ผลลัพธ์ตามมาอีกประการ ในช่วงเวลานี้ ก็คือ .... ข้าพเจ้ามักได้รับ คำถามแบบแปลกๆ ที่สร้างสรรค์ จากเยาวชน IE มากมาย …
หนึ่งในคำถามดีๆ ที่ตอบได้ยากมาก... จากเยาวชน IE ถามว่า
“ความทุกข์ของพี่เต่า
ในการทำงานที่ IE คือ สิ่งใด ?
.... เพราะเท่าที่ได้อ่านมา มีแต่คำว่า
โอ... อืมมม์ ......
.... เพราะเท่าที่ได้อ่านมา มีแต่คำว่า
โอ... อืมมม์ ......
ข้าพเจ้าสุขใจ / เต็มใจ / ดีใจ / ภูมิใจ ....
และอะไรๆ ที่ลงท้ายด้วยคำว่า “ใจ” ....
มันฟังดูดีหมด ....
อ่านจนเอียนไปหมดแล้วอ่ะ .... แต่ก็ทนอ่าน
...ตอนนี้ ....อ่านจนเลือดรักภาค IE
และอะไรๆ ที่ลงท้ายด้วยคำว่า “ใจ” ....
มันฟังดูดีหมด ....
อ่านจนเอียนไปหมดแล้วอ่ะ .... แต่ก็ทนอ่าน
...ตอนนี้ ....อ่านจนเลือดรักภาค IE
.... เดือดพล่านไปหมด แล้วววว์ ............ ”
สมแล้วที่เป็นศิษย์ IE จริงๆ
เพราะเข้าใจคิด .... เข้าใจถาม
เพราะเข้าใจคิด .... เข้าใจถาม
และใจกล้ามากๆ ที่ถามข้าพเจ้า เช่นนี้
........ หากจะเสแสร้งตอบ ...
หรือ พยายามตอบให้ดูดี ๆ ก็ไม่ยากนัก ......
เช่น ตอบแบบว่า .....
“ทุกข์ของน้องๆ ก็ คือ ทุกข์ของพี่เต่าเสมอหละ”
(แหวะ... ตอบได้เน่ามาก ...)
........ หากจะเสแสร้งตอบ ...
หรือ พยายามตอบให้ดูดี ๆ ก็ไม่ยากนัก ......
เช่น ตอบแบบว่า .....
“ทุกข์ของน้องๆ ก็ คือ ทุกข์ของพี่เต่าเสมอหละ”
(แหวะ... ตอบได้เน่ามาก ...)
แต่ถ้าจะตอบแบบจริงใจที่สุด
และเข้าประเด็นที่สุด
....ก็ง่ายมาก เช่นกัน...
เพียงแค่ข้าพเจ้าหลับตา
....ก็ง่ายมาก เช่นกัน...
เพียงแค่ข้าพเจ้าหลับตา
นึกทบทวน สักสองสามวินาที
คิดว่าในหนึ่งปี .... เราได้ผจญ อะไรมาบ้าง ...
1...2......3..... ก็ตอบได้ทันที จากใจเลยว่า
คิดว่าในหนึ่งปี .... เราได้ผจญ อะไรมาบ้าง ...
1...2......3..... ก็ตอบได้ทันที จากใจเลยว่า
“น้องๆ เอย ..... ทุกข์หนักหนาที่สุดของพี่ก็คือ งานรับน้อง IE ..... นั่นเอง ....”
นี่คือ .... คำตอบที่จริงใจที่สุด
.... เรียกว่า ... ตอบแบบไม่ต้องเอาใจ
หรือเกรงใจ ....แฟนๆ ชาว iestory เลย ...
เหตุผลแรก คือ
เหตุผลด้านความเหนื่อยทางกายและใจ
ที่เกาะกินข้าพเจ้า.... ด้วยทุกข์แห่งความวิตกกังวล
...... ข้าพเจ้า ...กลัวทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจจะอุบัติขึ้นในงานรับน้อง
นับตั้งแต่วินาทีแรก ....ก่อนที่ล้อรถจะหมุน ....
ที่เกาะกินข้าพเจ้า.... ด้วยทุกข์แห่งความวิตกกังวล
...... ข้าพเจ้า ...กลัวทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจจะอุบัติขึ้นในงานรับน้อง
นับตั้งแต่วินาทีแรก ....ก่อนที่ล้อรถจะหมุน ....
.... มันก็เริ่มเข้าสู่ความกลัว เฟสแรก ....
เฟสที่หนึ่ง .... เฟสด้านโลจิสติกส์
....กลัวคนขับสันดานไม่ดี/กลัวยางแตก
กลัวรถหลงทาง ... แล่นไประนอง แทนที่จะไประยอง
กลัวเด็กขี้เมาหลงทางในส้วมตามปั๊มน้ำมัน/ฯลฯ ....
จากนั้น ก็เข้าสู่เฟสที่สอง - เฟสทางกายภาพ ...กลัวฝนตก/กลัวที่พักห่วย/กลัวอาหารชั่ว/กลัวส้วมเหม็น
..... กลัวเหล้าหมด/กลัวเหล้าเหลือ
กลัวนักข่าวมติชน-ผู้จัดการ-titv
รวมทั้งกลัว การบาดเจ็บและเสียหายโง่ๆ
เช่น เอาม้าหินมาโขกหัวตัวเองเล่นๆ ... ให้หัวแตก
หรือเมา...จนเห็นห้องนอนเป็นห้องส้วม
หรือ แม้กระทั่ง
..... กลัวจะเกิด กิจกรรมสมานฉันท์ ....
หรือมีการกระชับมิตร... ด้วยการทะเลาะวิวาท ชกต่อยกัน
กลัวน้องวีน/กลัวพี่วีน/กลัวพี่ปีแก่วีน
กลัวเจ้าของรีสอร์ตวีน/กลัวเมียคนขับรถวีน
และ กลัวตัวข้าพเจ้าเอง .... จะวีน เช่นกัน ....
กลัวเจ้าของรีสอร์ตวีน/กลัวเมียคนขับรถวีน
และ กลัวตัวข้าพเจ้าเอง .... จะวีน เช่นกัน ....
ที่ละเอียดในระดับนาโน .... คือ
กลัวผี/กลัวเจ้าที่/กลัวเจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าทะเล
กลัวว่าท่านเหล่านั้น จะมาสิงสู่ หลอกหลอน
กระทำยำยีทางจิต ....แก่เด็กน้อยๆ ที่กำลังไร้สติสัมปชัญญะ ......
สิ่งที่เกิดขึ้นทุกเฟส.....
ล่งผลให้ข้าพเจ้าทุกข์กายและใจอย่างแสนสาหัส
.... เรียกได้ว่า ... แทบจะนอนตาไม่หลับทั้งสองคืนเต็มๆ
เพราะต้องอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม ตลอด 48 ชั่วโมง
ประสบการณ์ตลอดสิบปี .... สอนให้ข้าพเจ้า
รู้จักเตรียมอุปกรณ์กู้ภัยสารพัดรูปแบบ สำหรับงานรับน้อง
อาทิเช่น ไฟฉายใหญ่ฉุกเฉิน ..... ในยามไฟดับ
รองเท้าแตะสำรองมากมาย สำหรับคนเมา....
กระติกน้ำร้อนแบบเดือดทันใจ ....
กล่องยาฉุกเฉินพิเศษ ...เพราะในยามฉุกเฉินจริงๆ
สิ่งเดียวที่หาไม่เคยเจอ คือ กล่องพยาบาล .....
และต้องไม่ลืมยาวิเศษครอบจักรวาล
คือ ครีมบัวหิมะ ใช้แก้ลมพิษจากแมลง แก้แพ้แอลกอฮอล์
ใส่แผลสด แผลเน่า แก้แพ้ยุงกัด
หรือทาหัวริดสีดวงทวารที่กำเริบได้ดี ....
บทเรียนในปีล่าสุด คือ ....
ควรเตรียมครกสำหรับตำผักบุ้งทะเลแก้พิษแมงกะพรุนไปด้วย
และควรเตรียมเงินสด ติดตัวไว้ให้มากกว่าเดิม .......
ซึ่งก็ถือว่า .....นี่ คือ ทุกข์ส่วนตัวโดยแท้ของข้าพเจ้า
เพราะเป็นทุกข์.... ที่ข้าพเจ้าได้สร้างมันขึ้นมาเอง
โดยยึดมั่นถือมั่นว่า มันคือ ... ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่
ดังนั้น ข้าพเจ้าก็ต้องยอมรับ ...ในทุกข์นี้ให้ได้ .....
และ .... ข้าพเจ้าก็รับมันได้จริงๆ ....
“.... ทุกข์หนักหนาที่สุดของข้าพเจ้าคือ งานรับน้อง IE”
ก็คือ "ความทุกข์ด้านจริยธรรม" ... ซึ่งฟังดูเฉิ่มๆ สิ้นดี
อย่างไรก็ตาม
การนั่งมองดูเด็กๆ ....จัดเตรียมเงินทอง
กลัวผี/กลัวเจ้าที่/กลัวเจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าทะเล
กลัวว่าท่านเหล่านั้น จะมาสิงสู่ หลอกหลอน
กระทำยำยีทางจิต ....แก่เด็กน้อยๆ ที่กำลังไร้สติสัมปชัญญะ ......
สิ่งที่เกิดขึ้นทุกเฟส.....ล่งผลให้ข้าพเจ้าทุกข์กายและใจอย่างแสนสาหัส
.... เรียกได้ว่า ... แทบจะนอนตาไม่หลับทั้งสองคืนเต็มๆ
เพราะต้องอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม ตลอด 48 ชั่วโมง
ประสบการณ์ตลอดสิบปี .... สอนให้ข้าพเจ้า
รู้จักเตรียมอุปกรณ์กู้ภัยสารพัดรูปแบบ สำหรับงานรับน้อง
อาทิเช่น ไฟฉายใหญ่ฉุกเฉิน ..... ในยามไฟดับ
รองเท้าแตะสำรองมากมาย สำหรับคนเมา....
กระติกน้ำร้อนแบบเดือดทันใจ ....
กล่องยาฉุกเฉินพิเศษ ...เพราะในยามฉุกเฉินจริงๆ
สิ่งเดียวที่หาไม่เคยเจอ คือ กล่องพยาบาล .....
และต้องไม่ลืมยาวิเศษครอบจักรวาล
คือ ครีมบัวหิมะ ใช้แก้ลมพิษจากแมลง แก้แพ้แอลกอฮอล์
ใส่แผลสด แผลเน่า แก้แพ้ยุงกัด
หรือทาหัวริดสีดวงทวารที่กำเริบได้ดี ....
บทเรียนในปีล่าสุด คือ ....
ควรเตรียมครกสำหรับตำผักบุ้งทะเลแก้พิษแมงกะพรุนไปด้วย
และควรเตรียมเงินสด ติดตัวไว้ให้มากกว่าเดิม .......
ความกลัวและหวาดวิตกเหล่านี้ ....
เกิดขึ้นทุกปี และไม่มีทางแก้ไขใดๆ
นอกจาก.... ต้องทำใจ
เกิดขึ้นทุกปี และไม่มีทางแก้ไขใดๆ
นอกจาก.... ต้องทำใจ
และกล้าเผชิญหน้ากับมันทุกปีๆๆๆ ตลอดไปเช่นกัน .....
ซึ่งก็ถือว่า .....นี่ คือ ทุกข์ส่วนตัวโดยแท้ของข้าพเจ้า
เพราะเป็นทุกข์.... ที่ข้าพเจ้าได้สร้างมันขึ้นมาเอง
โดยยึดมั่นถือมั่นว่า มันคือ ... ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่
...ยิ่งใหญ่ เหนือกว่าใดๆ ในโลกนี้ ..
ดังนั้น ข้าพเจ้าก็ต้องยอมรับ ...ในทุกข์นี้ให้ได้ .....
และ .... ข้าพเจ้าก็รับมันได้จริงๆ ....
“.... ทุกข์หนักหนาที่สุดของข้าพเจ้าคือ งานรับน้อง IE”
ก็คือ "ความทุกข์ด้านจริยธรรม" ... ซึ่งฟังดูเฉิ่มๆ สิ้นดี
อย่างไรก็ตาม
เรื่องนี้ ...รบกวนจิตใจข้าพเจ้าตลอดมา .....
เพราะ
.... หากมองในฐานะที่ข้าพเจ้าทำหน้าที่เป็น “อาจารย์”
เพราะ
.... หากมองในฐานะที่ข้าพเจ้าทำหน้าที่เป็น “อาจารย์”
การนั่งมองดูเด็กๆ ....จัดเตรียมเงินทอง
เพื่อจัดการซื้อหา สุรามาดื่มกินกัน อย่างสำเริงสำราญใจ
.... การนั่งมองเด็กเมา.... แล้วหัวเราะชอบใจ …
.... การดื่มสุราให้เด็กเห็น ....
หรือแม้แต่การนั่งร่วมวงสุรากับเด็กๆ .....
ในสายตาชาวโลกทั่วๆ ไป
คือ สิ่งที่ไม่บังควรยิ่งนัก ....
อาจจะพูดให้ตรงประเด็น... ได้ว่า
มันคือ “สิ่งที่ผิด” อย่างมหันต์ ......
.... การนั่งมองเด็กเมา.... แล้วหัวเราะชอบใจ …
.... การดื่มสุราให้เด็กเห็น ....
หรือแม้แต่การนั่งร่วมวงสุรากับเด็กๆ .....
ในสายตาชาวโลกทั่วๆ ไป
คือ สิ่งที่ไม่บังควรยิ่งนัก ....
อาจจะพูดให้ตรงประเด็น... ได้ว่า
มันคือ “สิ่งที่ผิด” อย่างมหันต์ ......
.... ข้าพเจ้ามักจะปลอบตัวเอง ว่า
สาเหตุที่ เราทำแบบนี้ .... เพราะ
สาเหตุที่ เราทำแบบนี้ .... เพราะ
นี่คือชีวิตจริงๆ ในสังคมจริงๆ ที่เด็กๆ จะต้องพบ
นี่คือเด็กวิศวะ/นี่คือเด็กลาดกระบัง/นี่คือชาวIE/นี่คือ xxx …ฯลฯ ...
เจ๊พยาบาล บอกว่า ....
เด็กสมัยนี้ ชอบกินเหล้า กันมากมาย
... รายนี้ สงสัยว่า....
คงจะแอบกินเหล้ากันไม่ให้อาจารย์เห็น
ก็เลยเมามากมาย ....
แหม .... แต่ก็โชคดีจัง... ที่มีอาจารย์มาด้วย
คอยเอาใจใส่ดูแลเด็ก .... ...
เมื่อข้าพเจ้า ได้ฟังจบ....
ข้าพเจ้ารู้สึกอาย แทบแทรกแผ่นดินจังหวัดระยอง
เพราะ รู้สึกผิด และรู้ตัวดีว่า ......
ตัวเองเป็นอาจารย์ที่แย่มากๆ ...
แย่มากๆ เพราะ ไม่เคยห้ามปราม
“เหล้า” เป็นสิ่งที่ไม่ดี
เพราะทำลายสุขภาพ .... และ
เป็นอบายมุขแบบหนึ่ง .... กล่าวคือ
เป็นหนทาง .....ที่จะทำให้ได้พบ
เพราะการขาดสติ.... ก่อให้เกิดความประมาท
ความประมาท.... ก่อให้เกิดทุกสิ่งทุกอย่างได้หมด
ดังนั้น .... ทุกครั้ง
คิดก่อน ... สักนิด
แล้วจะทำอย่างไรต่อ .... ก็เป็นชีวิตของเรา
ที่จะต้องรับผิดชอบเอง ......
ส่วนคนที่ไม่กินเหล้า .... หรือ กินนิดหน่อย ...
ก็เป็นสิ่งที่ดี ที่น่ายกย่อง ....
แต่ ....
ก็ควรถามตัวเองเช่นกัน ด้วยว่า
“เราได้อะไร จากการไม่กินเหล้า ?”
ถ้าได้แค่ ความรู้สึกว่า ......
เรา... เป็นคนที่ “ดี” กว่าพวกที่กินเหล้า
... ก็ไม่น่าจะพอ และ ไม่น่าจะถูกต้องเท่าใดนัก ....
เพราะมิติแห่งความดี ...
มีความบริสุทธิ์และลึกล้ำ.....
อย่างไรก็ตาม ....
ข้าพเจ้า ยังดีใจ ...
เช่น ภาพคนที่ไม่กินเหล้า ... หรือคนที่กินบ้างนิดหน่อย
คอยดูแล รับผิดชอบ ภาระหน้าที่ในงาน ....
คอยใส่ใจ เป็นห่วง คนเมา ... คนป่วย ...
อาจจะเหนื่อย ..... อาจจะน่าเบื่อ
..... อาจจะไม่สนุกนัก กับหน้าที่นี้
แต่เป็นสิ่งที่ขอยกย่อง ….
เพราะถือว่า .... พวกท่านกำลังได้เรียนรู้
การใช้ชีวิตจริงๆ ในสังคมจริงๆ แล้ว
กล่าวคือ ...
การมองเห็น และยอมรับ
การเรียนรู้ ใส่ใจ และเข้าใจ
.... เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและชื่นชม ...ยิ่งนัก
.... สาเหตุที่ข้าพเจ้าได้เขียน...
เพราะเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับจริยธรรมเยี่ยงนี้ ....
คงไม่ค่อยจะ น่าอ่านเท่าใด ....
ข้าพเจ้าเพิ่งได้ดูทีวี ... เกี่ยวกับ
การรณรงค์ทำความดี ... ในเทศกาลเข้าพรรษา ....
ซึ่งจะมาถึง.... ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ .....
เขาพูดไว้ได้ดีมาก .... เขาบอกว่า
แค่ทำอะไรเล็กๆ ที่ดีๆ ....
ให้ใครสักคน... ที่เรารักและแคร์
.... ทำในสิ่งที่ ....เราควรจะทำให้เขาได้
... แต่เราไม่เคยได้ทำให้เขาเลย ... แม้แต่น้อยในชีวิต ....
สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เขียนเล่ามาทั้งหมด ......
เกี่ยวกับความทุกข์เล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่
.... ที่เกาะกินในใจของข้าพเจ้าตลอดมา .....
คือ ความบกพร่องในหน้าที่
ดังนั้น
ในโอกาสเทศกาลเข้าพรรษา
เขียนถึงเรื่องราวของ คุณและโทษ ของสุรา
ให้ศิษย์ที่รักของตนได้ฟัง ....อย่างตรงไปตรงมาเป็นครั้งแรก
หวังว่า.... ทุกๆ คน คงจะได้ข้อคิดบ้าง
จากการอ่านในครั้งนี้ ....
และ
เข้าพรรษานี้ ....
แค่ทำอะไรเล็กๆ ที่ดีๆ ....
ให้ใครสักคนที่เรารักและแคร์
.... ทำในสิ่งที่ ....เราควรจะทำให้เขาได้
.... ลองทำดู .....
จะรู้สึกดีมากๆ
แล้วพวกเรา ...จะมีความรู้สึก
.... เช่นเดียวกับความรู้สึกของข้าพเจ้า ในขณะนี้ ... อย่างแน่นอน
นี่คือเด็กวิศวะ/นี่คือเด็กลาดกระบัง/นี่คือชาวIE/นี่คือ xxx …ฯลฯ ...
ณ คืนหนึ่งในงานรับน้อง
ณ โรงพยาบาลแกลง จังหวัดระยอง
หลังจากข้าพเจ้าได้นำน้อง IE ที่ป่วยจากพิษสุรา
ส่งพบแพทย์เรียบร้อยแล้ว ....
ข้าพเจ้าก็แวะสนทนา กับเจ๊พยาบาล (เจ้าเก่า)
ซึ่งคุ้นเคยกับข้าพเจ้าเป็นอย่างดี....
เนื่องจากข้าพเจ้าและภาค IE ของเรา
เป็นลูกค้าประจำของรพ. นี้
ในช่วงเทศกาลรับน้อง ที่จังหวัดระยองเสมอ .....
ณ โรงพยาบาลแกลง จังหวัดระยอง
หลังจากข้าพเจ้าได้นำน้อง IE ที่ป่วยจากพิษสุรา
ส่งพบแพทย์เรียบร้อยแล้ว ....
ข้าพเจ้าก็แวะสนทนา กับเจ๊พยาบาล (เจ้าเก่า)
ซึ่งคุ้นเคยกับข้าพเจ้าเป็นอย่างดี....
เนื่องจากข้าพเจ้าและภาค IE ของเรา
เป็นลูกค้าประจำของรพ. นี้
ในช่วงเทศกาลรับน้อง ที่จังหวัดระยองเสมอ .....
เจ๊พยาบาล บอกว่า ....
เด็กสมัยนี้ ชอบกินเหล้า กันมากมาย
... รายนี้ สงสัยว่า....
คงจะแอบกินเหล้ากันไม่ให้อาจารย์เห็น
ก็เลยเมามากมาย ....
แหม .... แต่ก็โชคดีจัง... ที่มีอาจารย์มาด้วย
คอยเอาใจใส่ดูแลเด็ก .... ...
... เป็นอาจารย์ที่ดี จริงๆ ....
เมื่อข้าพเจ้า ได้ฟังจบ....
ข้าพเจ้ารู้สึกอาย แทบแทรกแผ่นดินจังหวัดระยอง
เพราะ รู้สึกผิด และรู้ตัวดีว่า ......
ตัวเองเป็นอาจารย์ที่แย่มากๆ ...
แย่มากๆ เพราะ ไม่เคยห้ามปราม
หรือชี้แนะใดๆ ให้เด็กๆ เลย
..... แต่กลับชอบหัวเราะ เฮฮา ...
..... แต่กลับชอบหัวเราะ เฮฮา ...
ชอบอกชอบใจ .... สนุกสนาน ...
เวลาเห็นเด็กๆ เมา ... เด็กๆ ปลิ้น ... เด็กๆ รั่ว
มัน .... น่าละอายใจยิ่งนัก
มัน .... น่าละอายใจยิ่งนัก
เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะนำพูดคุยกัน
เพราะในทุกๆ เรื่องเกี่ยวข้องกับ
เพราะในทุกๆ เรื่องเกี่ยวข้องกับ
“ความถูก” หรือ “ความผิด”
มักมีเส้นบางๆ ด้านจริยธรรมขีดแบ่งไว้เสมอ ......
ทำให้เป็นประเด็น....
มักมีเส้นบางๆ ด้านจริยธรรมขีดแบ่งไว้เสมอ ......
ทำให้เป็นประเด็น....
ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดเสมอ ....
ดังนั้น .... เรื่องในตอนนี้
ดังนั้น .... เรื่องในตอนนี้
... คงจะจบดื้อๆ แค่นี้ ....
และขอสรุป ให้ชัดๆ ว่า ...
และขอสรุป ให้ชัดๆ ว่า ...
“เหล้า” เป็นสิ่งที่ไม่ดีเพราะทำลายสุขภาพ .... และ
เป็นอบายมุขแบบหนึ่ง .... กล่าวคือ
เป็นหนทาง .....ที่จะทำให้ได้พบ
...แต่เรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ ได้ง่ายกว่าการไม่กินเหล้า
เพราะการขาดสติ.... ก่อให้เกิดความประมาท
ความประมาท.... ก่อให้เกิดทุกสิ่งทุกอย่างได้หมด
ดังนั้น .... ทุกครั้ง
ก่อนที่พวกเรา คิดจะกินเหล้า
ควรถามตัวเองทุกครั้ง สักนิดนึงว่า ....
เราจะ “ได้” อะไร หรือ “เสีย” อะไร ....
จากการกระทำครั้งนี้ ? ….
ได้เพื่อน ได้สนุก ได้สาว ได้เมา .....
หรือ ....
เสียเพื่อน เสียเงิน เสียภาพพจน์ เสียสติ ....
ควรถามตัวเองทุกครั้ง สักนิดนึงว่า ....
เราจะ “ได้” อะไร หรือ “เสีย” อะไร ....
จากการกระทำครั้งนี้ ? ….
ได้เพื่อน ได้สนุก ได้สาว ได้เมา .....
หรือ ....
เสียเพื่อน เสียเงิน เสียภาพพจน์ เสียสติ ....
คิดก่อน ... สักนิด
แล้วจะทำอย่างไรต่อ .... ก็เป็นชีวิตของเรา
ที่จะต้องรับผิดชอบเอง ......
ส่วนคนที่ไม่กินเหล้า .... หรือ กินนิดหน่อย ...ก็เป็นสิ่งที่ดี ที่น่ายกย่อง ....
แต่ ....
ก็ควรถามตัวเองเช่นกัน ด้วยว่า
“เราได้อะไร จากการไม่กินเหล้า ?”
ถ้าได้แค่ ความรู้สึกว่า ......
เรา... เป็นคนที่ “ดี” กว่าพวกที่กินเหล้า
... ก็ไม่น่าจะพอ และ ไม่น่าจะถูกต้องเท่าใดนัก ....
เพราะมิติแห่งความดี ...
มีความบริสุทธิ์และลึกล้ำ.....
กว่าความคิดแบบนี้ หลายล้านเท่า ...
อย่างไรก็ตาม ....
ข้าพเจ้า ยังดีใจ ...
ที่ยังได้เห็นภาพดีๆ ในงานรับน้อง ...
เช่น ภาพคนที่ไม่กินเหล้า ... หรือคนที่กินบ้างนิดหน่อย
คอยดูแล รับผิดชอบ ภาระหน้าที่ในงาน ....
คอยใส่ใจ เป็นห่วง คนเมา ... คนป่วย ...
อาจจะเหนื่อย ..... อาจจะน่าเบื่อ
..... อาจจะไม่สนุกนัก กับหน้าที่นี้
แต่เป็นสิ่งที่ขอยกย่อง ….
เพราะถือว่า .... พวกท่านกำลังได้เรียนรู้
การใช้ชีวิตจริงๆ ในสังคมจริงๆ แล้ว
กล่าวคือ ...
การมีมุมมอง ในมิติที่กว้างขึ้น .....
การมีใจที่เปิดกว้างขึ้น ...
การมองเห็น และยอมรับ
ในความแตกต่าง ..... ของสรรพสิ่งรอบกาย
การเรียนรู้ ใส่ใจ และเข้าใจ
... ในความเป็นไปของเพื่อนมนุษย์ ...
.... เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและชื่นชม ...ยิ่งนัก
.... สาเหตุที่ข้าพเจ้าได้เขียน...
เรื่องราวที่ ....
อาจจะเป็นเรื่องที่ "น่าเบื่อ" ที่สุด
....เท่าที่ สมาชิก iestory ได้เคยอ่านมา
....เท่าที่ สมาชิก iestory ได้เคยอ่านมา
เพราะเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับจริยธรรมเยี่ยงนี้ ....
คงไม่ค่อยจะ น่าอ่านเท่าใด ....
ข้าพเจ้าเพิ่งได้ดูทีวี ... เกี่ยวกับ
การรณรงค์ทำความดี ... ในเทศกาลเข้าพรรษา ....
ซึ่งจะมาถึง.... ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ .....
เขาพูดไว้ได้ดีมาก .... เขาบอกว่า
.... ในช่วงเข้าพรรษานี้ ....
ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจะทำอะไรดีๆ บ้าง ....
ไม่จำเป็น ...ต้องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ อลังการ ....
แบบว่า .... เลิกเหล้า.... เลิกบุหรี่
หรือ ... ลดความอ้วนสุดขีด .....
ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจะทำอะไรดีๆ บ้าง ....
ไม่จำเป็น ...ต้องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ อลังการ ....
แบบว่า .... เลิกเหล้า.... เลิกบุหรี่
หรือ ... ลดความอ้วนสุดขีด .....
ขอเพียงเรา ....
แค่ทำอะไรเล็กๆ ที่ดีๆ ....
ให้ใครสักคน... ที่เรารักและแคร์
.... ทำในสิ่งที่ ....เราควรจะทำให้เขาได้
... แต่เราไม่เคยได้ทำให้เขาเลย ... แม้แต่น้อยในชีวิต ....
สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เขียนเล่ามาทั้งหมด ......
เกี่ยวกับความทุกข์เล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่
.... ที่เกาะกินในใจของข้าพเจ้าตลอดมา .....
คือ ความบกพร่องในหน้าที่
หน้าที่ ที่ดีและถูกต้องสมควร
....ในฐานะอาจารย์ ของพวกเราทุกคน ....
ดังนั้น
ในโอกาสเทศกาลเข้าพรรษา
อันศักดิ์สิทธิ์ ในปีนี้....
ข้าพเจ้า จึงขอถือโอกาสนี้ ....
ทำหน้าที่ เยี่ยงอาจารย์ที่ดีคนหนึ่ง
ทำหน้าที่ เยี่ยงอาจารย์ที่ดีคนหนึ่ง
.... สักครั้งหนึ่งในชีวิต …
ด้วยการ...
เขียนถึงเรื่องราวของ คุณและโทษ ของสุรา
ให้ศิษย์ที่รักของตนได้ฟัง ....อย่างตรงไปตรงมาเป็นครั้งแรก
หวังว่า.... ทุกๆ คน คงจะได้ข้อคิดบ้าง
จากการอ่านในครั้งนี้ ....
และ
ขอขอบคุณ
สำหรับโอกาส ...
ที่ทำให้ข้าพเจ้า ได้ทำหน้าที่ของอาจารย์ที่ดี ...ในครั้งนี้
สำหรับโอกาส ...
ที่ทำให้ข้าพเจ้า ได้ทำหน้าที่ของอาจารย์ที่ดี ...ในครั้งนี้
เข้าพรรษานี้ ....
แค่ทำอะไรเล็กๆ ที่ดีๆ ....
ให้ใครสักคนที่เรารักและแคร์
.... ทำในสิ่งที่ ....เราควรจะทำให้เขาได้
... แต่เราไม่เคยได้ทำให้เขาเลย ... แม้แต่น้อยในชีวิต ....
.... ลองทำดู .....
จะรู้สึกดีมากๆ
แล้วพวกเรา ...จะมีความรู้สึก
.... เช่นเดียวกับความรู้สึกของข้าพเจ้า ในขณะนี้ ... อย่างแน่นอน
.................












