วันศุกร์, กุมภาพันธ์ ๘

ตอนที่ 123 : คู่ project ... เพื่อนรัก

ช่วงนี้ ข้าพเจ้ากลับบ้านค่ำมืด ดึกดื่นแทบทุกคืน
เพราะที่ภาคเรา กำลังเข้าสู่ฤดูกาลสำคัญ ของนักศึกษาชั้นปีสุดท้าย
กล่าวคือ เรากำลังจะมีสอบ project กันแล้ว .....
โดยจะสอบกัน ในวันจันทร์และอังคารที่ 11 – 12 กุมภาพันธ์นี้
ดังนั้น ..... ช่วงนี้ ชาว IE ชั้นปีสุดท้ายทุกคน เลยหัวฟู ....
เร่งจัดฉาก – สร้างภาพ – แต่งบทละคร
ฝึกซ้อม การ "ตีหน้าเศร้า - เล่าความเท็จ"
และใช้เทคนิคมายาแห่งดิจิตอล ถ่ายทำคลิป
ทุ่มทุน สำหรับการสอบครั้งนี้อย่างสุดฝีมือ .....

ดังนั้น ทุกเย็นย่ำ ....
ข้าพเจ้าก็เตร็ดเตร่ ตรวจตรา ทำลายขวัญ
และมอบ นโยบายให้เหล่าเยาวชนทั้งหลาย ที่กำลังคร่ำเคร่งเหล่านี้ ....
และหากหิวกันมากๆ ก็จะระดมพล ออกไปตลาด
ซื้อของกินต่างๆ มากมาย มาสุมหัวกินกัน
กินไป คุยไป นินทากันไป .... แล้วก็แยกย้ายกันไปทำงานกันต่อ
ส่วนข้าพเจ้านั้น ก็นั่งยิ้ม ..... มองภาพชีวิตเหล่านี้ ด้วยความสุขใจ


และเมื่อข้าพเจ้า มองเห็นภาพชีวิตของ เด็กทั้งหลาย ...
ที่ต่างก็ สุมหัวกันเป็นคู่ๆ ตามคู่ project …
ถกปัญหากันบ้าง เอะอะใส่กันบ้าง
นินทากันบ้าง วีนใส่กันบ้าง เอาเปรียบกันบ้าง
ก็อดจะนึกถึงตัวเอง ในสมัยเรียนอยู่ ชั้นปีสุดท้ายไม่ได้
สภาพของข้าพเจ้า และ คู่ project ของข้าพเจ้า
ก็ไม่ต่างกับพวกเราๆ ในสมัยนี้เลย ....
ณ ตอนนั้น เราเรียนที่ภาควิชา วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ....
อาจารย์ที่ปรึกษาไปรับงานเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากกองทัพเรือ .....
ดังนั้น กลุ่มข้าพเจ้า จึงต้องไปทำ project ที่กองทัพเรือ
ซึ่งตั้งอยู่ ณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แถวๆ วัดอรุณฯ ฝั่งธนบุรี .....
ต้องข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงท่าน้ำแถวๆ วัดพระแก้ว
ความยากลำบากของ project ไม่ได้อยู่ตรงที่การเขียนโปรแกรม
แต่ยากตรงเรื่อง การบริหารจัดการชีวิตประจำวัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการเดินทาง จากบ้าน-ไปสถาบัน-ไปทำ project

ประมาณว่า เช้าๆ บ่ายๆ ข้าพเจ้า ก็เรียนหนังสือ ที่ลาดกระบังตามปกติ ...
พอเลิกเรียน ข้าพเจ้า และคู่ project ก็ต้องวิ่งด๊กๆ
ขึ้นรถไฟเข้าเมือง ลงหัวลำโพง จับรถเมล์ไปสนามหลวง
เดินลัดเลาะไปริมแม่น้ำรอเรือ ข้ามฟากไปกองทัพเรือ ข้างๆ วัดอรุณ
กว่าจะถึงศูนย์คอมพิวเตอร์ ก็เย็นๆ ค่ำๆ .... ก็ลงมือเขียนโปรแกรมกัน
สมัยนั้น เราไม่สามารถ เอาไปทำที่บ้าน หรือ ที่คณะฯ ได้
เพราะ งานนี้ ต้องใช้คอมพิวเตอร์ระดับใหญ่ๆ จำพวก มินิคอมพิวเตอร์
เราก็หลับหูหลับตา ทำงานกันไปแบบนี้ทุกวัน
ประมาณเกือบๆ เที่ยงคืน ก็ต้องรีบกลับบ้าน
เพราะกลัว เรือ และรถเมล์จะหมด
บางวัน เสร็จช้า เพราะโปรแกรมติดขัด ก็หาเรือข้ามฟากไม่ได้
พี่ๆ ทหารเรือ ต้องเอาเรือออกไปส่ง
ที่ฝั่งสนามหลวง แถวๆ ธรรมศาสตร์
แล้วเรา ก็เดินลัดเลาะสนามหลวง ....
ฝ่าดง ผีมะขาม ผีขนุน ผีกระเทย ที่ดำเนินธุกิจขายตัว ทุกรูปแบบ ทุกราคา
แต่เราก็ก้มหน้าก้มตาเดินจ้ำๆ รักษาตัวรอด
ไปยังป้ายรถเมล์ รอรถเมล์กลับบ้านด้วยกัน
คู่ project ของข้าพเจ้า ไปลงรถที่บางโพ ....
ส่วนข้าพเจ้าไปสุดสายเมืองนนท์ ...
จากนั้น
ข้าพเจ้าต้อง รอรถเมล์อีกสายแถวๆ ท่าน้ำนนท์ เพื่อต่อไปยังแคราย .....
กว่าจะถึงบ้าน ก็ดึกสุดขีด ....
ก็ต้องรีบเข้านอน เพื่อรีบแหกตาตื่นแต่เช้า ไปเรียนที่ลาดกระบัง .....
ข้าพเจ้า ต้องออกจากนนท์ประมาณ 6 โมงเช้า
จับรถเมล์สาย 63 ไปลงแถวๆ สถานีรถไฟบางเขน ข้างๆ ม.เกษตรศาสตร์
รอรถไฟชานเมืองจากอยุธยา หรือ ลพบุรี ..... เข้าหัวลำโพง
แล้วต่อรถไฟสายตะวันออก เข้าสถาบัน .....

...... ชีวิตนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายของข้าพเจ้า
เป็นแบบนี้ อยู่ 1 ปีเต็มๆ ....
เรียกว่า เป็นชีวิตที่คุ้มค่า และ สมบุกสมบันน่าดู
แต่ ณ ตอนนั้น ข้าพเจ้ากลับไม่ได้รู้สึกเหนื่อยยาก แสนเข็ญแต่ประการใด
เพราะ อย่างน้อย ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่า ....
ไม่ว่า เราจะทำอะไร .... ไม่ว่า เราจะเหนื่อยแค่ไหน
เราก็ยังมีเพื่อน .... ก็คู่ project นั่นแหละ ....
ที่อยู่เคียงข้าง ร่วมทุกข์ ร่วมสุขเสมอ
ไม่ว่า ... จะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยายามเที่ยงคืน
หรือ วิ่งหนีแก๊งค์กระเทยขายตัว แถวสนามหลวง ....
เราก็ฟันฝ่ามาด้วยกันเสมอ
ตราบจนวันสุดท้าย ที่เราปิด project …..
มันก็ถึงเวลา... ที่เราต้องจากกัน .... เพื่อเติบใหญ่เป็นผู้ใหญ่ ....
แม้ว่า ชีวิตนักศึกษาลาดกระบัง อาจจะจบสิ้นลง ....
แต่มิตรภาพระหว่างเรา .... คู่ project ที่แสนจะทรหด
..... กลับไม่มีวันจืดจาง
ณ คืนหนึ่ง เมื่อสัปดาห์ก่อน .... แห่งปี 2551
มีแขกมิได้รับเชิญ ท่านหนึ่ง ....
แวะมาเยี่ยมข้าพเจ้ายามวิกาล กลางดึก .....
ชายร่างเตี้ย อ้วนป้อม เสียงดัง ผมยุ่งหยอย .....
ก็เขานั่นแหละ ..... คู่ project ของข้าพเจ้านั่นเอง ...
ซึ่งความจริงแล้ว
ข้าพเจ้าได้เล่าถึงเพื่อนคนนี้ มาหลายตอนแล้ว
ตอนล่าสุด ที่เล่าถึง .... คือ เรื่องราวในตอนที่ 100 ...
http://iestory.blogspot.com/2007_12_16_archive.html
เล่าย่อๆ ว่า ....
เพื่อนคนนี้ คือ จุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้ข้าพเจ้ามีโอกาส
ได้เข้าสู่วิถีการเป็น “ครูสอนหนังสือ”
ณ ปี 2535 ที่วันหนึ่งที่ชีวิต ของข้าพเจ้า .... คือ วันเวลาที่ตกอับสุดๆ
เป็นคนมีหนี้สินท่วมท้น มีคดีความติดตัวมากมาย
และ ไร้เพื่อน ...
ต้องมาทนตากหน้า มานั่งขายของที่ the Mall
แต่ข้าพเจ้า ก็หักห้ามความอาย กล้าไปทักทายเพื่อนเก่าคนนี้
กล้าเล่าความตกต่ำในชีวิตให้เพื่อนฟัง
อีกทั้งยังพยายามทำชีวิตที่ไร้ค่าในแต่ละวัน .... ให้เป็นประโยชน์
โดยการ ช่วยขับรถไปส่งเพื่อน
เข้าไปสัมภาษณ์งานเป็นอาจารย์ ที่ลาดกระบัง
แต่ผลลัพธ์ คือ ข้าพเจ้า กลับกลายเป็นอาจารย์ ...
ส่วนเพื่อนรัก กลับผิดหวัง
และหักเหชีวิตสู่แวดวงการเมือง ....
เพื่อน พยายาม ๆๆๆๆๆๆ ..... จะเป็น สส. ให้ได้
ตลอด 15 กว่าปีที่ผ่านมา
แม้ว่า จะสอบตกทุกครั้ง สิ้นหวังทุกครั้ง .....

ด้วยประการทั้งปวง ....
ณ วันนี้ .... เขาได้เป็น สส. ตามที่หวังไว้แล้ว !!!!!!
คู่แข่ง ก็ยัง งงๆ ว่า มันชนะได้อย่างไร ? .....
มันก็น่าจะ งง..... เพราะตัวเขาเอง ก็ยัง งงๆ เช่นกัน ....
เขาบอกข้าพเจ้าว่า .....
ก็แค่มุ่งมั่น ....
ไม่ท้อแท้ .... ไม่ลืมความฝัน ....
แน่นอน .... การเดินทางที่ลัดเลาะตามเส้นบางๆ
ระหว่างโลกแห่งความจริง และโลกแห่งความฝัน
.... มันอาจจะมองได้ว่า เป็น คนกล้า ที่ยิ่งใหญ่ ....
อีกทั้ง .... ก็ อาจจะมองได้ว่า ... เป็น คนโง่ ที่สมบูรณ์แบบ

คืนนี้ เขาแวะมาหาข้าพเจ้า ...
มาขออาศัยนอนด้วย เพราะไม่มีที่จะนอน
เขาเพิ่งเสร็จจาก การประชุมสภาผู้แทนราษฎร
เพื่อ สรรหานายกรัฐมนตรี คนล่าสุดของประเทศไทย
แล้วก็มีการประชุมพรรค ต่อจนค่ำ
จากนั้น ...... สส.บ้านนอก ก็ไร้ที่ซุกหัวนอน
เพราะบ้านเดิมแถวๆ บางโพ ก็ให้หลานๆ อยู่กันเต็มหมดแล้ว
สส. ท่านจึงบากหน้ามาหา คู่ project เก่า .....
เพราะรู้ดีว่า .... ณ ค่ำคืน ของวันธรรมดาๆ วันหนึ่ง
อาจารย์มหาลัย วัยกลางคนเยี่ยงข้าพเจ้า
หากไม่อยู่ลาดกระบัง - ก็อยู่บนทางด่วน หรือ ไม่ก็ - อยู่ที่นนทบุรี ....
คงไม่มีสติปัญญา จะไปนอกลู่นอกทางที่ใด
คืนนั้น เราคุยกันมากมาย .....
เพราะ ไม่ได้เจอกัน .... ไม่ได้คุยกันแบบนานๆ มาร่วม 10 ปีแล้ว ....
ข้าพเจ้า ถามเพื่อนว่า ....
“ชีวิต มรึง เป็นเช่นไร ? .... จงเล่ามา .... ”
เพื่อน เล่าโดยสรุปว่า ...
“ ตอนนี้ กรู ได้เมีย ... ขาว อวบ ....
มีลูกแล้ว สองคน ... เจ็ดขวบ กับ ห้าขวบ .....
ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา .... ก็หาเสียงอย่างเดียว
เดินไหว้คนมาทั้งอำเภอ ไปร่วมงาน ทุกชนิด ....
ทั้งงานแต่ง งานศพ งานบวช .... งานบุญ งานบาป ต้องไปร่วมทุกงาน
ยังต้องไปสอนประชาธิปไตย ให้เด็กอนุบาล .... "

.... เพื่อน ก็เล่าต่อไป ว่า
" ... ว่างๆ กรู ก็เขียนหนังสือ เขียนใบปลิว เขียนแผ่นพับ
แปลหนังสือ ... เล่น net … อ้อ ... โหลดหนัง ...
แล้วก็ พาลูกเข้านอน ....
ทุกคนทางบ้าน ทั้งพ่อ แม่ พี่น้อง
ทั้งเมีย และน้องเมีย (ขาว-อวบ เช่นกัน) ....
ต่างก็อดทนมากๆ เช่นกัน
จนวันนี้ .... กรู ก็เป็น สส. แล้ว ...
ถึงจะเป็นฝ่ายค้าน ก็ดีอ่ะ ....
ถ้าน้าหมัก เป็น นายกฯ ได้นานๆ ก็คงจะดีอ่ะ ......
กรู จะได้เป็น สส. นานๆ หน่อย
หาเสียงมา 15 ปี .... เพิ่งจะสมหวัง ก็วันนี้หละ ....
ตอนนี้ กรูมีความสุข เพราะ เห็นครอบครัว และคนรอบข้างมีความสุข
..... พวกเขามีความสุข เพราะ เขาเห็น กรู มีความสุข ....
ก็แค่นี้หละ ... ไอ่เต่า …”

แล้วเพื่อน ก็ถามข้าพเจ้า ว่า .....
“... ชีวิตการงานของ มรึง ล่ะ .... เป็นอย่างไรบ้างล่ะ ไอ่เต่า ? ”....
ข้าพเจ้า ก็ตอบได้ทันทีว่า ....
“ ไม่รู้ว่ะ ....
แบบว่า กรู ก็ไปทำงานแทบทุกวัน ....
วันไหนไม่เข้าภาค ก็แปลว่า พ่อแม่ป่วย .... ต้องพาไปหาหมอ
..... เรื่องสอนหนังสือ .... กรู ก็สอนนิดๆ หน่อยๆ ....
เรื่องวิชาการ ไม่ต้องพูดมาก ..... วัยรุ่นเขาเบื่อ ....
แต่เรื่องการใช้ชีวิต และเรื่อง ผัวๆ เมียๆ
ต้องพูดมากๆ หน่อย .... วัยรุ่นชอบ ....
กรูไม่สอนพิเศษ.... ไม่สอนหนังสือ มหาลัยอื่น
กรูไม่เป็นที่ปรึกษาโรงงาน
กรู ไม่ทำงาน รับใช้เถ้าแก่
กรู ไม่หลอกขายของเด็กนศ. ...
กรู ไม่ขายตรง ไม่ขายประกัน
ก็แค่ .... ทำงานเป็นคนสอนหนังสือ
กินเงินเดือนราชการ 100% อย่างเดียว
พอเย็นลง....
กรู ก็ทำโน่นทำนี่ ให้ประชาชนเขาวุ่นวายไปหมด ....
แบบว่า ... ไปเดินตลาดนัด ซื้อขนม
รดน้ำต้นไม้ แคะขี้หมา ตัดหญ้า
เลี้ยงดู แมวหมา และประชาชน ....
หากมี พวกเด็กๆ มีงานเลี้ยง .... กรูก็ไปร่วม ตลกแดก บ้าง ....
บางที กรูก็ไปเดินห้าง ... ดูเมียชาวบ้าน บ้าง .....
ดูหนังบ้าง ... ไปเสพ อาหารคุณภาพๆ บ้าง
ก็ทำแบบนี้ทุกวัน .... จนค่ำๆ มืดๆ ก็ค่อยขับรถกลับบ้าน ....
.... พอถึงบ้าน ก็เม้าท์กับพ่อแม่นิดหน่อย ....
เล่นกับแมวนิดหน่อย
.... อาบน้ำ สวดมนต์นิดหน่อย

และ ก่อนจะนอน ...
กรู ก็ทำกิจกรรมใหม่ล่าสุด ที่ทำมาได้ 8 เดือนแล้ว ....
คือ เขียน blog .... IE Story อันแสนเห่ย ...
เขียนไป ยิ้มไป .... ไม่ต้องสนใจใคร ไม่ต้องเกรงใจอะไรใคร ...
แค่เขียนสิ่ง ที่อยากเขียน ....
ใคร แมร่ง ... มันจะเข้ามาอ่าน .... สักกี่สิบร้อยพันหมื่น
หรือ ไม่มีใครเข้ามาอ่านเลยสักคน .... ก็ช่างหัวมัน
เพราะ ความสุข มันอยู่แค่ตอนที่เขียน เท่านั้นแหละ ....
เป็นความสุขส่วนตัว ที่ใครจะมาแย่งชิงไปไม่ได้ ....
แล้ว กรู ก็นอน .... …
กรู ก็ทุกข์ๆ สุขๆ บ้างตามประสาชาวโลก
แต่โดยรวม ก็รู้สึกสุขสบายใจ ..... ร่าเริง เบิกบานตลอดเวลา
เพราะ ไม่มีใคร คาดหวังอะไรกับ ตัว กรู ....
กรู ก็เป็นของกรู ยังงี้หละ ...
หิวก็กิน - ไม่หิว กรู ก็กิน …
ถ้าเบื่อ กรู ก็บ่น ... ใครเผลอ กรู ก็นินทา
มีเงิน กรูก็ใช้ .... ไม่มีเงิน กรู ก็ขอแม่ ....
ถ้ารำคาญใคร.... กรู ก็ไม่พูดกับ แมร่ง ...
ทำแบบนี้ มา 10 กว่าปีแล้ว เช่นกัน .....
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ....
คนรอบตัว กรู ... จะ มีความสุข กันไหม ? ....”

.... เพื่อน มองข้าพเจ้าอย่างเข้าอกเข้าใจ ....
แล้วบอกว่า ....
“ ไอ่เต่า .... ชีวิต มรึง ณ วันนี้ ....
ก็ยังเหมือน สิ่งที่มึงเคยคิดฝันไว้ เมื่อ 15 ปีก่อนเลยนะ
..... มรึง ยังโชคดีนะ ... ที่ได้สนุกกับมัน มาหลายปีแล้ว
แต่ชีวิตกรู ... อยู่กับความฝันอยากเป็น สส. มา 15 ปีเต็มๆ ....
ผิดหวัง มาตลอด .... จนถึงวันนี้ ....
.... ชีวิต กรู .... เพิ่งจะเริ่มต้น เมื่อเช้าวันนี้เอง ....
ไม่รู้ว่า แมร่ง จะสนุก เหมือนที่กรูฝันไว้บ้างไหม ?...”
จากนั้น
ท่าน สส. ก็รำพึง งึมงำ กับตัวเองเบาๆ ว่า ....
“กรู ว่า ชีวิต มรึง กับ ชีวิต กรู .... มันเหมือนคนบ้า เลย อ่ะ ....
นอนดีกว่า ..... ไอ่ห่ะ”

ดึกมากแล้ว ....
ข้าพเจ้า นอนยิ้มคนเดียว ....
คิดถึง project เก่าๆ ที่เรา เคยอดทนทำ
คิดถึงพี่ๆ ทหารเรือที่ใจดี ....
คิดถึงกระเทยสนามหลวง ที่น่ากลัวยิ่งนัก
อีกทั้ง ....
คิดถึง project ที่เด็กๆ กำลังจะสอบ .... ในสองสามวันนี้
คิดถึงคู่ project ทั้งหลาย ที่กำลังหัวฟู ......
คิดถึงศิษย์หน้าใสๆ ในปัจจุบัน
คิดถึงศิษย์เก่าๆ แก่ ๆ ทั้งหลาย ที่ไม่ได้เจอกัน มานานแสนนาน ....
นึกคิดอะไรมากมาย .....

แต่ความคิดสุดท้ายของข้าพเจ้า ... ก่อนจะหลับไป
ก็คือ....
นึกดีใจ ที่เราโชคดี มีคู่ project ที่ดี ....
มีเพื่อนที่ดี ..... ที่ยังคงเข้าใจเรา เหมือนในวันแรกๆ ที่รู้จักกัน
เพื่อนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเรา
และเป็นกำลังใจให้เรา ตลอดไป
ไม่ว่า กาลเวลา จะผ่านไปนาน เท่าใด .....
..........................................................................

๑๓ ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คิดถึงเพื่อนq Project เหมือนกันครับ...
เลยขอใช้ Blog นี้ฝากความคิดถึงเพื่อน Project ของผมที่แสนดีทั้งสอง...
เพื่อนวัฒน์(สุดหล่อ) และ เพื่อนจิ๊บ (หล่อสุด)
หวังว่าเพื่อนๆคงสบายดีนะ รักษาสุขภาพด้วย

ปล.ขอให้พี่เต่ามีสุขภาพแข็งแรงตลอดปีนะครับ

ตั้ม(Z01)
(หล่อน้อยสุด)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ตอนนี้อดีตคู่ Project ของเรามันจะเจออะไรบ้างนะ

ส่วนตัวผม หาเรื่อง ฮาๆ ขำๆ แอบๆ ได้ตลอดเวลาเยย

ยังหาวันนอนอยู่เฉยๆ ม่ะได้เลย อิอิ เวงกำ?

อาร์ท(Zn01)
(หล่อน้อยกว่าพี่ตั้ม)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เพื่อนกินหาง่ายชิบหาย แต่เพื่อนดีดีนี่สิหาโคตรยากเลยครับ แต่ก็ดีใจกับพี่เต่า ตัวเองและทุกคนที่มีเพื่อนดีดีคอยช่วยเหลือซึ่งและกัน555 (สันแข้ง)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ผมละก็ยินดีกับเพือ่นพี่เต่าด้วย

แต่ผมเห็นรายชื่อ ครม.ตั้งแต่หัวแถวจนถึงหางแถวละ ก็กลุ้มใจจริง ๆ เฮ้ย...ทำใจไม่ได้จริง ๆ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

"เพื่อน" แค่เนี๊ย ซึ้ง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ฝากความคิดถึงให้กลุ่มโปรเจคผมด้วยครับ กลุ่ม A Bug Life สุดสวย สุดเท่ห์ สุดเจ๋ง สุดจ๊าบ ซำบายดีบ่อ บักเค้ก บักเอ๋ บักนุ่น และก็ถึงไม่ได้เป็นกลุ่มโปรเจค แต่ก็คิดถึงนะ บักฝน..สิทธิ์IE01

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณเพื่อนตั้มครับ ที่ยังคิดถึงกันอยู่ถ้ากลับบ้านแวะมาทักทายกันหน่อยนะครับ เพื่อนวัฒน์ล่ะครับสบายดีไหมใกล้มีข่าวดีแล้วล่ะสิครับเพื่อนจีร่า(กลุ่มpreproject)ที่ไปได้ดิบได้ดีที่สวิส เพื่อนเนตร(preproject)ที่แฟนน่ารัก และเพื่อนๆน้องพี่ieที่หวังดีทุกคน
ปล:ซินเจียยู่อี่ซินนี้ฮวดใช้ครับพี่เต่า เอ้อเพื่อนพี่เต่าเป็นสสจังหวัดไหนครับพี่ ส่วนครมชุดนี้ฝากบอก ฝากเตือนด้วยว่าเวรกรรมมีจริงนะครับ (เร็วกว่าติดจรวดอีก)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พี่เต่าครับฝากถามคู่โปรเจค พี่ให้หน่อยครับ ต้องการคนถือกระเป๋าไหมครับ หรือคนขับรถ ......ก็ได้ครับ แบบผมสนใจงานการเมืองครับแต่ขอเริ่มต้นจากคนถือกระเป๋าก่อนครับ ........5555

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เข้ามาโหวตบทความประทับใจ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ชอบ บทความนี้จังเลยค่ะ

มันมีความสุขที่ได้รับรู้

ถึงหนูจะเป็นแค่เด็กปีสาม

ที่ยังไม่รู้เลย ว่าอนาคตคืออะไร


ไม่ต้องพูดถึงทำงานนะคะ
...

ยังไม่รู้ว่าจะได้ฝึกงานไม๊

...

แต่ทุกวันนี้ก็มีความสุข

กินๆ นอนๆ โดดมั่ง เรียนมั่ง

...

และสุขสุดยอด ที่มีเพื่อน พี่ น้อง IE ทั้งหลาย

ให้ได้คุย เมาท์ นินทา

...

สุขแล้วอ่ะ แค่นี้ (^0^)

...

นี่เที่ยงคืนครึ่งแล้ว

ยังทำโปรเจกCIMกันอยู่ห้องคอมภาค
(toyota way)


ปวดเมื่อย เวียนหัว เหนื่อย เพลีย เจ็บคอ ปวดตา

แต่ก็มีเพื่อนๆ อยู่เพียบเลย ...เหมือนยาชูกำลังนะคะ


....

ดีใจจัง ที่ชีวิตตัวเอง


เป็นไปตามวิถีทาง the โตโยเต่า way

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คิดถึงเพื่อนตั้มและเพื่อนจิ๊บเสมอ หวังว่าเพื่อนทั้งสองคงสบายดี :)/เพื่อนวัฒน์

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

นึกถึงตอนทำโปเจ็ก
ทำคนเดียว คิดคนเดียว บ่นคนเดียว โดนด่าคนเดียว และเสร็จคนเดียว
แต่ยังดีที่มีกำลังใจจากแฟนเก่าอิอิ

ดีแล้วที่ปัจจุบันไม่มี การทำรายงานคนเดียว มานเหงา

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ้าว...วุฒิ ที่น้อง จ. เป็นอดีต เพราะ พี่วุฒิเสร็จคนเดียวใช่มั้ย