วันพฤหัสบดี, เมษายน ๓

ตอนที่ 146 : ปล่อยหอย ปล่อยปลา

มีสมาชิก ถามไถ่มามากมายว่า
ข้าพเจ้า หายไปไหน ???....
เพราะ ไม่มีการเขียนตอนใหม่ๆ ของ IE Story มาหลายวันแล้ว
มีแหล่งข่าวหลายสำนัก คาดเดาต่างๆ นานา ว่า
ณ บัดนี้ .... ข้าพเจ้าออกเดินทางท่องเที่ยวอีกกระมัง?
ความจริงแล้ว ...
ข้าพเจ้า ยังไม่ได้แอบไปเที่ยวไหนเลยจริงๆ ...
เพราะ ตอนนี้ อากาศมันร้อนจิงๆ ....
นอนกินข้าวเหนียวมะม่วง อยู่กับบ้านดีกว่า
และ หากขุดแต่เรื่องเที่ยวๆๆๆๆ มาเล่าให้ฟัง
เหล่าสมาชิก ผู้กำลังคร่ำเคร่งทำงานกันหัวฟู ...
คงจะมีเคือง กันแน่ๆ
เพราะข้าพเจ้ารู้ดีว่า ณ ตอนนี้
ทุกคนต่างก็รอคอย วันหยุดยาวๆ ช่วงสงกรานต์กันทั่วหน้า
อย่างไร ก็ตาม IE Story ตอนนี้ ก็ไม่พ้นเรื่องเที่ยว
..... เที่ยวแบบ ไม่ตั้งใจจะเที่ยว ....


เมื่อวานนี้ .... ข้าพเจ้าขับรถออกจากบ้าน ตอนสายๆ
ด้วยความมุ่งมั่นว่า จะไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
แต่ ด้วยความผิดพลาดด้านการเดินทาง และการจราจร
ทำให้ข้าพเจ้าต้องกลับหลังหัน ....
จากนั้น ก็ขับรถเรื่อยๆ แบบไร้จุดหมาย ....
หลังจากแวะซื้อกาแฟเย็น 1 แก้ว พร้อมฟังเพลงเบาๆ ...
ข้าพเจ้าก็พบว่า กำลังมุ่งสู่จังหวัดสุพรรณบุรี ....
เดินทางแบบจิตว่าง ไม่มีแผนการอะไรทั้งสิ้น ....
ข้าพเจ้าคิดว่า สุพรรณบุรี
น่าจะเป็นจังหวัดที่ทันสมัยมากๆ ในแถบภาคกลาง
มีคำร่ำลือว่า ถนนหนทางของจังหวัดนี้ กว้างใหญ่ไพศาล
ถนนกว้าง และเรียบ .... ไม่มีหลุม ไม่ร้าว ไม่ทรุด
เรียกได้ว่า หากขับรถไปเรื่อยๆ พอเข้าเขตจังหวัดนี้ ก็จะรู้ได้เอง ....
และ ข้าพเจ้าก็พบว่า ... มันเป็นเช่นนี้จริงๆ
ถนนสะอาด เรียบ เป็นระเบียบ .... เยี่ยมจริงๆ

ดังนั้น .... จากบ้านข้าพเจ้า ... นนทบุรี

เพียงแว้ปเดียว .... ก็เข้าเขตสุพรรณบุรี ....

สถานที่ ที่ทุกคน ควรเริ่มต้นตั้งหลักก่อน
ก็คือ... ที่วัดนี้ ... วัดป่าเลไลยก์ ....

ที่วัด มีพระพุทธรูป องค์ใหญ่ ....

เป็นที่เคารพสักการะของผู้คนทั่วสารทิศ

ทั้งสวยงาม ทั้งยิ่งใหญ่
ยิ่งลวดลายบนเพดานนั้น อลังการยิ่งนัก .....

เมืองสุพรรณ .... เป็นต้นตำนาน เรื่อง "ขุนช้าง-ขุนแผน"
ดังนั้น แทบทุกแห่งหน จะเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของวรรณคดีเรื่องนี้
เช่น ... ไม่ว่าจะเป็นชื่อถนน ตรอก ซอก ซอย ....
ก็เป็นชื่อตัวละคร ทั้งหมด
หากดูดีๆ จะพบว่า จิตรกรรมฝาผนัง รอบๆ วิหารของวัดนี้
ก็เป็นเรื่อง "ขุนช้าง-ขุนแผน" ตั้งแต่ต้น จนจบ

จัดได้ว่า .... เป็นภาพวาด ที่สีสวย สดใส
แสดงทั้งเรื่องราว และสอดแทรกประเพณีพื้นบ้านไว้ได้อย่างลงตัว

เดินดูได้อย่างเพลิดเพลิน ไม่เบื่อเลย

เนื่องจากสุพรรณบุรี เป็นเมืองเก่าแก่
อาจจะมีมาตั้งแต่ก่อนสมัย อยุธยาเสียด้วยซ้ำ ...
ดังนั้น โบราณสถาน วัดวาอาราม รุ่นเก่าๆ
จึงยังหลงเหลืออยู่ทั่วไป
ตามธรรมเนียม .... เมืองใหญ่ๆ ในประเทศไทย
ต้องมีวัดคู่บ้านคู่เมือง ชื่อ วัดมหาธาตุ
ไม่ว่าจะเป็นราชบุรี เพชรบุรี ลพบุรี อยุธยา สุโขทัย พิษณุโลก
นี่คือ วัดมหาธาตุ สุพรรณบุรี
ที่ยังคงเหลือ ร่องรอย ความงดงามในอดีตไว้บ้าง ...
นอกจากนี้ ... ที่สุพรรณบุรี
ก็ยังมีสิ่งก่อสร้างแปลกๆ เช่นที่ วัดมหาธาตุนี้ ...
มีโบสถ์ฝาแฝด .... เรียกว่าแฝดแท้ๆ เลย
เพราะ สร้างติดกันอย่างแนบแน่นยิ่งกว่า พี่น้องฝาแฝด ...

และหากไปวัดพระนอน ... ก็จะพบพระพุทธรูปปางพิสดาร ...
คือ พระนอนหงาย ....

หลังจาก เดินฝ่าเปลวแดดยามเที่ยง ....
สิ่งดีๆ ที่ไม่ควรพลาด คือ โอเลี้ยงหวานๆ เย็นๆ สัก 1 ถ้วย ...

และ ตามด้วยอาหารกลางวัน
ที่เป็น อาหารประจำชาติไทย ...
หากคิดอะไรไม่ออก ... ก็กินไอ้นี่แหละ ...
ข้าวกระเพราไก่ ไข่ดาว .....
ข้าวร้านนี้ .... เป็นแบบที่ข้าพเจ้าชอบมากที่สุด ...
กระเพราไก่สับ... ผัดแบบแห้งๆ ไม่มันมาก
ใส่ซีอิ๊วสีดำเล็กน้อยแบบชาวบ้านๆ .....
ไข่ดาวลูกโตๆ .... บางกรอบ แต่ไข่แดงยังไม่สุกดี ...
ถูกใจที่สุด ....


และ สิ่งที่ขาดไม่ได้ ....
หากเรา นั่งกินข้าวตามแผงลอย ในวัด....
ก็คือ .... เพื่อนร่วมโลกตัวหนึ่ง
ยืนหน้าละห้อย รอคอยเศษอาหาร .....
จากประสบการณ์ของข้าพเจ้า ....
เจ้าตัวนี้ ถือว่าเป็นแชมป์เรื่องผิวหนัง ....
ผิวเนียนสวย หนังกลับสีน้ำตาลเรื่อๆ ....
มีขนขึ้น กระหยอมกระแหยม ....
ลิ้นสีชมพู ... ยิ้มมุมปาก
สุขภาพจิต ดีเยี่ยม ......

หลังจาก อิ่มหนำสำราญ .... ข้าพเจ้าก็เดินทางต่อ
โดยขับรถ ตามถนนสายเลียบแม่น้ำสุพรรณบุรี
จะพบว่า .... ถนนสายนี้ มีวัดต่างๆ ตั้งอยู่ตามรายทาง
แต่ละวัด จะอยู่ริมน้ำ และมี "วังมัจฉา" แทบทุกวัด ....

วังมัจฉา คือ แหล่งรวมปลา .... บริเวณหน้าวัด
ปลาเหล่านี้ จะมารอกินอาหารจากผู้คน ....
เช่นที่ วัดพระลอย แห่งนี้ ... ปลาตัวใหญ่มากๆ ....

ตามสูตร ของวัดทั้งหลายที่มีวังมัจฉา
ก็จะมีเหล่าปลาสารพัดชนิด ให้ปล่อย
ปลา ยอดฮิต คือ ปลาไหล
แม่ค้าบอกว่า ...

"หากปล่อยปลาไหล แล้ว ชีวิตจะลื่นไหล ไม่ติดไม่ขัด ..."

เอาๆๆๆ .... ตัวละ 20 บาท เท่านั้น ....
ถังนี้เป็นรวมฮิต ... แบบ 3 in 1 ....
แม่ค้า เธอบรรยาย ว่า ...
มีปลาไหล ... ปลาหมอ .... แล้วก็ ปลาดุก ...
ปลาไหล ....ทำให้ ชีวิตลื่นไหล ไร้อุปสรรค ...
ปลาหมอ ..... ทำให้สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรค ...
เพราะเราช่วยปลดปล่อย "หมอ" ให้เป็นอิสระ

แล้ว ... ปลาดุก ล่ะ ? .... ข้าพเจ้าสงสัย ...

แม่ค้าทำหน้างงๆ แล้ว ตอบในทันทีว่า ...
"ปลาดุก ... ทำให้ชีวิตสดชื่น มีชีวิตชีวา ..."

... ข้าพเจ้าทำหน้างงๆ แบบว่า... "ทำไมอ่ะ .... ?"

แม่ค้า she ตอบหน้าตาเฉย ว่า ...
"... ก็ปลาดุก ... มันก็ "กระดุกกระดิก" ... ระริก ระรี้ ..."

.... ก็ OK ...
หากจะทำบุญ ... ก็อย่า คิดอะไรมาก ....
..... แล้วข้าพเจ้า
ก็เลือก package แบบถังเหลือง 3 in 1 ....

ปล่อยแล้ว ชีวิตลื่นไหล ไร้อุปสรรค
แถมยัง ไกลโรคภัย ... ไกลหมอ
.... อีกทั้ง ยัง กระดุกกระดิก ระริก ระรี้ มีชีวิต ชีวา จริงๆ ...
package นี้ คุ้มจิงๆ ....
จากนั้น .... package บุญ ถังต่อไป ....
วัตถุสีดำคล้ำ หนักอึ้ง ....

ใช่แล้ว "หอย" .... นั่นเอง

คนสู่รู้อย่างข้าพเจ้า .... ทำการสอบถาม จากแม่ค้าต่อไป ...
"ทำไมต้องหอย ... ปล่อยหอย แล้ว ได้อะไร ...."
ชีวิตจะสุขแบบหอยๆๆ ... ร่าเริงแบบหอยหอย ...
หลุดพ้นจากเรื่องหอยหอย .... แข็งแรงแบบหอยหอย ....
กระนั้นฤา ?

.... แม่ค้า ทำหน้าเซ็งๆ แต่ก็ใช้การอธิบายแบบนักปราชญ์ ...
she ตอบสั้นๆ หนักแน่นๆ ว่า

... "หอยมัน อาฆาต พยาบาท" ....

ข้าพเจ้าทำหน้างงๆ เสียวๆ ....
เธอจึง อธิบายเป็นชุดๆ ต่อ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า ...

... "ใครทำให้หอย เจ็บใจ ... หอยไม่มีวันให้อภัย ....
.... หอยแค้นสุดๆ อาฆาตสุดๆ ... จองเวรสุดๆ ...
หากไม่จำเป็น ... อย่าขัดใจหอย อย่าโกหกหอย ...
... และ อย่าทำให้หอยเคือง อย่าทำให้หอยโกรธ ..."

.... นี่คือ คำอธิบายทาง ชีววิทยา และ สัตววิทยา ที่แปลกที่สุด ....
ข้าพเจ้า ทำท่าจะซักถามต่อ ...
แต่ she ก็เริ่ม ทำหน้าตาเคืองๆ ...
ข้าพเจ้าเห็นสถานการณ์ ไม่ค่อยจะดี ....
จึงตัดสินใจ ซื้อหอยอีก 1 ถังใหญ่ เพราะเห็นว่า ....

หอยเริ่มหงุดหงิดแล้ว ....


และ ท้ายสุด ....
หลังจากทำบุญเลี้ยงอาหารปลา
ปล่อยปลา .... ปล่อยหอย
ก็ปิดท้ายด้วยการเสี่ยงเซียมซี ...
เพื่อตรวจสอบ เรตติ้ง ของชีวิตสักหน่อย ว่าเป็นยังไงบ้าง ....

แล้วข้าพเจ้า ก็เดินทางกลับ ....
ถือว่า จบ trip เที่ยวสุพรรณบุรี แบบสั้นๆ ใน 3 ชั่วโมง ...
วันนี้ .... ข้าพเจ้าได้อิ่มอก อิ่มใจ ในทุกประการ ...
และ คาดหวังว่า
หอยหอย ทั้งหลาย .... คงจะอารมณ์ดี
เลิกโกรธ เลิกแค้นกันเสียที ...
นะ นะ นะ ...
นะ หอย นะ ..

....................................................................

๖ ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รูปสวยทั้งชุดเลย ครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ฮาอ่ะ พี่ ไปหาที่ปล่อยหอยดีกว่า ขอยืมไปเล่าต่อนะครับพี่เต่า

อั้ม ZN02

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พี่เต่าอัฟรูปท่องเที่ยวตรังให้ดูหน่อยครับ
เพราะจะมีคนไปเที่ยวตรังคนเดียวแล้วนะ
นั่งรถทัวร์ คืนวันที่ 04/04/08
นี้แหละชีวิตเหงาๆ ของชายคนหนึ่ง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ่านแล้วอมยิ้มเลยคับพี่เต่า ชื่นชมๆ
.
.
.
แต่อยากลองกิน..หอย...ฮา..

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เรายังมีนัดที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้กันอยู่นะครับพี่

จาก....เออาร์ที

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ไม่ได้เข้ามาซะนาน มัวแต่ยุ่งๆเรื่องนู้นเรื่องนี้ กลับมาทีไรก้อสบายใจกลับไปทุกครั้ง ดีจังครับพี่เต่า ^^