วันศุกร์, กรกฎาคม ๒๗

ตอนที่ 35 : ความทุกข์เล็กๆ ... ที่ยิ่งใหญ่

ข้าพเจ้าเชื่อว่า สมาชิก iestory ทุกท่าน คงจะรู้สึกได้ว่า ... เรื่องราวใน iestory ในช่วงไม่กี่ตอนที่ผ่านๆ มา .... พออ่านแล้ว มันรู้สึกจุกๆ ที่หัวคิ้ว และรู้สึกปวดต่อมน้ำตาใต้เบ้ากะโหลกมาก ..… ดังนั้น ข้าพเจ้าก็ต้องขออภัย... ที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น .....

ผลลัพธ์ตามมาอีกประการ ในช่วงเวลานี้ ก็คือ .... ข้าพเจ้ามักได้รับ คำถามแบบแปลกๆ ที่สร้างสรรค์ จากเยาวชน IE มากมาย …

หนึ่งในคำถามดีๆ ที่ตอบได้ยากมาก... จากเยาวชน IE ถามว่า

“ความทุกข์ของพี่เต่า
ในการทำงานที่ IE คือ สิ่งใด ?
.... เพราะเท่าที่ได้อ่านมา มีแต่คำว่า
โอ... อืมมม์ ......
ข้าพเจ้าสุขใจ / เต็มใจ / ดีใจ / ภูมิใจ ....
และอะไรๆ ที่ลงท้ายด้วยคำว่า “ใจ” ....
มันฟังดูดีหมด ....
อ่านจนเอียนไปหมดแล้วอ่ะ .... แต่ก็ทนอ่าน
...ตอนนี้ ....อ่านจนเลือดรักภาค IE
.... เดือดพล่านไปหมด แล้วววว์ ............ ”

คำถามนี้ ... ได้ฟังแล้วชื่นใจจริงๆ
สมแล้วที่เป็นศิษย์ IE จริงๆ
เพราะเข้าใจคิด .... เข้าใจถาม
และใจกล้ามากๆ ที่ถามข้าพเจ้า เช่นนี้
........ หากจะเสแสร้งตอบ ...
หรือ พยายามตอบให้ดูดี ๆ ก็ไม่ยากนัก ......
เช่น ตอบแบบว่า .....
“ทุกข์ของน้องๆ ก็ คือ ทุกข์ของพี่เต่าเสมอหละ”
(แหวะ... ตอบได้เน่ามาก ...)
แต่ถ้าจะตอบแบบจริงใจที่สุด
และเข้าประเด็นที่สุด
....ก็ง่ายมาก เช่นกัน...
เพียงแค่ข้าพเจ้าหลับตา
นึกทบทวน สักสองสามวินาที
คิดว่าในหนึ่งปี .... เราได้ผจญ อะไรมาบ้าง ...
1...2......3..... ก็ตอบได้ทันที จากใจเลยว่า

“น้องๆ เอย ..... ทุกข์หนักหนาที่สุดของพี่
ก็คือ งานรับน้อง IE ..... นั่นเอง ....”


นี่คือ .... คำตอบที่จริงใจที่สุด
.... เรียกว่า ... ตอบแบบไม่ต้องเอาใจ
หรือเกรงใจ ....แฟนๆ ชาว iestory เลย ...

" ทำไมหรือ ? "
มีสองเหตุผล ....

เหตุผลแรก คือ
เหตุผลด้านความเหนื่อยทางกายและใจ
ที่เกาะกินข้าพเจ้า.... ด้วยทุกข์แห่งความวิตกกังวล
...... ข้าพเจ้า ...กลัวทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจจะอุบัติขึ้นในงานรับน้อง
นับตั้งแต่วินาทีแรก ....ก่อนที่ล้อรถจะหมุน ....

.... มันก็เริ่มเข้าสู่ความกลัว เฟสแรก ....
เฟสที่หนึ่ง .... เฟสด้านโลจิสติกส์
....กลัวคนขับสันดานไม่ดี/กลัวยางแตก
กลัวรถหลงทาง ... แล่นไประนอง แทนที่จะไประยอง
กลัวเด็กขี้เมาหลงทางในส้วมตามปั๊มน้ำมัน/ฯลฯ ....
จากนั้น ก็เข้าสู่เฟสที่สอง - เฟสทางกายภาพ ...
กลัวฝนตก/กลัวที่พักห่วย/กลัวอาหารชั่ว/กลัวส้วมเหม็น
..... กลัวเหล้าหมด/กลัวเหล้าเหลือ
กลัวนักข่าวมติชน-ผู้จัดการ-titv
รวมทั้งกลัว การบาดเจ็บและเสียหายโง่ๆ
เช่น เอาม้าหินมาโขกหัวตัวเองเล่นๆ ... ให้หัวแตก
หรือเมา...จนเห็นห้องนอนเป็นห้องส้วม
หรือ แม้กระทั่ง
..... กลัวจะเกิด กิจกรรมสมานฉันท์ ....
หรือมีการกระชับมิตร... ด้วยการทะเลาะวิวาท ชกต่อยกัน

จากนั้น เข้าสู่เฟสที่สาม - เฟสด้านสันดานและจิตใจ
..... กลัวบรรยากาศในงานเซ็ง
กลัวน้องวีน/กลัวพี่วีน/กลัวพี่ปีแก่วีน
กลัวเจ้าของรีสอร์ตวีน/กลัวเมียคนขับรถวีน
และ กลัวตัวข้าพเจ้าเอง .... จะวีน เช่นกัน ....


และเฟสสุดท้าย .... เฟสที่สี่
เฟสด้านสิ่งลี้ลับซับซ้อน
ที่ละเอียดในระดับนาโน .... คือ
กลัวผี/กลัวเจ้าที่/กลัวเจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าทะเล
กลัวว่าท่านเหล่านั้น จะมาสิงสู่ หลอกหลอน
กระทำยำยีทางจิต ....แก่เด็กน้อยๆ ที่กำลังไร้สติสัมปชัญญะ ......

สิ่งที่เกิดขึ้นทุกเฟส.....
ล่งผลให้ข้าพเจ้าทุกข์กายและใจอย่างแสนสาหัส
.... เรียกได้ว่า ... แทบจะนอนตาไม่หลับทั้งสองคืนเต็มๆ
เพราะต้องอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม ตลอด 48 ชั่วโมง

ประสบการณ์ตลอดสิบปี .... สอนให้ข้าพเจ้า
รู้จักเตรียมอุปกรณ์กู้ภัยสารพัดรูปแบบ สำหรับงานรับน้อง
อาทิเช่น ไฟฉายใหญ่ฉุกเฉิน ..... ในยามไฟดับ
รองเท้าแตะสำรองมากมาย สำหรับคนเมา....
กระติกน้ำร้อนแบบเดือดทันใจ ....
กล่องยาฉุกเฉินพิเศษ ...เพราะในยามฉุกเฉินจริงๆ
สิ่งเดียวที่หาไม่เคยเจอ คือ กล่องพยาบาล .....

และต้องไม่ลืมยาวิเศษครอบจักรวาล
คือ ครีมบัวหิมะ ใช้แก้ลมพิษจากแมลง แก้แพ้แอลกอฮอล์
ใส่แผลสด แผลเน่า แก้แพ้ยุงกัด
หรือทาหัวริดสีดวงทวารที่กำเริบได้ดี ....

บทเรียนในปีล่าสุด คือ ....
ควรเตรียมครกสำหรับตำผักบุ้งทะเลแก้พิษแมงกะพรุนไปด้วย
และควรเตรียมเงินสด ติดตัวไว้ให้มากกว่าเดิม .......
ด้วยประการทั้งปวง
ความกลัวและหวาดวิตกเหล่านี้ ....
เกิดขึ้นทุกปี และไม่มีทางแก้ไขใดๆ
นอกจาก.... ต้องทำใจ
และกล้าเผชิญหน้ากับมันทุกปีๆๆๆ ตลอดไปเช่นกัน .....

ซึ่งก็ถือว่า .....นี่ คือ ทุกข์ส่วนตัวโดยแท้ของข้าพเจ้า
เพราะเป็นทุกข์.... ที่ข้าพเจ้าได้สร้างมันขึ้นมาเอง
โดยยึดมั่นถือมั่นว่า มันคือ ... ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่
...ยิ่งใหญ่ เหนือกว่าใดๆ ในโลกนี้ ..

ดังนั้น ข้าพเจ้าก็ต้องยอมรับ ...ในทุกข์นี้ให้ได้ .....

และ .... ข้าพเจ้าก็รับมันได้จริงๆ ....

สำหรับเหตุผลที่สอง
สำหรับคำตอบของข้าพเจ้า ที่ตอบว่า

“.... ทุกข์หนักหนาที่สุดของข้าพเจ้าคือ งานรับน้อง IE”

ก็คือ "ความทุกข์ด้านจริยธรรม" ... ซึ่งฟังดูเฉิ่มๆ สิ้นดี

อย่างไรก็ตาม
เรื่องนี้ ...รบกวนจิตใจข้าพเจ้าตลอดมา .....
เพราะ
.... หากมองในฐานะที่ข้าพเจ้าทำหน้าที่เป็น “อาจารย์”

การนั่งมองดูเด็กๆ ....จัดเตรียมเงินทอง
เพื่อจัดการซื้อหา สุรามาดื่มกินกัน อย่างสำเริงสำราญใจ
.... การนั่งมองเด็กเมา.... แล้วหัวเราะชอบใจ …
.... การดื่มสุราให้เด็กเห็น ....
หรือแม้แต่การนั่งร่วมวงสุรากับเด็กๆ .....
ในสายตาชาวโลกทั่วๆ ไป
คือ สิ่งที่ไม่บังควรยิ่งนัก ....
อาจจะพูดให้ตรงประเด็น... ได้ว่า
มันคือ “สิ่งที่ผิด” อย่างมหันต์ ......
แต่เหตุผลเนียนๆ ...
ที่ข้าพเจ้าพยายามจะนึก มาเข้าข้างตัวเอง
ก็มีมากมาย ....
.... ข้าพเจ้ามักจะปลอบตัวเอง ว่า
สาเหตุที่ เราทำแบบนี้ .... เพราะ
นี่คือชีวิตจริงๆ ในสังคมจริงๆ ที่เด็กๆ จะต้องพบ
นี่คือเด็กวิศวะ/นี่คือเด็กลาดกระบัง/นี่คือชาวIE/นี่คือ xxx …ฯลฯ ...

สาเหตุที่ข้าพเจ้าหยิบยกประเด็นนี้มาพูดคุยกัน
เนื่องมาจาก .....
ณ คืนหนึ่งในงานรับน้อง
ณ โรงพยาบาลแกลง จังหวัดระยอง
หลังจากข้าพเจ้าได้นำน้อง IE ที่ป่วยจากพิษสุรา
ส่งพบแพทย์เรียบร้อยแล้ว ....
ข้าพเจ้าก็แวะสนทนา กับเจ๊พยาบาล (เจ้าเก่า)
ซึ่งคุ้นเคยกับข้าพเจ้าเป็นอย่างดี....
เนื่องจากข้าพเจ้าและภาค IE ของเรา
เป็นลูกค้าประจำของรพ. นี้
ในช่วงเทศกาลรับน้อง ที่จังหวัดระยองเสมอ .....

เจ๊พยาบาล บอกว่า ....
เด็กสมัยนี้ ชอบกินเหล้า กันมากมาย
... รายนี้ สงสัยว่า....
คงจะแอบกินเหล้ากันไม่ให้อาจารย์เห็น
ก็เลยเมามากมาย ....
แหม .... แต่ก็โชคดีจัง... ที่มีอาจารย์มาด้วย
คอยเอาใจใส่ดูแลเด็ก .... ...
... เป็นอาจารย์ที่ดี จริงๆ ....

เมื่อข้าพเจ้า ได้ฟังจบ....
ข้าพเจ้ารู้สึกอาย แทบแทรกแผ่นดินจังหวัดระยอง

เพราะ รู้สึกผิด และรู้ตัวดีว่า ......
ตัวเองเป็นอาจารย์ที่แย่มากๆ ...

แย่มากๆ เพราะ ไม่เคยห้ามปราม
หรือชี้แนะใดๆ ให้เด็กๆ เลย
..... แต่กลับชอบหัวเราะ เฮฮา ...
ชอบอกชอบใจ .... สนุกสนาน ...
เวลาเห็นเด็กๆ เมา ... เด็กๆ ปลิ้น ... เด็กๆ รั่ว
มัน .... น่าละอายใจยิ่งนัก
ความจริง ประเด็นนี้ ....
เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะนำพูดคุยกัน
เพราะในทุกๆ เรื่องเกี่ยวข้องกับ
“ความถูก” หรือ “ความผิด”
มักมีเส้นบางๆ ด้านจริยธรรมขีดแบ่งไว้เสมอ ......
ทำให้เป็นประเด็น....
ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดเสมอ ....

ดังนั้น .... เรื่องในตอนนี้
... คงจะจบดื้อๆ แค่นี้ ....
และขอสรุป ให้ชัดๆ ว่า ...
“เหล้า” เป็นสิ่งที่ไม่ดี
เพราะทำลายสุขภาพ .... และ
เป็นอบายมุขแบบหนึ่ง .... กล่าวคือ
เป็นหนทาง .....ที่จะทำให้ได้พบ
...แต่เรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ ได้ง่ายกว่าการไม่กินเหล้า

เพราะการขาดสติ.... ก่อให้เกิดความประมาท
ความประมาท.... ก่อให้เกิดทุกสิ่งทุกอย่างได้หมด

ดังนั้น .... ทุกครั้ง
ก่อนที่พวกเรา คิดจะกินเหล้า
ควรถามตัวเองทุกครั้ง สักนิดนึงว่า ....

เราจะ “ได้” อะไร หรือ “เสีย” อะไร ....
จากการกระทำครั้งนี้ ? ….
ได้เพื่อน ได้สนุก ได้สาว ได้เมา .....
หรือ ....
เสียเพื่อน เสียเงิน เสียภาพพจน์ เสียสติ ....

คิดก่อน ... สักนิด
แล้วจะทำอย่างไรต่อ .... ก็เป็นชีวิตของเรา
ที่จะต้องรับผิดชอบเอง ......
ส่วนคนที่ไม่กินเหล้า .... หรือ กินนิดหน่อย ...
ก็เป็นสิ่งที่ดี ที่น่ายกย่อง ....
แต่ ....
ก็ควรถามตัวเองเช่นกัน ด้วยว่า

“เราได้อะไร จากการไม่กินเหล้า ?”

ถ้าได้แค่ ความรู้สึกว่า ......
เรา... เป็นคนที่ “ดี” กว่าพวกที่กินเหล้า
... ก็ไม่น่าจะพอ และ ไม่น่าจะถูกต้องเท่าใดนัก ....

เพราะมิติแห่งความดี ...
มีความบริสุทธิ์และลึกล้ำ.....
กว่าความคิดแบบนี้ หลายล้านเท่า ...

อย่างไรก็ตาม ....

ข้าพเจ้า ยังดีใจ ...
ที่ยังได้เห็นภาพดีๆ ในงานรับน้อง ...

เช่น ภาพคนที่ไม่กินเหล้า ... หรือคนที่กินบ้างนิดหน่อย
คอยดูแล รับผิดชอบ ภาระหน้าที่ในงาน ....
คอยใส่ใจ เป็นห่วง คนเมา ... คนป่วย ...

อาจจะเหนื่อย ..... อาจจะน่าเบื่อ
..... อาจจะไม่สนุกนัก กับหน้าที่นี้
แต่เป็นสิ่งที่ขอยกย่อง ….

เพราะถือว่า .... พวกท่านกำลังได้เรียนรู้
การใช้ชีวิตจริงๆ ในสังคมจริงๆ แล้ว
กล่าวคือ ...
การมีมุมมอง ในมิติที่กว้างขึ้น .....
การมีใจที่เปิดกว้างขึ้น ...

การมองเห็น และยอมรับ
ในความแตกต่าง ..... ของสรรพสิ่งรอบกาย

การเรียนรู้ ใส่ใจ และเข้าใจ
... ในความเป็นไปของเพื่อนมนุษย์ ...

.... เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและชื่นชม ...ยิ่งนัก

และสุดท้าย ....

.... สาเหตุที่ข้าพเจ้าได้เขียน...
เรื่องราวที่ ....
อาจจะเป็นเรื่องที่ "น่าเบื่อ" ที่สุด
....เท่าที่ สมาชิก iestory ได้เคยอ่านมา

เพราะเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับจริยธรรมเยี่ยงนี้ ....
คงไม่ค่อยจะ น่าอ่านเท่าใด ....

... ก็คงเป็นเพราะ ....

ข้าพเจ้าเพิ่งได้ดูทีวี ... เกี่ยวกับ
การรณรงค์ทำความดี ... ในเทศกาลเข้าพรรษา ....
ซึ่งจะมาถึง.... ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ .....
เขาพูดไว้ได้ดีมาก .... เขาบอกว่า
.... ในช่วงเข้าพรรษานี้ ....
ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจะทำอะไรดีๆ บ้าง ....
ไม่จำเป็น ...ต้องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ อลังการ ....
แบบว่า .... เลิกเหล้า.... เลิกบุหรี่
หรือ ... ลดความอ้วนสุดขีด .....
ขอเพียงเรา ....

แค่ทำอะไรเล็กๆ ที่ดีๆ ....
ให้ใครสักคน... ที่เรารักและแคร์
.... ทำในสิ่งที่ ....เราควรจะทำให้เขาได้
... แต่เราไม่เคยได้ทำให้เขาเลย ... แม้แต่น้อยในชีวิต ....

ข้าพเจ้าคิดอยู่นาน ..... และก็คิดได้ว่า

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เขียนเล่ามาทั้งหมด ......
เกี่ยวกับความทุกข์เล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่
.... ที่เกาะกินในใจของข้าพเจ้าตลอดมา .....

คือ ความบกพร่องในหน้าที่
หน้าที่ ที่ดีและถูกต้องสมควร
....ในฐานะอาจารย์ ของพวกเราทุกคน ....

ดังนั้น
ในโอกาสเทศกาลเข้าพรรษา
อันศักดิ์สิทธิ์ ในปีนี้....
ข้าพเจ้า จึงขอถือโอกาสนี้ ....
ทำหน้าที่ เยี่ยงอาจารย์ที่ดีคนหนึ่ง
.... สักครั้งหนึ่งในชีวิต …
ด้วยการ...

เขียนถึงเรื่องราวของ คุณและโทษ ของสุรา
ให้ศิษย์ที่รักของตนได้ฟัง ....อย่างตรงไปตรงมาเป็นครั้งแรก

หวังว่า.... ทุกๆ คน คงจะได้ข้อคิดบ้าง
จากการอ่านในครั้งนี้ ....

และ
ขอขอบคุณ
สำหรับโอกาส ...
ที่ทำให้ข้าพเจ้า ได้ทำหน้าที่ของอาจารย์ที่ดี ...ในครั้งนี้

และขอชวนเชิญ ทุกคน ว่า....

เข้าพรรษานี้ ....

แค่ทำอะไรเล็กๆ ที่ดีๆ ....
ให้ใครสักคนที่เรารักและแคร์

.... ทำในสิ่งที่ ....เราควรจะทำให้เขาได้
... แต่เราไม่เคยได้ทำให้เขาเลย ... แม้แต่น้อยในชีวิต ....

.... ลองทำดู .....
จะรู้สึกดีมากๆ

แล้วพวกเรา ...จะมีความรู้สึก
.... เช่นเดียวกับความรู้สึกของข้าพเจ้า ในขณะนี้ ... อย่างแน่นอน
.................

๒๒ ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พี่เต่าตัวจริงรึป่าวเนี่ย....
(คนแรก)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สวัสดีครับพี่เต่า

ผมเพิ่งไปรับศีล จาก อาจารย์ที่วัดบวร มาเมื่อวันอังคาร ที่ผ่านมา


อยากบอกไรนิดนึง กับคนที่ไม่รู้จักศีล 5

ว่า

การทานเหล้าผิดศีล ข้อ 5 ครับ

หากท่านอยากรู้จักศีล ก็ไห้ท่านไปรับศีลมารักษาๆไปเรื่อยๆ แล้ว ท่านก็จะรู้ว่า ศีลนั้นดียังไงเอง

เพราะมานอธิบายยากหากไม่ทำเอง ^_^!

ศีลข้อ 5 ของผมบริสุทธ์ชัวร์ แต่ข้ออื่น ไม่รับรอง หุๆ

คนรักษาศีล

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณพระอาจารย์เต่าที่ให้โอวาทค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เหอะๆ พึ่งศีลขาดเมื่อวานเย็นเองอ่ะวุฒิ แต่แค่ข้อห้านะหุๆ

ข้อคิดพี่เต่าดีมากๆครับ "กินเหล้าแล้วได้อะไร ไม่กินแล้วได้อะไร"

ในฐานะที่เคยติดเหล้าอยู่ช่วงหนึ่ง เหล้าแค่ช่วยให้ลืมเรื่องบางเรื่อง(แค่ชั่วคราว)สนุกสนาน(ชั่วคราว)แต่ล้วนทำให้เราขาดสติและประมาท (ตลอดเวลาที่ฤทธิ์สุรายังอยู่) เพราะฉะนั้นถ้ามีปัญหาที่ต้องเผชิญ ไม่ควรดื่มสุราช่วยนะคร๊าบ.. แหะๆ

ปล.เข้ามาขำคำว่า"กระชับมิตร"อ่ะ นึกถึงจิ๊บ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เหมือนว่านี่คือเหตุผลที่พี่ทำอะไรหลายๆอย่างเพื่อน้องมาตลอด

สิทธิ์ Z รุ่น 1 กล่าวว่า...

ตอนนี้ผมก็มีความทุกข์มากเหมือนกันครับพี่เต่า ไม่ได้ทานสุรากับเพื่อนๆมานานมากแล้ว ก่อนเรียนIEไม่เคยกินเหล้า หลังเรียนจบก็ไม่ค่อยจะได้กินเหล้า ได้กินเหล้าทีไรคิดถึงเพื่อนๆทุกทีครับ

(-_-)เด่น ZN02 ครับ กล่าวว่า...

อั้มเฝ้าบล็อกทั้งวันเลยนะม่ะมีงานทำหรอ(ภาษาแอ๊บแบ๊ว)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

มันเป็นที่แน่ชัดว่า"การทานของมึนเมา" ไม่ว่ามากน้อยแค่ไหนก็ไม่ดี ในด้าน ผิดทั้งศิลธรรมและจริยธรรม ถึงจะไม่ผิกกฏหมายใด ๆ แต่ เราบางครั้งก็เลี่ยงไม่ได้ถ้ายังอยู่ในสังคมบริโภค ที่ถูกยัดเยียดความคิดว่าการมีแอลกอฮอลจะทำให้งานสังสรรค์นั้น ๆ มีความสนุกสนานมากขึ้น ตอนกินยังจำได้ว่าสนุกแต่หลังจากเมามันจำไม่ได้หลอกว่ามันแย่แค่ไหน ยิ่งต้องมาเจ็บตัว หรือ ทำคนอื่นเจ็บ แล้วค่อยมาเสียใจเมื่อสร่าง มันสายไป ฉนั้น ขอเตือนใจไว้บ้างว่า "เราทานเหล้าแล้ว อย่าให้เหล้าทานเรา"

ไม่ทานได้ยิ่งดี....ความสนุกชั่วคราวเทียบไม่ได้กับสุขที่ถาวร

สาโรช กล่าวว่า...

สาธุึ ขออนุโมทนาด้วยครับพี่

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พี่คะ อยู่สกอตแลนด์มันเปนแหล่งวิสกี้อ่ะคะ กินเหล้าทีไม่กล้ามิกซ์เลยอ่ะคะ เบียร์ก้อหลายยี่ห้อเหลือเกิน
แต่ก้อจริงอย่างที่พี่บอกอ่ะคะ เหล้าไม่ใช่สิ่งดีเท่าไหร่นัก เปลืองตังแล้วยิ่งเบียร์เนี่ย อ้วนโคตรๆๆๆๆๆๆ
นก IE03

nunun กล่าวว่า...

น้องนก ท่าทางจะติดเบียร์มานานแน่เลย ไม่ยอมเลิกอ้วนซักที ยังงี้ต้องเข้าคอร์สไดเอ็ทกะพี่วัฒน์ซะแล้ว แต่ระวังหน่อยนะ พยายามมาสิบปี ไม่ค่อยจะสำเร็จเท่าไหร่ อิ อิ..
(แอบกัดนิดนึง ไม่ว่ากานน้า .. ด้วยความปรารถนาดี หุ หุ..)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เมื่อวานเพิ่งกินอ่ะ
คืนนี้ก้อต้องไปกินอีกอ่ะ

Socialize อ่ะครับบ แหะ ๆ แก้ตัวน้ำขุ่น ๆ

ปล. น้องนกยังกลัวอ้วนอีกเหรอ 5555555

P ie01

สิทธิ์ Z รุ่น 1 กล่าวว่า...

พี่ขอแนะนำน้องนกให้เข้าโครงการงดเหล้า(เบียร์+กับแกล้ม)เข้าพรรษา ตอนนี้พอดีเลย หุ่นน้องนกจะได้กลับมาสวยเพียวเหมือนเดิม(เหมือนเดิมตอนไหนพี่นึกไม่ออกเหมือนกัน)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

วันที่30 เข้าพรรษา

คุณ คิดไว้ฤยังว่าจะทำความดีอะไรตลอดพรรษานี้

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

นิยามของการกินเหล้า

เราต้องกินเหล้า
แต่อย่าให้เหล้ามันมากินเรา


เพราะฉะนั้น พี่น้องชาว IE ทุกท่าน เวลา กินเหล้า
ก็ต้องกินเหล้านะครับ อย่าให้เหล้ากินเราหละ

เหอๆๆ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คิดถึงพี่ต่าเหมือนกันคับ ตอนนี้อยู่ที่สก๊อตแลนด์น่าเบื่อโคตร อยากกลับเมืองไทยจัง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทำงาน .....





พี่เต่าครับ ที่ภาค รับภารโรงใหมครับ




"การเปลี่ยนแปลง ที่ทำใจได้ยาก แต่ต้องเข้าใจ ฮือๆๆๆ "

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

วันนี้...ก็ได้รูแล้วว่า
เหตุใดพี่เต่า..และเหล่าพี่ๆ(อาจารย์)ถึงได้ไปงานรับน้องทุกครั้ง ซึ่งตอนไปครั้งแรกรู้สึกแปลกใจมากแต่เป็นความรู้สึกดีแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน มหาลัยอื่นคณะอื่นเขาหนีกันไปแต่เราไปกันกับอาจารย์...แปลกดี
จำได้ว่าเคยถามพี่เต่าแล้ว..รู้สึกว่าในงานรับน้องนี้แหละแต่ไม่แใจว่าปีไหน ..พี่เคยตอบว่าเพราะเหมือนกับมาพักผ่อนก็เลยมา ซึ่งพอได้อ่านแล้วก็รู้ว่าพี่ไม่ได้พักจริงๆๆซะหน่อย...เหนื่อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ...ยังไงก็ขอบคุณมากๆๆน่ะครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เลิกเหล้าเข้าพรรษา แต่จะให้เลิกเหล้าให้เลิกกับแฟนยังง่ายกว่า

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ธุจ้าา . .

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สาธุ วันนี้ได้เข้ามาอ่าน iestory แล้วสนุกดี ชอบเรื่องวันที่ 25 กค. จังเป็นประวัติของพี่ต้อม แต่อยากให้พี่เต่าช่วยคุ้ยประวัติของอาจารย์ในภาคท่านอื่นๆมาเล่าให้ฟังบ้างสิครับเอาตอนละท่านเลยครับ อยากรู้จังเลย

น้องใหม่ปี1 ผู้อยากรู้

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อึ้งครับผม...ที่ผ่านมาผมขอยกย่องให้พี่เปนต้นแบบของ "ผู้ให้" ที่เยี่ยมยอดคนนึง รวมถึงพี่ๆบุคลากรของภาคทุกทั่นนะครับ

สำหรับเรื่องงานรับน้อง ผู้ที่รับบทหนัก แบกรับเรื่องราวความรับผิดชอบไว้มากมาย ก้อน่าจะเปนใครไปไม่ได้ นอกจากพี่น่ะแหละครับ บุคคลคนนึงที่ต้องเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ไม่คาดฝันตลอดเวลา ขอย้ำนะครับ ว่าตลอดเวลาจิงๆ!!!
แต่ผมก้อรับทราบนะครับว่านี่คือความเต็มใจ ที่พี่ "ตั้งใจ" และ "พร้อม" ที่จะมอบให้น้องๆของพี่ โดยส่วนตัวแล้ว ผมขอชื่นชม และขอบคุณ ในสิ่งที่พี่ "ให้" และขอเปนกำลังใจเล็กๆ ให้พี่ได้รับความสุขที่ยิ่งใหญ่จากการเปนผู้ให้...ซึ่งพี่ทำได้ดีเสมอมา

ส่วนเรื่องของสุรานั้น ผมไม่ขอกล่าวอะไรมาก...มันอยู่ที่คนน่ะครับ แหะๆ ((ไม่กล้าพูดไรมาก ประเด็นนี้เปนประเด็นซึ่งละเอียดอ่อนเหลือเกินนน))
ครั้งนึงเราอาจจะเสพกันด้วยความคึกคะนอง บ้าระห่ำ บ้าเลือด เอาเปนเอาตาย แฮ๊งค์ข้ามวันข้ามคืน กว่าจะรู้ตัวอีกทีว่าได้สร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้างก้อต้องใช้เวลาในการรวบรวมสติกลับคืนมาร่วมหลายวัน บ้างก้อจำได้ บ้างก้อจำไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วผมมั่นใจว่าเราๆทั่นๆต่างก้อมีความใฝ่ดีอยู่บ้างพอควร คงไม่มีใครเลือกจะเรียนที่นี่ เพื่อจบออกไปเพียงแค่จะบอกกับสังคมภายนอกว่า กรูกินเหล้าเก่ง
ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับผู้ที่นิยมการดื่มเปนนิจ ไม่ว่าจะเปนวงสุราแนว Comedy เฮฮา หรือจะน้ำตาท่วมจอเยี่ยงแนว Drama ฯลฯ ((ขออนุญาตยกเว้นแนว Action บู๊ล้างผลาญไว้เปนกรณีพิเศษนะครับ)) ผมเองขอฝากไว้อย่าหนึ่งว่า ขอให้เลือกเอาสิ่งดีๆที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้น นำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ และที่สำคัญ ดูแลตัวเอง ดูแลเพื่อนร่วมวง หากยังสามารถรักษาสติไว้ได้ อย่างน้อยก้อคงลดปัญหาการก่อเรื่อง ก่อความเดือดร้อนแก่คนอื่นได้บ้างแหละฟระ







ป.ล. ถ้าตั้งวงกันที่หอ หรือพื้นที่ส่วนรวมใดๆซึ่งไม่ใช่ที่ร้าน รบกวนช่วยกันเคลียร์พื้นที่หลังเสร็จกิจกรรมด้วยนะครับพี่น้องคร้าบบบบบบบ...