วันพฤหัสบดี, ตุลาคม ๒๕

ตอนที่ 74 : เรื่องเล่า ... จากที่ราบสูง ..(1)

..............................................
วันหนึ่ง และ วันสอง
กรุงเทพ - ขอนแก่น - สกลนคร
สกลนคร - นครพนม - มุกดาหาร
.............................................

ณ ช่วงนี้ ของทุกปี ..... ข้าพเจ้าชอบไปแถบอีสาน มากที่สุด ...
ปลายหน้าฝน .... ต้นหน้าหนาว ...
ทุกอย่างเขียวไปหมดทุกทิศทาง .... ดูแล้วชื่นใจ
ข้าวกำลังออกรวงอ่อนๆ .... ออกสีเหลืองๆ แทรกตาม กอข้าวสีเขียวสด
มองไปทางไหน ก็ยังดีใจ ที่เห็นเมืองไทยของเรา ยังอุดมสมบูรณ์
หากไปดูใกล้ จะพบ "ดอกข้าว" ขนาดจิ๋วๆ สีขาว
ห้อยอยู่ตามปลายรวงข้าว ....

ข้าพเจ้าเดินทาง ผ่านทางหลวงสายเก่าแก่ ....
จากกรุงเทพ - สระบุรี มุ่งสู่นครราชสีมา .....
ผ่านเขื่อนเก็บน้ำขนาดใหญ่ ... "ลำตะคอง"
ปีนี้ ....น้ำมากจริงๆ มากจนปริ่มล้นตลิ่ง

ของกินริมทางยอดนิยม ในหน้านี้ .... คือ ข้าวโพดต้ม
มีขายตลอดทาง เริ่มตั้งแต่ มวกเหล็ก ไปจนถึง ปากช่อง ....
แม้ราคา จะพอๆ กับที่กรุงเทพ ...
แต่รสชาดและบรรยากาศต่างกันลิบลับ
ข้าวโพดที่นี่ ทั้งหวาน ทั้งสด .....
แต่หากใครเป็นคนขับรถ ก็มักจะโชคร้าย... อดกิน
เนื่องจาก แทะลำบาก ถือก็ยาก เพราะร้อนมาก ....
จึงไม่ควรกิน ในขณะขับขี่ยานพาหนะ ....
จากลำตะคอง ตัดผ่าน นครราชสีมา มุ่งสู่ขอนแก่น
คราวนี้ .... ข้าพเจ้าตัดสินใจลองแวะกิน "ไก่ย่างท่าพระ"
เพราะผ่านมาหลายครั้ง ไม่เคยได้แวะกิน ....
"ท่าพระ" อยู่ก่อนจะถึงตัวเมืองขอนแก่น เล็กน้อย .....
ทุกๆ ร้านในย่านนี้ ติดป้ายว่า
"ไก่ย่างท่าพระ" ... อร่อยที่สุดในโลก ... ทั้งนั้น
อีกทั้ง ... ยังมีคำต่อท้าย แบบว่า ...
เจ้าเก่า-ของแท้-ร้านเดิม-ต้นตำรับ-เจ้าแรก-สุดยอด-ฯลฯ
เลยทำให้นักชิม อย่างข้าพเจ้างงๆ ว่า .... สรุปแล้ว กูจะเชื่อใครดีวะ ?
ความจริง ข้าพเจ้าเคยแวะกิน "ไก่ย่างที่อร่อยที่สุดในโลก" มาหลายที่แล้ว ...
เช่น ไก่ย่างวิเชียรบุรี ไก่ย่างเขาสวนกวาง ....
ดังนั้น ... วันนี้จึงลอง ไก่ย่างท่าพระ เพื่อเสริมประสบการณ์ชีวิต
และ แน่นอน ....
ต้องมีอาหารอื่น มาประกอบด้วย .... ตามประเพณี
สรุปว่า.... หากถามว่า อร่อยไหม ?
ก็ตอบได้ทันที แบบไม่ลังเลว่า "ไม่รู้" เพราะตอนนั้น กำลังหิวจัด
.... เลยกินทุกอย่างเรียบหมด .... อย่างรวดเร็ว
จากขอนแก่น ... มุ่งสู่สกลนคร เฉี่ยวๆ กาฬสินธุ์ ผ่านภูพาน ...
ป่าเขียวสด นาข้าวเขียวชอุ่ม ....
ถนนว่าง รถน้อย ....
ดังนั้น ในบางช่วง ก็มีเจ้าถิ่น มาเดินยึดครองพื้นที่บนถนน
เจ้าถิ่นฝูงนี้ เฮี้ยนสุดๆ
แบบว่า .... เดินไม่ถอย ... ลุยดะ
วันนี้ เลยทำให้เข้าใจสำนวนที่ว่า ... ดื้อเหมือนควาย

จุดที่ข้าพเจ้าแวะเที่ยว เรียกว่า
ภูผายล ..... บางทีก็สะกดว่า ภูผายนต์
เป็นหน้าผาสูง .... มีสิ่งที่น่าสนใจคือ ...
มีภาพแกะสลักโบราณ บนหน้าผา ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย
มีอายุ 3,600 ปี ........ ก็เลยลองแวะไปดู ....

ทางที่ขึ้นไปดูภาพแกะสลัก .... ก็ลัดเลาะตามเหลี่ยมผา
มีบันไดขั้นเล็กๆ ซอยถี่ๆ ขึ้นตามความสูงชันของหน้าผา
มองลงมา เห็นแม่น้ำลำห้วย และ ถนนเป็นเส้นเล็กๆ
ณ จุดหมายปลายทาง ก็พบรูปสลัก เป็นยักษ์ 2 ตน พิงผนังหิน
บนผนัง มีลายเส้นรูปเจดีย์ ... สีขาวๆ เหมือนเขียนด้วยชอล์ค ...
ข้าพเจ้าระดมถ่ายรูป .... ในใจนึกด่าว่า คงโดนตุ๋นซะแล้ว ...
นี่หรือ ... ภาพแกะสลักโบราณ 3,600 ปี ใหญ่สุดในเอเชีย .... แหกตาชัดๆ อ่ะ ..
.... ถ่ายไปสักพัก ...
มีหลวงพี่องค์หนึ่ง มาบอกว่า ...
ภาพสลักอยู่ทางโน้นโยม .... (มึง) มาถ่ายรูปอะไร ตรงนี้ (วะ) ....
ดังนั้น .....พอข้าพเจ้า เดินไปอีก 10 ก้าว ก็พบของจริง ....
เป็นภาพสลักลงไปบนแผ่นหน้าผาหินจริงๆ และก็ยาวจริงๆ ....
เขาสร้างพื้น สร้างหลังคาคลุมไว้มิดชิด ป้องกันการกัดเซาะจากฝน ...
รูปส่วนใหญ่เป็นสัญญลักษณ์ .... มีรูปคนบ้าง ปลาบ้าง ...
ดูดีๆ ก็อาจจะเอาไปตีเป็นเลข .... เอาไปแทงหวยได้
จากนั้น .... ก็เข้าเมือง สกลนครในตอนเย็นวันนั้น ...

ข้าพเจ้า เคยมาสกลฯ นานมากๆ แล้ว
มาตั้งแต่ยังทำงานเป็นคนขายเฮลิคอปเตอร์ เมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว ....
จำอะไรไม่ได้เลย เพราะสกลฯ เปลี่ยนไปมากจริงๆ ...
แต่ชีวิตยามราตรี ยังคงคึกคักดีเหมือนเดิม ...
ตามธรรมเนียม การเที่ยวของข้าพเจ้า ...
ตอนค่ำๆ หลังอาหารเย็น ข้าพเจ้าชอบไปเดินตามตลาด ....
ดูบ้านเมือง... ดูผู้คน ... ดูแมว ดูหมา ...
ถ่ายรูปบ้าง ... หาขนมกินบ้าง เที่ยวงานวัดบ้าง ....
คืนนี้ ... อุดหนุน เครป-หมูหยองน้ำพริกเผา เมืองสกลฯ ...
สั่งแบบ บางๆ เกรียมๆ กรอบๆ ..... ราคา 15 บาท
กินตอนอากาศเย็นๆ ยามค่ำๆ เดินดูประชาชน .... มันสุขใจยิ่งนัก ....

..... จบวันแรก .......

..... วันสอง ........
และแน่นอน ....
ตามธรรมเนียมของข้าพเจ้า เช่นเคย ....
ตอนเช้า ก็ต้องตื่นตั้งแต่ฟ้าสาง ... ตอนตีห้ากว่าๆ ออกมาชมตลาด ...
และ ได้ภาพนี้ ....
อาจจะเรียกได้ว่า เป็นภาพที่ข้าพเจ้าชอบที่สุด ในการเดินทางครั้งนี้ ....
... ขบวนหลวงพี่ เดินอย่างรวดเร็ว .... มีหมาน้อย วิ่งนำหน้าอย่างคึกคัก
ตลาดเช้าเมืองสกลฯ คึกคักสดใส ..... เป็นภาพความทรงจำที่ดีเยี่ยม ...

ช่วงนี้ ตอนเช้าๆ อากาศเริ่มหนาวแล้ว ....
คุณย่ายท่านนี้ ไปตลาด ....
แต่งชุดกันหนาวเต็มยศ นั่งรอรถสองแถว .....

ทุกสิ่งทุกอย่าง หนาวหมด ...
แม้แต่เจ้าหมาตัวนี้ ก็ยังอุตส่าห์ใส่เสื้อหนาว
นอนเฝ้ารถเข็นของเจ้านาย .....
ทำท่าหนาว ดูน่ารักจริงๆ ...

ตลาดสดยามเช้า .... เต็มไปด้วยสีสัน ....
แม่ค้า พ่อค้า ส่งเสียงกิ๊วก๊าว และเอียงอายเสมอ เวลาถูกถ่ายรูป
ไก่บ้าน ดูเหลืองสดใสไม่แพ้ข้าวโพดคั่ว ....
ปลาดุกตัวน้อยๆ ดิ้นรนในถังแคบๆ .....
ส่วนปลาบึกตัวขนาดลูกควาย ..... ถูกตัดหัวเรียบร้อย รอลูกค้ามาซื้อไป....

เต่าตัวย่อมๆ ดูสะอาดสะอ้าน เอี่ยมอ่อง
ดิ้นดุกดิกในกาละมังสีแดง ....
ข้าพเจ้า ปราดเข้าไปเขี่ยหัวพวกมันเล่น ตามประสาเพื่อน love...
แม่ค้า รีบมาเสนอหน้า บอกว่า ....
"เอาไปทำ แกงอ่อมเต่า แซ่บดีนะคุณ...
ถ้าจะเอา ... จะฆ่าและแล่เนื้อให้เลยตอนนี้" ....

ข้าพเจ้าสบตาหล่อนอย่างเสียวๆ แล้วเดินจากไป ...
ลาก่อน .... เจ้าเพื่อนเต่าทั้งหลาย ....

หลังจากเดินวนเวียน ถ่ายรูป
รวมทั้ง ทักทายให้กำลังใจเต่าๆ ทั้งหลายจนเหนื่อยใจ
ข้าพเจ้าก็แวะกินอาหารเช้า .... วันนี้ กินไข่กะทะ
เพื่อะสะสม สถิติไข่กะทะ
เนื่องจาก ข้าพเจ้าได้ลองลุยกิน มาตลอดแผ่นดินอีสาน...
ตั้งแต่ อุบล - ขอนแก่น - หนองคาย - อุดร ....
เช้าวันนี้ เลยมาเก็บข้อมูลที่สกลฯ ....
สรุปว่า .... ใช้ได้ ... ผ้าปูโต๊ะ ก็สวยสุดใจ ....


กลางเมืองสกลฯ มีทะเลสาบขนาดใหญ่ .... "หนองหาน"
กว้างใหญ่มากๆ ตอนเช้าๆ อากาศดีมาก

รูปปั้น ต้นตำนานเมืองสกลฯ และ หนองหาน

เมืองสกลฯ เป็นเมืองแห่งพระอริยะสงฆ์
หากใครมาเยือน .....ไม่ควรพลาดการไปวัดป่าสุทธาวาส
เพื่อสักการะพระอาจารย์มั่น ...
ทางจะเปรียบเทียบกับกองทัพ ...
พระอาจารย์มั่น คือ แม่ทัพใหญ่ ของพระสายวิปัสนาทั่วประเทศไทย
เดินเท้า เผยแพร่พระธรรม ทั่วทั้งดินแดนอีสาน และภาคเหนือตลอดชีวิต
แม้ท่านจะมรณภาพ มานานหลายสิบปีแล้ว ที่ยังเป็นที่เคารพสักการะตลอดมา

ที่วัดนี้ ... มีพิพิธภัณฑ์ ที่เก็บรักษาข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดของท่าน

สิ่งที่น่าทึ่งมากๆ คือ บรรดาข้าวของเครื่องใช้ของท่าน
ที่มีน้อยมาก ไม่มีทรัพย์สมบัติมีค่าเลย ...
มีแต่ของใช้ที่จำเป็นประจำวันเท่านั้น
และส่วนใหญ่ ก็เป็นสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเองแทบทั้งนั้น

และอีกวัดหนึ่ง ที่สมควรจะไป คือ วัดพระธาตุเชิงชุม .....
วัดเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมือง สกลนคร

จากนั้น ข้าพเจ้าก็ออกจากเมืองสกลฯ ไปต่อยังวัดป่าอุดมสมพร
วัดนี้ เป็นวัด "หลวงปู่ผั้น" ซึ่งปัจจุบันท่านก็ได้มรณภาพไปแล้ว เช่นกัน ....
จำได้ว่า .... ตอนเด็กๆ ก็เคยมาวัดนี้ ....
และยังได้เหรียญของท่าน ไปห้อยคออยู่หลายปี
ห้อยจนเหรียญลบเลือนไปมาก .....
วันหนึ่ง ข้าพเจ้าเปิด net ดู web พระเครื่อง เล่นๆ...
พบว่า เหรียญรุ่นนี้ ... ปัจจุบันมีมูลค่า มหาศาล ...
ตอนนี้ เลยเลิกห้อย เก็บไว้อย่างดี เพราะกลัวหัวขาด ....

ที่หน้าวัด .... ข้าพเจ้าพบกองทัพจักรยาน คุยกันจ้อกแจ้ก ...
ข้าพเจ้าจึงไม่รอช้า ... แวะเข้าไปร่วมวงสนทนา ....
ก็เลยได้พบกับ พระเอกของงานนี้ ....
ชายชรานักปั่นจักรยาน ในชุดขาว ...
คุณลุงมานิตย์ อินทฤทธิ์ .... อายุ 62 ขวบ ....
ปั่นรถมาจากปัตตานี ...
ออกเดินทางตั้งแต่ 12 สิงหาคม ....
ท่านตั้งใจจะไปไหว้พระทั่วประเทศ ... ทุกจังหวัด
ไหว้เพื่อขอสันติสุขให้ 3 จังหวัดภาคใต้ ....
และเทอดพระเกียรติในหลวง ....
มีกำหนดเสร็จโครงการในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ .....
ตลอดทาง ก็มีเหล่านักปั่นจักรยาน ณ จังหวัดนั้นๆ มาต้อนรับ
ท่านอายุมากแล้ว ... แต่แข็งแรงจริงๆ .....
การ ไปเที่ยวครั้งนี้ แวะวัดต่างๆ มากเป็นพิเศษ ...
เพราะสกลฯ เป็นแหล่งวัดป่า ...
แต่ละที่ ล้วนมีเรื่องราว ที่น่าสนใจมากมาย


อย่างไรก็ตาม .....
เพียงแค่ ได้อยู่เงียบๆ ในวัดป่า ....
ดูสรรพสิ่งรอบตัว .... มันก็เป็นสุขแล้ว

อีกทั้ง .... ข้าพเจ้ายังได้ทำ
ในสิ่งที่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำเลย ในชีวิตคนเมืองหลวง ....
คือ การนั่งเงียบๆ .... ท่ามกลางความสงบเงียบ
เพียงแค่มองใบไม้ 1 ใบ
ค่อยๆ ร่วงหล่น และตกนิ่งอยู่กลางลานดิน ...
ก็อาจจะให้คำตอบอะไรดีๆ ให้กับชีวิตตัวเองได้ .....
อีกสิ่งหนึ่ง.... ที่ข้าพเจ้าชอบทำ ....
เวลาไปวัดตามต่างจังหวัด ก็คือ ...
ไปคุยกับ พวกเณร ....
ซึ่งวันนี้ ... ก็สนุกมาก
เพราะเณรวันนี้ ยังใสๆ ซื่อๆ และขี้อาย

เณรบอกอายๆ ว่า ......
ปิดเทอมนี้อยู่ว่างๆ เลยมาบวชเทอดพระเกียรติในหลวง ....
โครงการบวชเณร 84,000 รูป .... ถวายในหลวง
ข้าพจ้าถามเณรว่า สอบวิชาสังคม ตก หรือ?
เลยโดนครู จับมาบวชแทนการสอบซ่อม ....
เณรไม่ตอบ แต่หัวเราะแบบอายๆ ว่า .... หุหุหุ
สงสัยจะมาบวช แทนสอบซ่อมจริงๆ อ่ะ....
ก็ดี ๆๆๆ .... ดีกว่าไปวิ่งเล่น
เณรบอกว่า .....
อีกไม่กี่วัน ก็เปิดเทอมแล้ว ...
จะได้สึก ไปโรงเรียน ไปเตะบอลล์ ซะที ....

เณรองค์อื่นๆ ที่ร่วมโครงการนี้ .... ก็นั่งกันสลอน เต็มวัดเช่นกัน

จากประสบการณ์ ข้าพเจ้าพบว่า
ประตูโบสถ์ของอีสาน แบบที่เป็นไม้แกะสลัก ... สวยสุดๆ ทั้งนั้น
จากตัวอย่างข้างบน .... เรียกว่า เป็นผลงานที่เรียบง่าย แต่ฝีมือสุดยอด
หน้าตาสงบ และเมตตา
ท่าทางดูทั้งสง่างาม ทั้งอ่อนช้อย ราวมีชีวิตชีวาจริงๆ ....

รูปนี้ .... เรียกว่า ..."ทางสู่สุข" ...
ดูสงบเงียบ ... งดงาม .... และเขียวสดใส ....
ทั้งๆ ที่ความจริง มันคือ ทางเดินไป "ห้องส้วม"

แล้วข้าพเจ้า ก็เดินทางต่อไป
ได้ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ... ตลอดบ่ายวันนั้น
และแน่นอน ตามทางสายเล็กๆ ...
บรรดาเจ้าถิ่น ก็ยึดครองถนนเช่นเคย ....

และตอยบ่ายแก่ๆ เกือบๆ จะเย็น .... ก็เข้าสู่จังหวัดนครพนม
ข้าพเจ้าก็ได้สักการะพระธาตุพนม .... ณ เย็นวันนั้น


จากนั้น ก็ลัดเลาะถนนริมลำน้ำโขง ที่เชี่ยวกราก และแดงจัด ... สู่จังหวัดมุกดาหาร


คืนนั้น .... ข้าพเจ้าออกมาเดินเล่นตามธรรมเนียม
ดูเหล่าสินค้าแปลกๆ ที่ทะลักข้ามชายแดนไทย-ลาว เข้ามา
ขนมทุกอย่าง น่ากินทั้งนั้น
แต่แน่นอนว่า .... ขนมทุกอย่างปลอมหมด ... ราคาถูกสุดๆ ....
ตั้งใจจะซื้อมาฝาก เด็กๆ IE ....
แต่กลัวมันจะกินแล้วตาย ... อย่าดีกว่า

และสำนึกสุดท้าย .... ก่อนจะนอนหลับ
ข้าพเจ้าก็ยังนึกถึงคุณลุงกระดูกเหล็ก ....
ขี่จักรยานทั่วประเทศ ......
ข้าพเจ้านับถือ ในความมุ่งมั่น และอดทนของท่านมากๆ
อุตส่าห์ขี่จักรยาน เพื่อสันติสุข .....
แต่จะมีใครเข้าใจ หรือเห็นคุณค่าบ้างไหม?
ไม่รู้ว่า.... ตอนนี้ขี่ไปถึงไหนแล้ว ?
ก็ขอเป็นกำลังใจ ให้กับท่านก็แล้วกัน ....


และท้ายสุด ... สำนึกสุดท้ายจริงๆ ก่อนหลับ
....ข้าพเจ้านึกถึงเหล่า หลวงปู่ หลวงตา ...ผู้ล่วงลับไปแล้ว
ที่วันนี้ ... ข้าพเจ้าได้มีโอกาส ไปกราบไหว้อัฐิท่าน ....
.... ข้าพเจ้า ไม่ได้ไปกราบไหว้ เพราะงมงาย
... ไม่ได้ไปกราบไหว้ เพราะศักดิ์สิทธิ์
... ไม่ได้ไปกราบไหว้ เพราะ ท่านเป็นพระดัง ระดับอรหันต์ ....
แต่ไปกราบไหว้ ... ในคุณความดีของท่าน ....
เพราะ ท่านเหล่านี้ เป็นครูที่แท้จริง ...
.... ท่านเดินเท้าเปล่า ทั่วทั้งแผ่นดินอีสาน ....
สั่งสอนคน ให้ตื่นจากความโง่ .... สั่งสอนคน ให้ทำดี ...
ท่านทำแบบนี้ ตลอดชีวิต ....
และ แม้แต่วาระสุดท้ายของชีวิตท่าน ....
ท่านก็มีเหลือแค่ผ้านุ่งห่มสามผืน
แปรงสีฟันเก่าๆ และของใช้จำเป็น เท่านั้น .... ฯลฯ
ไม่มีเงินสด ไม่มีบัตรเครดิต
ไม่มีบัญชีธนาคาร ไม่มีมือถือ .....
ไม่มีอะไรเลย
เป็นพระ ที่แท้จริง ...
ดังนั้น ในวันนี้ ....
พอได้ไปกราบไหว้ สักการะท่านเหล่านี้แล้ว ....
ก็ทำให้ ครูสมองเล็กๆ อย่างข้าพเจ้า ....
หายเหนื่อย หายท้อแท้ .....
มีกำลังใจ ในการทำงานมากยิ่งขึ้นๆ
และ ได้คำตอบดีๆ ....
เกี่ยวกับจุดมุ่งหมาย ของชีวิตตนเอง ...
............................
..... จบวันสอง ......

...........................................................................

๖ ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Sa tu....

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อยากไปแบบนี้มั่ง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อยากินอ่อมเต่าอ่ะ ........
ดูแล้วเณรไทย ดู แนว กว่าเณรพม่านะครับ ดูสะอาดก่วา 555 +


ปล. รูปเด็กคนนั้นลูกใครครับ .....(เฉลยด่วน..)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

โปรดติดตามตอนต่อไป

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อยากกินส้มตำ ทีหลังอย่าลงรูปอาหารได้มั๊ยครับ มัน ทอ-ระ-มาน

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เด็กๆน่ารัก