่นกีฬา กลางแดดเปรี้ยง .......
ข้าพเจ้า เดินผ่านขึ้นตึกกิจกรรม ...
... กลิ่นรองเท้าเน่าโชยขึ้นจมูก ....
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ คำหยาบ เสียงตะโกน ....
ข้าพเจ้า เหมือน ยืนทะลุมิติแห่งเวลา
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ คำหยาบ เสียงตะโกน ....
ข้าพเจ้า เหมือน ยืนทะลุมิติแห่งเวลา
กลับไปสมัยยังเป็นนักศึกษา
ข้าพเจ้าบอกตัวเองว่า ....
ข้าพเจ้าบอกตัวเองว่า ....
น่าแปลก แปลกมากๆ ที่ว่า ....
ทำไมตอนที่ข้าพเจ้า...เรียนอยู่ที่นี่ ....
ทำไมข้าพเจ้า ไม่เคยมองเห็นภาพนี้เลย .....
ข้าพเจ้าทำช่วงทำเวลาดีๆ เหล่านี้ หายไปไหนหนอ ? ...
ข้าพเจ้า ไม่เคยมีความทรงจำดีๆ
ทำไมตอนที่ข้าพเจ้า...เรียนอยู่ที่นี่ ....
ทำไมข้าพเจ้า ไม่เคยมองเห็นภาพนี้เลย .....
ข้าพเจ้าทำช่วงทำเวลาดีๆ เหล่านี้ หายไปไหนหนอ ? ...
ข้าพเจ้า ไม่เคยมีความทรงจำดีๆ
ไว้คอยประคับประคองใจ...
หรือเอาไว้คอย เติมเต็ม ชีวิตเลย .....
หรือเอาไว้คอย เติมเต็ม ชีวิตเลย .....
ข้าพเจ้า อยากจะตะโกนดังๆ
ให้ลั่นสนามโภไคยฯ ว่า ...
เฮ้ย .... ไอ้เด็ก อีเด็ก ทั้งหลาย .....
สิ่งที่ดีที่สุด ของชีวิต ..... มันอยู่ตรงนี้แหละ !!!
เฮ้ย .... ไอ้เด็ก อีเด็ก ทั้งหลาย .....
สิ่งที่ดีที่สุด ของชีวิต ..... มันอยู่ตรงนี้แหละ !!!
พวกเจ้า จงอย่าได้ผิดพลาด เหมือนพี่เลย .....
....วันนี้ อาจจะโง่ ... อาจจะไม่รู้ ....
.... อาจจะฝัน .....อาจจะหวัง .....
... อาจจะหัวเราะ ... อาจจะร้องไห้ ...
... อาจจะไร้สาระ ....
... แต่ ... ยังได้มีเพื่อน .......
…. พวกเจ้า ...จะรู้บ้างไหม หนอ ?
.... ในหัวข้าพเจ้า อื้ออึง ...
....วันนี้ อาจจะโง่ ... อาจจะไม่รู้ ....
.... อาจจะฝัน .....อาจจะหวัง .....
... อาจจะหัวเราะ ... อาจจะร้องไห้ ...
... อาจจะไร้สาระ ....
... แต่ ... ยังได้มีเพื่อน .......
…. พวกเจ้า ...จะรู้บ้างไหม หนอ ?
.... ในหัวข้าพเจ้า อื้ออึง ...
ดูเหมือนทุกๆ คำตอบของชีวิต
ที่ข้าพเจ้าพยายามค้นหา
หลั่งไหลออกมาเรื่อยๆ ..... ไม่จบไม่สิ้น ...
ข้าพเจ้าเพิ่งรู้ว่า .... ข้าพเจ้าอยากทำอะไรแล้ว ในชีวิต
แล้วข้าพเจ้า ก็ขึ้นไปตามเพื่อน ที่ห้องคณบดี ....
ทั้งสองกำลังคุยกันแบบกร่อยๆ
หลั่งไหลออกมาเรื่อยๆ ..... ไม่จบไม่สิ้น ...
ข้าพเจ้าเพิ่งรู้ว่า .... ข้าพเจ้าอยากทำอะไรแล้ว ในชีวิต
แล้วข้าพเจ้า ก็ขึ้นไปตามเพื่อน ที่ห้องคณบดี ....
ทั้งสองกำลังคุยกันแบบกร่อยๆ
... ผมๆ คุณๆ ท่านๆ ครับๆ ...
แต่ข้าพเจ้าก็บุกเข้าไปคุย .....
แต่ข้าพเจ้าก็บุกเข้าไปคุย .....
บอกเล่าถึงความรู้สึกของตน ...
สิ่งที่ตนค้นพบ .... พูดมากมาย ....
จำได้ว่า ตอนหนึ่งของการสนทนา ....
มีการเปิดประเด็นว่า ...
เด็กสมัยนี้ มันแย่จริงๆ ....
สิ่งที่ตนค้นพบ .... พูดมากมาย ....
จำได้ว่า ตอนหนึ่งของการสนทนา ....
มีการเปิดประเด็นว่า ...
เด็กสมัยนี้ มันแย่จริงๆ ....
ไม่เหมือนเด็กสมัยก่อน ....
ซึ่งข้าพเจ้าเถียงสุดชีวิต ว่า ไม่จริง ....
จิตเดิมแท้.... ของเด็กทุกคน
ซึ่งข้าพเจ้าเถียงสุดชีวิต ว่า ไม่จริง ....
จิตเดิมแท้.... ของเด็กทุกคน
ใสบริสุทธิ์ .... สะอาดเท่าเทียมกัน
ขึ้นกับว่า เด็กคนนั้น อยู่ตรงไหน ....
ขึ้นกับว่า เด็กคนนั้น อยู่ตรงไหน ....
สิ่งรอบตัวเป็นอย่างไร ?
ถ้าเราเริ่มต้น ด้วย อคติแบบนี้ .....
ถ้าเราเริ่มต้น ด้วย อคติแบบนี้ .....
ก็คงจะอบรมสั่งสอนเด็ก ไม่ได้หรอก ...
แต่ถ้า เราทำสิ่งแวดล้อมของการเรียน ....
แต่ถ้า เราทำสิ่งแวดล้อมของการเรียน ....
ทำให้เด็กรัก เด็กอบอุ่น ...
และเห็นคุณค่าของทุกสิ่งรอบกายแล้ว ...
จิดเดิมแท้อันใสสว่าง .... ก็ย่อมเจิดจ้า
และเป็นพลังให้เด็กก้าวออกไปสู่โลกกว้าง ...
ด้วยความสุข และความอบอุ่นใจ ...
เพราะ ...
เพียงแค่ปริญญา 1 ใบ .... เกียรตินิยม 1 ดอก
งานที่มั่นคง ..... เงินที่ล้นฟ้า ....
ก็ไม่มีวันเติมเต็มชีวิตได้หรอก ....
ถ้าไม่รู้จักคุณค่าของเพื่อน .....
และคุณค่า ของทุกสิ่งรอบกาย .....
แล้วข้าพเจ้า ก็เล่าชีวิตอันน่าทุเรศๆ ของข้าพเจ้า
ให้ท่านคณบดีฟัง ....
ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์ .... จากท่านคณบดี
ท่านบอกว่า อยากจะชวนข้าพเจ้ามาเป็นอาจารย์ ....
มีโครงการใหม่ ... ที่ไม่ท้าทายอะไร ...
ไม่ใช่อะไรที่ยิ่งใหญ่ .... ธรรมดาๆ ...
แค่มาลองทำ "ภาควิชาในฝัน" ที่นี่ ดีไหม ?
เพราะท่านเชื่อในเรื่อง "จิตเดิมแท้" ที่ข้าพเจ้าพูด ...
..... แน่นอน .... ข้าพเจ้าตอบปฏิเสธ ....
เพราะชีวิตมันยังวุ่นวายยิ่งนัก .....
ไหนจะดูร้าน ... ไหนจะขึ้นศาล ....
ท่านจึงบอกว่า ....
งั้นมาช่วยชาติ ช่วยคณะเรา
สัก 2-3 ชั่งโมงต่อสัปดาห์ได้ไหม ?
มีฝรั่งเขามาทำรายงาน
เรื่องการตั้งภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ...
ก็อยากจะให้ข้าพเจ้า มาช่วยอ่าน ช่วยแปลหน่อย .....
เพราะกำลังจะร่างหลักสูตร .... จะเปิดภาค ในไม่ช้านี้
ข้าพเจ้าก็ตกลง ....
แล้วก็เริ่มเข้าไปที่ลาดกระบัง
ทุกบ่ายวันพุธ .... นั่งทำงาน นั่งอ่าน นั่งแปล ...
ข้าพเจ้าทำอยู่ 2-3 เดือน ....
โดยไม่ได้รับเงินเดือน หรือ ค่าตอบแทนอะไรเลย
ได้กาแฟ 1 แก้ว ..... ได้เดินเล่นรอบคณะ ตอนเย็นๆ ...
และได้พบว่า ....
นี่ อาจจะเป็นครั้งแรก ... ครั้งแรกในชีวิต
ที่ข้าพเจ้าออกแรงทำงาน ....
โดยไม่ได้ทำเพื่อ "ตนเอง" เลย ...
ไม่ได้ทำเพื่อเงิน ... ไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียง ...
ไม่ได้ทำเพื่อพิสูจน์ความท้าทาย ....
.... แค่ทำ ... เพราะอยากทำ ...
... ทำให้ใคร... ข้าพเจ้าก็ไม่รู้ ....
....ทำแล้วจะได้นำไปใช้หรือไม่ ... ข้าพเจ้าก็ไม่รู้...
.... แต่เป็นครั้งแรก ...
ที่รู้สึกว่า "ตัวเองมีค่า" ....
วันหนึ่ง .... หัวหน้าภาคเครื่องกล
แวะมาคุยกับท่านคณบดี ...
มาบ่นว่า ที่ภาคฯ มีอาจารย์ไม่พอ ...
ขาดคนสอนวิชาเลือก ... พวกวิชา Quality Control
ท่านคณบดี ก็เรียกข้าพเจ้ามาคุย ....
บอกว่า ลองสอนสักหน่อยไหม ?
ฮาฮา .... สนุกๆ .....
ข้าพเจ้าบอกว่า ขอลองสัก 10 นาที .....
ถ้ามุกแป้ก .....
ก็จะเลิกคิด เรื่องการเป็นอาจารย์ ทันที .....
........ จากนั้น เราก็นัดหมายกัน .....
........ จากนั้น เราก็นัดหมายกัน .....
ถึงกำหนดการสอน QC ใน 10 นาที ....
ถือว่าเป็นการ audition ครั้งสำคัญของข้าพเจ้า
........
เช้าวันที่จะสอน .....
ข้าพเจ้าเข้าไปที่ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ...
ซึ่งในตอนนั้น ... ก็คือ ตึกภาค IE ในปัจจุบัน ...
ข้าพเจ้าก็เก้ๆ กังๆ เหมือนเด็กปีหนึ่ง ที่เปิดเทอมใหม่ๆ ....
จะไปที่ไหน ไปสอนห้องไหน
... ไปนั่งที่ไหน ... ไม่รู้เลย ...
เจ้าหน้าที่ธุรการบอกว่า .... ให้ไปหาเลขานุการภาค
ที่ห้อง xxx ตึก xxx เพราะน่าจะจัดการข้าพเจ้าได้ ....
ข้าพเจ้าก็เลยเดินดุ่ยๆ ไปหาท่านเลขานุการภาค ....

ณ ห้องเล็กๆ ทึมๆ
ชายผิวคล้ำ นั่งก้มหน้าก้มตาส่องกล้อง ... พร้อมๆ ดูอะไรก็ไม่รู้ใจจอภาพ
เมื่อได้ยินเสียงข้าพเจ้าเดินเข้ามาในห้อง .....
ท่านก็เงยหน้าขึ้นมามอง ....
ถึงท่านจะผิวคล้ำ
แต่รอยยิ้มท่านสดใส กระจ่างแก่ผู้พบเห็นเสมอ .....
เป็นความอบอุ่นแรก ที่ข้าพเจ้าสัมผัส จากท่าน ......
เป็นความอบอุ่น ....
ที่ข้าพเจ้าไม่เคยลืม ... ตราบจนทุกวันนี้
.... แล้วท่านยิ้มสดใส... แล้วก็ เอ่ยว่า
" ..... ... ... "
...................................................
อ่านต่อตอนหน้า ..... ตอนจบ ...
ในไม่ช้า .....
สัญญา ๆๆๆๆๆๆ ว่าจะ
ขยันเขียน ....
รอนะ ...
ขยันเขียน ....
รอนะ ...
ไม่นาน ...








๑๖ ความคิดเห็น:
เข้ามาปูเสื่อรอ แล้วครับ ^^
(^o^)
ขอโอเลี้ยงแก้วหนึ่งคร๊าบบบ!!!!
รออยู่ๆค่ะ รออย่างใจจดจ่อ
จบตอนอย่างนี้ สาวกทั้งหลายก็ลุ้นแทบลงแดง รอไม่ไหวเลยซิครับ
มาเร็วๆสิคะ รออยู่นะเนี่ย
ตูน Z2
เห็นใจบ้างสิ !!!!
เข้ามาวันละหลายๆ รอบเนี้ย ......
โถ่พี่เต่าอ่ะ.....จบเหมือนหนังจีนสมัยก่อนเลยอ่ะครับ...จบตอนเข้าได้เข้าเข็ม...
แต่ยังไงก็รอ...ครับ
รอๆ ค้า :)
พี่เต๋าครับ
ทุกวันจันทร์ - อังคาร ผมรู้สึกกระวนกระวาย
ไม่อยากทำงานอยากกลับห้องรีบไปดูน้องแพนเค๊ก
แต่พี่ทำให้ผมกระวนกระวายมากกว่าคือทุกวัน ทำให้ผมไม่อยากทำงานอยากอ่านข้อความดีและความเป็นจริงของชีวิต ขอบคุณสำหรับคำบอกกล่าวที่พี่พบมา
น้องหมา
.... แล้วท่านยิ้มสดใส... แล้วก็ เอ่ยว่า
มาซ่อมเครื่อง(ที่อยูในรูป)เหรอ รออยู่นานและ
ผมล้อเล่นค้าบบ
.... แล้วท่านยิ้มสดใส... แล้วก็ เอ่ยว่า
มาซ่อมเครื่อง(ที่อยูในรูป)เหรอ รออยู่นานและ
ผมล้อเล่นค้าบบ
.... แล้วท่านยิ้มสดใส... แล้วก็ เอ่ยว่า
มาซ่อมเครื่อง(ที่อยูในรูป)เหรอ รออยู่นานและ
ผมล้อเล่นค้าบบ
รอครับ
รออยู่นะ พี่เต่า
ติดตามอยู่ครับ
เล้ง
ชีวิตพี่เต่าเหมือนต้มยำกุ้งเลย ..ร้อนจริง ๆ ๆ
แสดงความคิดเห็น