วันจันทร์, มกราคม ๗

ตอนที่ 110 : ตามหา ความสุข (2)

เนื่องจาก ในตอนนี้ .....
กิจกรรมหลังปีใหม่ของพวกเรา ไม่มีอะไรหวือหวา น่านินทา
เพราะอยู่ในช่วงที่ ห้ามซ่า ห้ามจัดงาน ห้ามเฮฮา .....
เพื่อความเหมาะสมตามกาละเทศะ ทั้งหลายทั้งปวง
ดังนั้น กิจกรรมซ่าๆ หลุดโลกแบบ IE ... จึงยังไม่สามารถจัดได้
แต่อย่างไรก็ตาม กำหนดการกิจกรรมลับๆ ของชาว IE
ยังคงเข้าคิว รอจัดมากมาย ได้แก่ ...
หนึ่ง ... IE รวมใจ ปลูกป่าชายเลน ...
เสาร์-อาทิตย์ที่ 11-12 มกรา นี้ ณ สมุทรสงคราม ....
และ รับบริจาคเงิน เพื่อสมทบทุนซื้อต้นกล้า ของต้นโกงกาง ....
ใครสนใจ สอบถามรายละเอียดได้ ข้าพเจ้าโดยตรง
(ไม่อยากประกาศอย่างเอิกเกริก เพราะ อยู่ในช่วงห้ามจัดงานต่างๆ )
สอง .... งานปีใหม่ IE จัดโดยน้องปีหนึ่ง ....
จะจัดหน้าภาคเรา ตามธรรมเนียมเดิมๆ ที่เคยจัดกันมาทุกปี
แต่ปีนี้ จัดล่าช้าเป็นวันพฤหัสที่ 17 มกราคม
ดังนั้น ผู้จัด จึงวางแผน จะจัดงานออกไปในแนวงานตรุษจีน ผสมวันเด็ก
อย่างไรก็ตาม ..... วางแผนกันมากมาย
แต่ ณ ตอนจบ ก็คงจะมุงกัน กินอาหารเป็นถาดๆ
มุงกันถ่ายรูป ....ตามธรรมเนียมเดิมๆ เช่นเคย
สาม .... งานปัจฉิมนิเทศ ปี 3Zn /4Z
จัดวันจันทร์/อังคารที่ 21-22 มกรา ณ เขาใหญ่ ...
สี่ ... กีฬา IE สัมพันธ์
จัดประมาณ 26-27 มกรา .... มจธ. (บางมด) เป็นเจ้าภาพ
ห้า ... วัน IE Bye'Nior
คงจะจัดตามมาติดๆ ในไม่ช้า .....
ดูๆ ไปแล้วก็อึ้ง ......
เพราะรู้สึกว่า ภาคเรา มีแต่ งานกิจกรรมเฮฮาตลอด ....
เรียนหนังสือกันบ้าง หรือเปล่าเนี่ย?????
..... ด้วยประการทั้งปวง ....
IE Story ตอนนี้ คงจะเก็บเอาเรื่องเก่า ที่เขียนค้างไว้มาเล่าต่อ
ได้แก่ การตามล่า หาความสุขของข้าพเจ้า ณ จังหวัดภาคเหนือ
ณ ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ....
ทนๆ อ่านไปเหอะ นะ .... เด็กๆ ทั้งหลาย
ณ บ่ายวันนั้น ....
จากอำเภอเด่นชัย ข้าพเจ้าก็มุ่งเข้าจังหวัดแพร่ในทันที
แพร่ ... เป็นจังหวัดเล็กๆ .....
เขตตลาดในตัวจังหวัด เรียกว่า เล็กมากๆ ...
แบบว่า แค่โทรถามทาง พูดกันไม่จบประโยค
รถก็แล่นเลยตัวเมืองไปแล้ว ....
แต่ถึงจะเล็กแค่ไหน .... ก็ไม่เคยขาด big C หรือ 7-11 .....
หากจะเที่ยวในเมือง ก็มีที่น่าสนใจมากพอสมควร
หากชอบ แนวบ้านเก่า วัดเก่า ..... ชีวิตไทยๆ บรรยากาศเหนือๆ
ที่เมืองแพร่ ยังมีครบถ้วน ...

จุดแรกที่ข้าพเจ้าแวะ เรียกว่า คุ้มเจ้าหลวง
เดิมเคยเป็นวัง ของเจ้าผู้ครองนครแพร่ ....
เป็นบ้านตึกผสมไม้ สีเขียวสดใส
ฝีมืองานไม้ฉลุสวยงาม .... ดูแล้วคิดถึงบ้านในสมัยก่อน
ตอนเด็กๆ ข้าพเจ้ายังพอจะได้เห็นบ้างในกรุงเทพ

ความงามของงานไม้ฉลุ ....
จะสวยงามเสมอ เมื่อแสงทะลุผ่านลวดลายที่อ่อนช้อย

งามจับใจ .... เมื่อมองทะลุผ่านออกไป ยังหมู่ไม้สีเขียว
บ้านสีเขียว ต้นไม้สีเขียว
งามจับใจ ....
ตัวบ้านมี 3 ชั้น ....
ชั้นล่างสุดเป็นใต้ถุน .... หากได้ลงไปชม
รับรองว่า ....จะเสียวแบบสุดๆ ...
เพราะเป็นคล้ายๆ คุก ....
มีอุปกรณ์การทรมาน พร้อมภาพประกอบแบบแจ่มแจ้ง
ดูแล้วเสียวสุดๆ ....
อารมณ์ไม้ฉลุ ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ สีเขียว กระเจิงหายไปหมดเลย ...
ดังนั้น .... ข้าพเจ้าจึงเปิดคู่มือ หาบ้านอื่นดีกว่า ...
หลังนี้ สีชมพูสวย .... ท่าทางจะดี ไม่มีเสียว กระมัง?
คำถามแรก ที่ข้าพเจ้าถาม ผู้ดูแลบ้าน ก็คือ ...
"อืมมมส์ .... ขอโทษครับ .... แบบว่า บ้านนี้ ....
มีคุกใต้ดิน พร้อมเครื่องมือทรมานไหมครับ ???"
สาวผู้ดูแลบ้าน ไม่ตอบ ....
แต่กราดสายตา มองหน้าข้าพเจ้า ราวกับข้าพเจ้าป่วยเป็นโรคจิตอ่อนๆ ....
เธอคงแอบนึกในใจว่า ....
".... บ้านกรูสวยๆ .... ทำไม... มรึงอยากจะดูคุก วะ? "...
บ้านนี้ ชื่อว่า "บ้านวงศ์บุรี" อายุกว่า 100 ปี มีเสากว่า 100 ต้น
เป็นไม้ทั้งหลัง .... ลายฉลุงามไม่มีที่ติ ....
สีชมพู สดใส ....
ไม่มีคุก ...
ไม่มีอุปกรณ์ ... ทรมาน
.... เฮ้อ ... โชคดีไปเรา ...
ภายในตบแต่งงดงาม ....
เปิดให้ประชาชนคนเดินดิน เยี่ยงข้าพเจ้าเข้าชมได้ ....
เสียค่าชม 20 บาท .... ได้เข้าไปเดินเล่นในบ้านเขา
ได้ทำท่า ทำทางเหมือนเจ้าของบ้าน ....
เรียกว่า คุ้มมากๆ อ่ะ ...
บ้านนี้ ถ่ายหนัง ถ่ายละคร ... มาแล้วหลายเรื่อง ...
ส่วนใหญ่จะเป็นแนว เจ้าๆ นายๆ ผีๆ ผัวๆ ...
she ยังบอกว่า ....
".... อ้อ ... หากสนใจ
ที่บ้านนี้ ก็รับจัดงานทุกชนิด ... งานแต่ง งานเลี้ยง งานบวช
... งานอะไรก็ได้ .... มาเช่าสถานที่ได้อ่ะ ...."
.... ข้าพเจ้า ตาเป็นประกายแวววับ ....
นึกจินตนาการไปมากมาย ว่า ....
อยากจะลองจัด งานรับน้อง IE แบบ hi-so ๆ สักครั้ง
.... นึกภาพไม่ออกเลยว่า มันจะวิบัติขนาดไหน
หากมาจัดที่ บ้านสีชมพู แห่งนี้ ....
งานรับน้องแบบพวกเรา ....
เหมาะที่จะจัด ณ คุกใต้ดิน บ้านสีเขียวหลังที่แล้ว
ใครเมามากๆ วีนมากๆ .... จะจับใส่โซ่ตรวนให้หมด จะได้หายซ่า
และ หากอยากจะไหว้พระ .... ชมวัดงามๆ
ที่แพร่ ก็มีหลายวัด ....
วัดเล็กๆ เงียบๆ สงบๆ และงามจับใจอย่างน่าประหลาด
สดชื่น สุขใจ และ อิ่มเอิบใจ
เกินคำบรรยาย
นอกจากนี้ เกือบทุกวัด
จะมีคล้ายๆ พิพิธภัณฑ์เล็กๆ
เป็นที่เก็บสะสม ข้าวของ เครื่องใช้
ของคนในท้องถิ่น ..... ทั้งเก่า ทั้งใหม่
เก็บไว้ให้ลูกหลานในท้องถิ่น และแขกผู้มาเยือนได้ชมกัน

ณ ยามค่ำ .... จากคำแนะนำของ สาวกสาวชาว IE ท่านหนึ่ง
she แนะนำว่า สมควรจะมาหาอะไรกินที่แถวๆ นี้
แถวๆ ตลาดหน้าศาลเจ้าพ่อแสนชัย กลางเมืองแพร่ ...
ประมาณว่า ... มีของกินแบบอร่อยๆ มากมาย ....
ข้าพเจ้าจึงไม่รอช้า .....
เพราะการกินแบบนี้ ถูกกับจริตของข้าพเจ้ายิ่งนัก
กินแบบประชาชนชาวแพร่ ..... ดูผู้คน ดูหมูหมา ดูฝุ่นละออง
สุขใจจริงๆ ...
เมนูมื้อนั้น .... ประกอบด้วย
ขนมจีนน้ำเงี้ยว 2 / ขนมจีนน้ำยา 1 /
และ ปิดท้ายด้วย ข้าวต้มกระดูกหมู 1 /
จากนั้น ... ก็ล้างปากด้วยของหวาน
คือ สลิ่มและทับทิมกรอบ .... โปะด้วยไอติมกะทิ 1 ลูก ....
และตบท้ายล้างปาก อีกครั้งด้วยของคาวสักนิด
คือ ลูกชิ้นปิ้งลูกจิ๋วๆ ขนาดประมาณปลายนิ้วก้อย .... ไม้ละสองบาท
..... กินจนแทบขาดใจตาย .... หมดเงินไป 82 บาท ....
ข้าพเจ้า รักเมืองไทย (ที่ไม่ใช่กรุงเทพ) จิงๆ .....
จากนั้น .... ตามธรรมเนียมของข้าพเจ้า
คือ เดินชมตลาด .... ถ่ายรูปประชาชน
ท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็น ....
หน้านี้ ส้มกำลังสวย ... รสดี ราคาถูกสุดๆ ....
ประมาณโลละ 15 บาท ลูกเกือบเท่าควาย ...
สาวคนขาย ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส .... ตาเป็นประกาย
แสงไฟ สะท้อนเป็นสีผิวขาวอมส้ม ....
ท่ามกลางควันไก่ปิ้ง หมูปิ้ง ....
สาวน้อยคมขำ นั้งอมยิ้ม กลางกลุ่มควัน ....
ดูภาพความงาม ที่หอมคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกระเทียมพริกไทย
..... เรียกว่า งดงามไปอีกแบบ ....
งาม แบบแปลกๆ อ่ะ
แต่ข้าพเจ้า ก็ถ่ายรูปไม่ยั้งมือ ....
ทันใดนั้น
.... มีเสียงดัง ... "แก๊กๆๆๆๆๆ .... ๆๆๆ " รัวดังเป็นจังหวะ
รบกวนสมาธิ การถ่ายรูปของข้าพเจ้า ยิ่งนัก ....
และเมื่อเหลือบสายตา มองฝ่ากลุ่มควัน ....
ก็พบชายร่างล่ำ กำลังใช้มือระรัว ปากคีบโลหะเผาไฟ อย่างมันเมา
และ เมื่อข้าพเจ้าตั้งสติ ก็ถอดรหัส
ก็ได้ความ ว่า ....
"เฮ้ยยยย์ ... มรึง มาถ่ายรูป ... มะ-เอีย ของกรู ทำมาย ....?
ไก่ปิ้ง หมูปิ้ง ..... มรึง ก็ไม่ยอมซื้อซักไม้ ...
ยังมาถ่ายรูป มะ-เอีย ของกรูอีก ....
แก๊กๆๆๆๆๆๆ ...ๆๆๆๆ "
..... ด้วยประการทั้งปวง
ข้าพเจ้า จึงจำต้องค่อยๆ ล่าถอยไปอย่างมีศิลปะ
มิฉะนั้น กล้องถ่ายรูป อาจจะโดนย่างสด กลางตลาดเมืองแพร่
ด้วยประการทั้งปวง .... ตามวิสัยศิลปินที่ดี
ย่อมไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ....
ข้าพเจ้า จึงออกเก็บรูปต่อไป ....
คราวนี้ เน้นแนว ป้าๆ ยายๆ อึ้มๆ ... อะไรทำนองนั้น
และเน้นแผงขายของ ที่ไม่มีเปลวไฟ ไม่มีน้ำร้อน .....
ดังนั้น .... ก็เลยได้ภาพงามๆ แบบนี้ มาให้ชม
ภาพคุณยาย ยิ้มสวย .... ไก่ย่างเนียนๆ สวยงาม ....
มองดูเตาไฟ .... เปลวเพลิง (ราคะ) มอดสนิท ...
.... เฮ้อออออ .....
คุณป้าขายขนม ....
ยืนฝ่าลมหนาว ขายขนมก๊อกๆ แก๊กๆ .... แบบถุงละ 5 บาท ....
ถึงหนาวแค่ไหน ถึงจะขายไม่ค่อยจะดี
แต่คุณป้า ... ก็ยังยิ้มสดชื่น .....
คุณป้าเล่าว่า ตั้งแต่ห้างใหญ่ๆ แบบ "ใหญ่-ซี" มาเปิด ...
และ ตั้งแต่มี ร้านชำ ติดแอร์อย่าง "เจ็ด-สิบเอ็ด" มาเปิด ....
วิถีชีวิต และตลาดก็เปลี่ยนไปมาก .... ร้านเล็กๆ ก็แย่
ยิ่งคนขายขนมเล็กๆ น้อยๆ อย่างคุณป้าแบบนี้ ก็ยิ่งแย่ ....
ข้าพเจ้า มองไปฝั่งตรงข้าม ....
เห็นร้าน โชห่วย .... อันแสนเงียบเหงา
ก็นึกสะท้อนใจ.... ตามที่คุณป้า เล่าให้ฟัง ....
นึกในใจว่า อีกหน่อย...
เวลาเรามาเที่ยวเมืองแพร่ เมืองน่าน ... และทุกๆ เมืองทั่วไทย
พอตกค่ำ ก็คงต้องมุ่งหน้า เข้าห้าง ....
เข้าคิวซื้อบัตร ซื้อคูปองอาหาร ...
แล้วเอาไปแลกข้าวกิน แบบชาวเมืองหลวงแล้ว กระมัง?
..... ชีวิตแบบ ที่ข้าพเจ้ากำลังบันทึกภาพอยู่
คงจะหมดไปๆๆๆๆ ในไม่ช้านี้ อย่างแน่นอน
หมดไป จากสังคมไทยอันน่าอยู่ ... ตลอดไป
คงไม่มีแล้ว ....
การเดินตลาดยามค่ำคืน แล้วกินแหลก
ขนมจีน-สลิ่มโปะไอติม-ลูกชิ้น ....
กินแทบตาย หมดเงินไป 82 บาท .....
ไม่มีแล้ว .... แม่ค้าส้ม หน้าเด้ง .... ผิวขาวอมส้มงามจับใจ
ไม่มีแล้ว หนุ่มฉกรรจ์ขายไก่ปิ้ง..... และ ขี้หึง
ไม่มีแล้ว คุณยายขายไก่ปิ้ง แห้งๆ เหี่ยวๆ
ไม่มีแล้ว คุณป้าใจดี ขายขนมถุงละ 5 บาท ....
แต่......
คงจะมีแต่ ร้านชำ ... ติดแอร์แบบฉ่ำๆ ....
พนักงานขาย พนมมือไหว้แบบเสียไม่ได้ .... ฉีกรอยยิ้มแบบเบื่อๆ ...
พนักงาน ส่งเสียงคำทักทายแบบเซ็งๆ .... กล่าวคำขอบคุณ แบบปลอมๆ
..... ยิ่งคิด ยิ่งเครียด ... เครียดอ่ะ...
เครียดจนน้ำย่อย แตกออกมาอีกรอบ ...
หิวอีกแล้วซิเรา ....
กินอะไรอีกดีหนอ ก่อนจะกลับเข้าโรงแรม ...
หลังจากหมุนรอบตัว ครบ 360 องศา ....
ข้าพเจ้า ก็กัดฟัน เม้มปาก .... ยอมลืมอุดมการณ์ ไปสักชั่วขณะ ...
เดินเชิดหน้าเข้าร้านชำ ติดแอร์ ...
แอร์เย็นฉ่ำ กว่าลมหนาวเมืองแพร่ ...
ทิ้งเหล่าลุงๆ ป้าๆ ตาดำๆ ชาวตลาดแพร่ ไว้เบื้องหลัง .....
..... เสียงออดที่ประตู ทักทายดังคุ้นหู ....
เสียงทักทายปลอมๆ ของพนักงาน ดังขึ้นอย่างคุ้นเคย
ข้าพเจ้า หยิบน้ำ กับขนมอีกสองอย่าง ....
รวมเป็นเงิน 87 บาท .... แพงกว่าค่าข้าวมื้อค่ำ ซะอีก ...
เสียงพนักงานขาย พูดสะกดจิตข้าพเจ้า ว่า
"รับเปาเพิ่มไม๊คะ .... จะได้แสตมป์เพิ่มด้วย" ....
ข้าพเจ้าสบตาเธออย่างประสงค์ร้าย
กลั้นใจสามวินาที พร้อมๆกับนึกด่าในใจ มากมายว่า
"โธ่ อี vain ....
จะดูดเงิน กรู ให้หมดกระเป๋าเลยหรือเนี่ย ....
อี ... อี... ... ฯลฯ .... ฯลฯ ....
อี vain เอ๊ยยยย...."
หลังจากด่าในใจ... จนสะใจ
ข้าพเจ้า ก็แข็งใจตอบ อย่างแน่วแน่ว่า
"... อืมมมส์ .... ขอบิ๊กเปา หมูสับ เพิ่มก็แล้วกัน จ๊ะ...."
..... พนักงานสาว ยิ้มอย่างดีใจ ....
ข้าพเจ้า ก็ยิ้มอย่างสุขใจ ....
เพราะ ประชาชน ตัวน้อยๆ อย่างเรา ....
หากอยากจะต่อสู้กับระบบแบบนี้ ได้....
ก็คงจะทำได้แค่ นึกด่ามันในใจ ก่อนจะจ่ายเงินเท่านั้น ....
เพราะ เพียงทำได้แค่นี้ ....
ก็ถือว่าเป็นชัยชนะเล็กๆ ที่แสนสุขแล้ว ...
และหลังจากนั้น ....
เราก็ต้องเป็นทาส และเหยื่อ ของมันต่อไป... ต่อไป ....
และ ตลอดไป .....
.........................................



๗ ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ท่าทางจะสนุกนะครับ วันหลังขอเปนผู้ร่วมเดินทางด้วยคนนะครับพี่เต่า
BadBoy Z7

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อยากไปปลูกป่าชายเลนด้วยคนครับพี่เต่า ช่วยแจ้งรายละเอียดในblogด้วยนะครับ นะนะนะนะนะนะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คิดถึงพี่เต่ามากนะคะ

หยก Z#7

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

"เสาร์-อาทิตย์ที่ 11-12 มกรา นี้ ณ สมุทรสงคราม"

ตรงกับวันศุกร์-เสาร์ นะครับ พี่เต่า

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เพ่เต่าครับ ให้สาวก IE ของเราที่แทรกซึมอยู่ตาม ห้าง ใหญ่ซี ดอกบัว และ ร้้านเจ็ดสิบเอ็ดเริ่มประท้วงเลยดีกว่ามั้ยครับ (ฮา...)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เพ่เต่าถ่ายรูปบ้านเพื่อนหนูมาด้วยอะ ร้านขายของชำเก่าๆที่พี่เต่าบอกอะ ที่จริงแล้วมันมีอะไรมากกว่าน้านนะคะ งิงิ รายได้เป็นกอบเป็นกำ

เป้ z'07

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

วุ้ย++

อยากไปเที่ยวๆ จังเลยวุ้ย หุหุ

art zn