วันอาทิตย์, พฤษภาคม ๒๐

บทที่ 1 : ตำนานตึกภาค IE ....

เรื่องราวในตำนานเก่าแก่ ที่ข้าพเจ้ามักจะเล่าให้เด็กๆ ชาว IE ทุกรุ่น ที่หลงมาเรียนวิชาของข้าพเจ้า กล่าวไว้ว่า ....

“ …… โลกของเรา ผ่านคลื่นอารยะธรรม มาแล้ว 3 ยุค ... เกษตร ... อุตสาหกรรม ... และ IT … .”

แม้ว่าตำนานเรื่องนี้ จะดูพิลึกพิลั่นฉันใด แต่ตำนานเรื่องวิวัฒนาการของตึกภาคเรา ก็ย่อมมีเรื่องราวพิสดารมากมายฉันนั้น ....

.... เคยสังเกต กันบ้างไหมว่า
ตลอดช่วงการเป็นนักศึกษาของพวกเรา
ภาพที่เห็นชินตา คือ .....
ภาพการก่อสร้าง ต่อเติม เปลี่ยนแปลงตึกภาคตลอดเวลา
ไม่เคยมีวันใดเลย .....ที่บ้านเมืองเราจะสงบสุข
เงียบจากเสียงก่อสร้าง ....ปราศจากฝุ่นละออง
..... เคยมีวันใดบ้าง
ที่น้ำไหลแรงดุจน้ำตก
.....ไฟฟ้าไม่กระชากดับๆ ติดๆ ....
เคยมีวันใดบ้างไหม ......
ที่คอมพิวเตอร์ในห้องคอมพ์ สามารถใช้งานได้ทุกครบเครื่อง
... มีบ้างไหม ... ที่ internet แรงสุดสปีด ......
เคยมีวันไหนบ้าง ที่ห้องเรียนมีแอร์เย็นสบายสม่ำเสมอ
และท้ายที่สุด ... จะมีวันไหนบ้างหนอ ...
ที่โถปัสสาวะชาย ....จะใช้งานได้ครบถ้วนทุกโถ
โดยไม่มีการอุดตัน .....ซะที ...
คำตอบก็คือ ...พวกเราไม่เคยมีวันแบบนี้เลย.....

อย่างไรก็ตาม เหล่าเด็กๆ ชาว IE ทุกรุ่น นับตั้งแต่พวกเดนตายรุ่นแรกๆ ตราบจนถึงรุ่นล่าสุด ต่างหลงเชื่อในทฤษฎีคลื่นอารยะธรรม 3 ลูกของมนุษยชาติของข้าพเจ้าว่า ....

ทุกสิ่งในโลกล้วนแต่ชิวชิว ....
อย่าไปคิดอะไรให้มากมาย ....
การเกิด ความเสื่อม การซ่อมแซม
การโปร การฝิ่น การเมา ....
การล่มสลาย การอุดตัน
คือ ....สิ่งที่เรียกว่า
ผลกระทบจากพัฒนาการ ...แห่งคลื่นอารยะธรรมโลกทั้งสิ้น
..... ฟังดูฉลาดดีแท้ๆ ......
ดังนั้น ...
ก็ทนๆ ไปเถอะ เพราะ .....

....เพราะ ตึกภาค IE ที่พวกเราอยู่กันในปัจจุบันนี้ ก่อสร้างและใช้งานมานานแสนนานมากแล้ว

ตั้งแต่สมัยที่ข้าพเจ้ายังเป็นเด็กน้อย เรียนอยู่ชั้นปีที่หนึ่ง ในราวปี 2525 ที่ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สจล. ทุกเช้าวันพุธ ข้าพเจ้าต้องจำใจต้องเดินแด๊ะๆ ตัดทุ่งนา เพื่อมาเรียนวิชา Drawing ที่สอนโดยท่านอาจารย์พรศักดิ์ ที่ตึกนี้

ข้าพเจ้าจำได้ดีว่า .... ระหว่างเดินทาง ต้องเตรียมหาไม้ลำยาวๆ ไว้ป้องกันตัวเสมอ เพราะจะมีฝูงควายเจ้าถิ่น เดินเตร็ดเตร่หากินอยู่ตามรายทาง หากเดินไม่ระวังอาจจะถูกควายไล่ขวิดได้

ในสมัยนั้น ตึกภาคเรา เป็นตึกหลังเล็กๆ สีขาวสวยงาม ปลูกอยู่พงต้นกก กลางน้ำ เหมือนบ้านตึกหลังน้อยบนเกาะเล็กๆ ที่สวยงามบริสุทธิ์ และในกาลต่อมา ตามหลักวิวัฒนาการของคลื่นอารยะธรรม ได้เกิดมีการบุกรุก ตัดไม้ ถางหญ้า ไล่ล่าควาย และถมที่ปลูกตึกต่างๆ เพิ่มขึ้นๆ มากมาย ทำให้ตึกภาคเรา กลายเป็น อีตึกมอมๆ สีมอๆ สกปรกๆ ฝาผนังปูนเริ่มป่นยุ่ย มีรอยร้าวเกิดขึ้นรอบตัว แถมมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับภูตผีปีศาจแบบแปลกๆ ที่ชอบสิงสู่ตามโคนเสา โพรงเสา มากมายหลายตำนาน ช่วยเพิ่มสยดสยองของตึกเก่าๆ หลังนี้ยิ่งนัก

ต่อมา เมื่อภาคเครื่องกลสร้างตึกใหม่ ตึกหลังนี้จึงถูกปล่อยทิ้งร้างไว้โดยปริยาย ตราบนานเท่านาน จนวันหนึ่ง มีคนกลุ่มเล็กๆ ที่มุ่งมั่น อดทน แน่วแน่ แต่ชอบสร้างภาพบ้าง ไร้สาระบ้าง และมักจะเกียจคร้านบ้างบางเวลา ได้ตัดสินใจ อพยพมาตั้งถิ่นฐาน ณ ตึกผีสิงหลังนี้กัน โดยในยุคแรกเริ่ม คนกลุ่มนี้ ประกอบด้วย เหล่าอาจารย์หนังเหนียว และกลุ่มเด็กๆ IE เดนนรก รุ่นแรกๆ ที่ทั้งหลงผิดและสิ้นคิด ที่เลือกมาเรียนที่ภาคนี้


(สค. 2541 : ตึกภาค IE สมัยไม่มีหลังคา)

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสภาพตึกนี้ จะแย่แค่ไหน พวกเราสุขใจที่ได้ทนทุกข์ร่วมกัน ช่วยกันเก็บกวาด ซ่อมแซม ทาสี ปูพื้น เดินไฟ ดูดส้วม เซ่นไหว้ผีตามโคนเสาต่างๆ แอบลักไฟฟ้าและ internet จากเพื่อนบ้าน แม้ว่าสภาพของตึกในตอนนั้น ดูเก่าๆ โทรมๆ โล้นๆ เลี่ยนๆ เพราะไม่มีหลังคา และยิ่งเวลาฝนตกลงมา สายน้ำจะซอกซอนลงมาทุกซอก ทุกมุม ทุกร่อง ตามรอยแตกร้าวแทบจะทุกตารางนิ้ว เหมือนระบบชลประทานน้ำหยด แต่พวกเราก็ได้คิดค้นวิธีแก้ปัญหาน้ำรั่วทั่วทั้งองค์กร (total preventive water leak) ด้วยวิธีง่ายๆ โดยการสร้างหลังคาขนาดยักษ์ ครอบคลุมดาดฟ้าตึกเราเสียเลย และมันก็ได้ผลดีจริงๆ ด้วยตราบจนบัดนี้

(ธค. 43 : พี่ต้อมและเด็กๆ รุ่นหนึ่ง ทำป้ายภาค)

ต่อมา ไอเดียพวกเราก็เริ่มบรรเจิดขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากการสร้างสรรค์งานศิลปะอันยิ่งใหญ่ที่ออกแบบของท่านอาจารย์พี่ต้อม กล่าวคือ ได้ช่วยกันทำป้ายชื่อภาควิชา โดยลงทุนเลื่อยแผ่นพลาสติกและพ่นสีกันเอง แล้วช่วยกันติดตัวอักษรด้วยเทปกาวสองหน้า ไว้เหนือประตูหน้าทางเข้าภาค ผลงานชิ้นนี้ เรียกได้ว่า ดูเรียบร้อยดีพอใช้ สามารถต้อนรับแขกเหรื่อได้ไม่อายใคร

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนักที่ชวนปวดหัวที่สุดของป้ายนรกชิ้นนี้ ก็คือ ถ้าวันใดฝนตกหนักไปบ้าง อากาศชื้นไปบ้าง หรือแม้วันใดที่มีแสงแดดแรงไปบ้าง ตัวหนังสืออันสง่างาม จะผลัดกันตกๆ หล่นๆ ลงพื้นแบบไร้เยื่อไย จึงถึงกับต้องจัดเวรยาม คอยตามเก็บตัวอักษร มาติดกาวใหม่แทบทุกวัน และครั้งที่ร้ายแรงที่สุด คือ วันที่มีตัวอักษรหลุดไปตกลงมาถึง 7 ตัว ทำให้ประชาชนที่ผ่านไปมา อ่านชื่อภาคเราได้ว่า “ภาควิชาวิศวกรรมกร” เลยเป็นแรงผลักดันอันยิ่งใหญ่ ให้เราตัดสินใจลงทุนทำป้ายแบบดีๆ แบบชาวบ้านภาคอื่นๆ บ้าง ดังที่เห็นได้ในปัจจุบันนี้

(พย. 2544 : นายอาร์ท Zn รุ่นหนึ่ง มาช่วยสอน workshop ที่หน้าภาคฯ)

นอกจากนี้ ปัญหาที่สำคัญที่สุดของตึกนี้ คือ เรื่องความแออัด เพราะพื้นที่ workshop และห้องเรียนมีขนาดเล็กมาก ยิ่งวันใด หากมีการสอน workshop ที่ต้องมีการเชื่อมหรือตัดโลหะ พวกเด็กๆ ก็จำเป็นต้องออกมาลอยหน้าลอยตา ทำงานกันตามเชิงบันไดขึ้นตึก ถ้าแดดร้อนมาก ก็ต้องกางร่มเป๊บซี่ขนาดใหญ่ไว้หน้าภาค ทำให้บรรยากาศดูเหมือนยกเอาตลาดนัดมาไว้หน้าภาค เพราะ ข้อห้ามหนึ่งที่ร้ายแรงที่สุดของภาคเรา คือ ห้ามกระทำการใดๆ ภายในตึก ที่จะก่อให้เกิดควันลอยคละคลุ้งในพื้นที่ เพราะตึกภาคมีขนาดคับแคบ และไม่มีช่องทางระบายอากาศ จึงอาจจะเกิดภาวะการขาดออกซิเจนตายกันทั่วทั้งองค์กรก็เป็นได้ หรือเกิดภาวะตื่นตระหนกจนอาจเหยียบกันตายก็เป็นได้

(เมย. 2545 : สร้างชั้นลอย)

ดังนั้น ด้วยสถานการณ์เยี่ยงนี้ เราจึงตัดสินใจเสี่ยงออกแบบชั้นลอยที่ท้าทายค่าแรงโน้มถ่วงโลก เพื่อให้ได้ใช้พื้นที่ฝั่งซ้ายของชั้นสอง สร้างเป็นห้องสำนักงานภาค ห้องทำงานพี่ต้อม และห้องเล้าเป็ด สำหรับเด็กๆ มานั่งมั่วสุมลอกการบ้านกัน

(ตค. 2547 : สร้างโรงหล่อและโรงเชื่อม)

จากนั้น เราทำการเพิ่มพื้นที่อาคาร ด้วยวิธีรุกรานภาคเครื่องกลทีละเล็กละน้อย โดยใช้นโยบายป่าล้อมเมือง ด้วยการสร้างเพิงสลัมที่ค่อยๆ งอกรุกล้ำออกมาล้อมตึกทางด้านหลัง และเมื่อเจ้าของตึกเผลอ … เพียงแค่พริบตาเดียว .....เพิงเล็กๆ ก็กลายเป็นโรงหล่อและโรงเชื่อม ที่สวยหรูดูดีมีราคา ทั้งๆ ที่ความจริงนั้น งานนี้สามารถสำเร็จลงได้ ด้วยหยาดเหงื่อและแรงงานของชาว IE ห้อง Zn รุ่นที่ห้า โดยการออกแบบและอำนวยการของท่านวิศวกรใหญ่ ที่พลิกผันความชำนาญจากช่างออกแบบป้ายพลาสติก ไปเป็นวิศวกรโยธา …. ใช่แล้ว ….ท่านอาจารย์พี่ต้อมเจ้าเก่าอีกนั่นแหละ ......

(กค. 2549 : เคลียร์พื้นที่ฝั่งซ้าย)

และล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว ด้วยความอนุเคราะห์จากภาคเครื่องกลที่แสนดี ภาคเราก็สามารถขยายพื้นที่ออกไปจนเต็มพื้นที่ของตึก IE ทั้งหมดทั้งสองด้าน ทำให้ Workshop สามารถขยายได้เต็มปีกด้านขวา และสามารถสร้างห้องเรียนและห้องโถงใหญ่ได้เต็มพื้นที่ในปีกซ้ายของตึก

(สค. 2549 : สร้างชั้นสอง)

และยิ่งไปกว่านั้น เราได้ต่อเติมอาคารสูงขึ้นอีกหนึ่งชั้น ที่ปีกซ้ายของตึก เพื่อทำเป็นห้องพักอาจารย์ใหม่ทั้งหมด ทำให้ปัจจุบัน เรามีพื้นที่ใช้สอยเต็มที่ สามารถรองรับการจัดกิจกรรมไร้สาระแบบต่างๆ ของชาว IE ได้อย่างเต็มรูปแบบเกินกว่าจะจินตนาการได้

(พย. 2549 : IE New look)

และเพื่อจะแสดงให้เด็กๆ เข้าใจถึง "ทฤษฎีการสร้างภาพและป้ายสี" ที่ข้าพเจ้าพยายามพร่ำสอนเด็กๆ เสมอว่าเป็นศาสตร์แขนงสำคัญยิ่ง ของวิศวกรรมอุตสาหการ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถทำให้ "ผลิตภัณฑ์" ที่ดูแย่ๆ กลายเป็นสิ่งที่ดูดีขึ้นมาได้อย่างง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ ดังนั้น จึงได้มีการตัดสินใจลงทุน ทาสีตึกภาคเราใหม่หมด เพื่อสร้าง image ของภาควิชาเรา ให้ดูดีและมี class โดยเลือกเอาสีส้มอ่อนๆ แบบผู้ดีๆ มาเป็นสีประจำตึกภาค เพราะนอกจากจะช่วยบ่งบอกถึงความเป็นสจล. ได้ดีแล้ว ก็ยังสามารถดูดอมฝุ่น ละอองดินลูกรัง และซ่อนรอยร้าวของตึกได้ดียิ่งนัก


ในปัจจุบัน มีเสียงร่ำลือว่า หากใครก็ตามที่นั่งเครื่องบินขึ้นลง ณ สนามบินสุวรรณภูมิ หากมองผ่านหน้าต่างด้วยความเร็วประมาณ 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มายังบูรพทิศ จะย่อมตื่นตาตื่นใจกับอาคารขนาดเล็กๆ ดูทันสมัย สีส้มอ่อนๆ แกมเบจ เรืองรองสดใส มีรสนิยมแบบ hi-so ๆ ดูโดดเด่นที่สุดในสถาบันฯ …. แม่นแล้ว …. ตึกภาคเรานั่นเอง ….

๒๐ ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จะหกโมงแล้ว ขอตัวอาบน้ำไปทำงานก่อนนะคับ เดี๋ยวไม่ทันรถ เฮ่อๆ ชีวิตมันเศร้าครับ เดี๋ยวตอนเย็นมาอ่าน

|| A_ToN@KMITL || <==(======> ++ จอมยุทธผู้เงียบขรึม นักปราชญ์ศาสตราชีวิตแห่งวิศวกรรม....

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คิดถึงพี่ๆและเพื่อนๆทุกคนนะครับ

|| A_ToN@KMITL || <==(======> ++ จอมยุทธผู้เงียบขรึม นักปราชญ์ศาสตราชีวิตแห่งวิศวกรรม....

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คิดถึงเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ

Pay Z'07 กล่าวว่า...

คิดถึงเพื่อนๆ พี่ๆ จารย์ แล้วก็น้องๆด้วยอะ อยากกลับไปเรียนอีกอะ ฮือๆๆ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คิดถึงทุกคนครับ
อยากกินเหล้าด้วย ^^

เอก Z-back

Zehcoras กล่าวว่า...

ตอนเรียนก้ออยากจะทำงาน แต่พอทำงานก้ออยากกลับไปเรียนอีก คิดถึงเพื่อนๆทุกคนแล้วก้อห้องใต้บันไดที่ๆเราเคยมั่งสุมเอ้ยตั้งหน้าตั้งตาทำโปรเจกตางหากเนอะ
BadBoy i.e.07

Y_O_K กล่าวว่า...

เพิ่งรู้ซึ้งกะสิ่งที่พี่ๆปีแก่ บอกว่าให้เก็บประสบการณ์ตอนเรียนไว้ให้ดี พอทำงานแล้วจะนึกถึงมัน

มันจิงซะยิ่งกว่าจิงค่ะ คิดถึงเพื่อนมากมาก...

ขอโทษ ถ้าไม่ได้ไปหา..เราเสียใจจิงจิงว่ะ

คิดถึงพี่เต่ากะพี่หนึ่งค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

หลังจากอ่านเรื่องราวที่เขียนไว้แล้วนี้ ทำให้นึกย้อนกลับไปถึงเมื่อตอนย้ายจากห้องภาคของเรา เมื่อปี 1999 เหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ห้องที่มีม่านเขียวที่ชั้น 3 ของตึกภาคเครื่องกล ห้องที่พวกเรานั่งเล่นเกมส์กันจนสว่าง แถมยังทำให้คิดถึงเพื่อนๆ ทุกคนที่เรียนมาด้วยกัน เครื่องยิงลูกเทนนิส เครื่องตักลูกปิงปอง และงานลาดกระบังนิทรรศน์ปี 2000 ที่เป็นงานลาดกระบังนิทรรศน์แรกของพวกเรา IE งานที่พวกเราเหนื่อยกันจนสว่าง งานเสร็จแบบไฟลนก้น แต่ออกมาดูดีมีราศี อย่างไม่น่าเชื่อ
ไม่นึกเลยว่าวันนี้ตึกภาคโทรมๆ ของพวกเราจะดูยิ่งใหญ่ Hi-So อลังการเช่นนี้ ทำให้รู้สึกอิจฉาน้องๆ เลยนะเนี่ย
คิดถึงเพื่อนๆ Z01 ทุกๆ คน คิดถึงอาจารย์พรศักดิ์, พี่เต่า, พี่ต้อม, พี่สกนธ์, พี่เป๋า, พี่วิภู, พี่นาต, ลุงยืน, ซุ้มโค้ก
งาน 10 ปี IE ลาดกระบังมีเมื่อไหร่ บอกด้วยนะคับ

คิดถึงทุกๆ คนจริงๆ
We-Vy

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ถึงผมเองจะไม่ได้มีส่วน ในความยากลำบากของพี่และผู้บุกเบิกทุกๆคน ที่ทำให้ภาคของเราเป็นอย่างทุกวันนี้ ผมอาจจะมาเห็นในวันที่อะไรต่างๆ ถูกพัฒนามามากแล้ว แต่ผมก็รับรู้ถึงทุกๆความยากลำบาก ที่พี่และทุกๆ คนต้องลำบากช่วยกันสร้างมาเป็นอย่างดี จนทุกอย่างเป็นได้อย่างทุกวันนี้ ขอบคุณนะครับในทุกๆ หยาดเหงื่อ ขอบคุณในความเสียสละต่างๆ ของพี่และทุกๆคนจนทำให้ภาคเป็นได้อย่างทุกวันนี้ ผมชอบนะครับสำหรับ web ที่พี่กำลังตั้งใจทำ และคิดว่าพี่คงรู้สึกดีมากกว่า การเซนต์หนังสือ ประชุม และคอยสนองนโยบาย ท่านๆ ทั้งหลาย ที่พี่ต้องทำมาตลอด 5 ปี อย่างน้อยสำหรับผม มันก็จะได้ช่วยเตือนความทรงจำได้ดี "ว่ากระเบื้องทุกแผ่นทุกผมได้เดินอยู่อย่างสบายทุกวันนี้ ต้องผ่านความยากลำบากอะไรมาบ้าง " ผมจะพยายามค่อยๆ เดินแล้วกันนะครับ มันจะได้ไม่หลุด "แซวเล่นนะครับ" ขอให้ทำให้สำเร็จอย่างที่ตั้งใจนะครับ ขอบคุณนะครับที่ทำภาคดีๆ และหน้าอยู่แบบนี้ให้ ขอบคุณครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึก 555 ได้หลายๆตอนแล้วอย่าลืมรวมเล่มนะครับพี่ เดี๋ยวจะช่วยกระจายข่าวให้เพื่อนๆครับ

nonemonkey

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ่านแล้วคิดถึงตอนเรียนที่ภาคมากๆเลยค่ะ
อยากเจอเพื่อนๆ พี่ๆน้อง อยากเจออาจารย์
เหมือนแต่ก่อน เฮฮา เล่นบ้างเรียนบ้าง ชีวิตขำๆ
แต่ตอนนี้มันเริ่มจางหายไปเรื่อยๆ
ขอบคุณค่ะพี่เต่า ที่ทำบล็อคนี้ขึ้นมา
มันจะเป็นเสมือนศูนย์กลางของพวกเราค่ะ

pummyIE07

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สิ่งต่างๆที่พี่เต่าเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีต แม้ไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง แต่มันก็ยังมีความรู้สึกและบรรยากาศที่ดีๆ หลงเหลือให้ได้เห็นในปัจจุบัน กับความเป็นเอกลักษณ์ของชาว IE ลาดกระบังแห่งนี้

You know who I am

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เข้ามาเช็คชื่อครับ อ.

อ.จะจัดงานครบรอบ10ปีเมื่อไรครับ
ผมรออยู่ ตาไม่กระพริบ อิอิ

ส่วนภาพตึกผีสิง(เดิมๆ) ผมยังมีภาพอยู่เลยยังจำได้อยู่เลย

แล้วก็ปีแรกที่เราไช้ตึกเครื่องกล ตอนนั้นตึกเครื่องกลใหม่สวยมากกกก ถึงขนาดออกTV และเขาก็ใจดียกตึกนี้ให้ เพราะพวกเราไปกวน...เขา(ประมาณว่าจะยึดตึกเขา)เขาก็เลยตัดไฟแต่ต้นลม ไล่ๆไปตึกเก่าๆ โทรมๆ แต่ขอบอกน้องๆเลย ว่าตึกนี้อะ ของนอกล้วนๆ ญี่ปุ่น ออกแบบ สร้างให้ แล้วก็มีเครื่องจักร โบราณๆ อยู่เช่นเครื่องแยกธาตุ ซึ่งผมก็ไม่คิดว่า ประเทศไทยจะมี แต่เครื่องกลก็ทิ้งให้ร้าง ยังมี เครื่องtestรถยนต์ พวกวัดแรงม้าที่เป็นกราฟ แต่ตอนหลังรู้สึกว่าไม่เห็นแล้ว แล้วก็ของไรไม่รู้(ขยะ)เต็มไปหมด

แล้วก็การใช้ชีวิตตอนโน้น พวกเราก็รวมพลกันที่ โรงอาหารเก่า (โรงอาหารตึกใหม่ตอนนั้นยังไม่มี)ตึกเคมี ก็กำลังสร้าง แล้วก็ยกพวกไปทานข้าวเย็นที่ c-con ยังมีเรื่องไปทานอาหารแถวตึก คุรุ อิอิ
ที่ๆผมไปประจำ เพราะไปหาสาว และข้าวอร่อย ไอ้ร้านน้ำพริกลงเรือที่ โรงอาหารใหม่อะ แต่ก่อนเขาอยู่คุรุ

เอาละแค่นี้ก่อน เที่ยงคืนแล้วไปนอนแล้ว

วุฒิ IE01

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เรื่องราวที่ได้อ่าน รูปภาพที่ได้เห็น มันทำให้ผมนึกย้อนกลับไปวันแรกๆที่ผมเข้ามาในภาคนี้ ตึกเก่าๆที่ยกให้ภาคเรา แต่ผมมองว่ามันสุดยอด โดยเฉพาะห้องหัวมุมตึกติดบันไดวน ดูลึกลับ น่ากลัว พอมีโอกาสได้เปิดเข้าไป กลิ่นคาวโลกีย์เข้าจมูกบอกให้รู้ว่า ห้องนี้ไม่ธรรมดาซะแล้ว!!!(มันคือแหล่งมั่วสุมครบวงจรขนาดย่อม พร้อมทางหนีทีไล่ ไม่แพ้บ่อนเตาปูนเลยทีเดียว )ทำให้รู้ว่าพวกเราชาว Zn ต้องเข้ายึดห้องนี้ให้ได้ แต่ด้วยความเหนียวแน่นของ Z รุ่น 1 ทั้งเก่าและเก๋าทำให้เรายังไม่สามารถเข้าตีและยึดครองมาได้ ทำได้แต่แทรกซึง ยอมเป็นเบี้ยล่าง คอยซื้อบุหรี่และกาแฟประเคนรุ่นพี่อย่างพี่ป๊อบZ รุ่น 1(ปูป๊อบเฝ้าทรัพย์ภาค)และไม่นานพวกเราได้กันช่วยเนรมิตรภาค ให้ดูหรู มีการออกแบบ รองรับงานนิทรรศปี 2000 ให้สมกับคำว่า Master of Change พร้อมกับป้ายผ้าขนาดยักษ์ เศษเหล็กที่ดูเหมือนเครื่องจักรเล็กๆดูตลกๆ ที่ไหนได้มันคือชิ้นงานโปรเจคของZ รุ่น 1 โอ้ว....มันสุดยอด(ทำได้ยังไง)เรื่องราวภาคเรา มีมากมายเกินจะเล่าหมด มีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ช่วยกันติวหนังสือ สร้างภาค ไปดูโรงงาน ไปรับน้อง ตั้งวงกินเหล้า(ในภาคหน้าภาคทำมาหมดแล้ว)ความอิจฉาริษยา เล่นกีฬาในร่ม(ผ้า)ตีท้ายครัว รักซ้อนเงื่อนเพื่อนทรยศ จนกระทั่งอาจารย์อ้วนดำผู้นี้ ถูกลูบคมด้วยการจับโยนลงน้ำ ถูกตบหัวในวงเหล้า ถูกตบหน้าในวงไผ่ ด้วยความเข้าใจผิด(เป็นเพราะฤทธิ์สุรารวมกับสันดานดิบทำให้กับเรื่องราวนี้ขึ้น)ขำก็ขำนะ แต่ต้องตีหน้าตายไว้ก่อน อิอิ และอื่นๆอีกมากมาย แค่นี้ก่อนแล้วกัน ผมเอาเวลางานมาโพส(มันไม่ดีนะ แต่ผมทำบ่อย)ก็ศาสตร์ทาง IE ทำให้ผมเป็นแบบนี้ ทำงานโดยไม่ใช้แรง(ศาสตร์แห่งคนขี้เกียจแต่บรรลุผลสำเร็จ) หุหุ ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Ie-Kmit'l นะครับ แล้วพอกันงาน 10ปี ภาควิชาคร๊าบบบบบ....Zn'01/อาร์ท

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เข้าภาคไม่ทันห้องบันไดวนอะพี่ ได้ยินมาหลายทีแล้วถ้าไงอย่าลืมให้ฟังนะคะ ว่ามันมีไรสุมมั่ง อิอิ

เป้

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ห้องบันไดวนน่ะเหรอ อืมมม.....เรื่องมันย๊าวว ยาวววว เนอะๆ พี่ๆสมาชิกเหนด้วยมั้ย???

แต่ว่าไปมันก้อไม่ได้มีไรสุมอยู่มากมายอะไรนักหรอก ถ้าจะมีก้อคงเปนพวกตำรา หนังสือเรียนน่ะ วิชาการๆทั้งน้านนนน พี่ๆก้อนั่งปั่นโปรเจคกันไป นั่งปั่นเล่ม Thesis ((ใช่ป่ะ พี่กันย์)) นั่งต่อเครื่อง PLC อะไรเนี่ยแหละ ((เครื่องสีครีมๆ ในห้องพี่ต้อมน่ะแหละ)) แล้วก้อ จก เลย์-โนริสาหร่ายไปเพลินๆ ใช่ป่าว พี่อาร์ททท น้องๆก้อนั่งอ่านหนังสือสงบๆ มีคุณปู่คอยเปิดเพลงบรรเลงเสนาะหูให้ฟังเพลินๆ

พอเริ่มจะเครียดกัน ก้อหันมานั่งจับเข่าคุยกันหนุกหนาน ตามประสาพี่ๆน้องๆ เผลอๆอาจมีมุขตลกเด็ดๆ ฮาๆ จากชาวคณะ ช่วยกันแต่งแต้มบรรยากาศให้มันเหมาะสมแก่สถานที่ไฮโซๆ
ชาวคณะที่ว่า อาทิ เช่น....ปู่ป๊อป, พี่อาร์ท, พี่กันย์, พี่ต๋อง, พี่อั้ม Exact_Away, พี่เด่น Onizuka, พี่ภู, พี่โน๊ต Znes, แมทธิวว และอีกหลายๆชีวิตที่ไม่ได้เอ่ยนาม ((แบบว่า ตอนนั้นคนขยันๆมีกันเยอะอ่ะ))

เล่าซะยาววว ไม่รุจะมีใครเหนด้วยมั่งมั้ย เหอๆ ((ตัวผมเองก้อยังรู้สึกว่ามันฟังดูมีสาระเกินไปรึปล่าวน๊อออ??))และนี่เปนเพียงส่วนเล็กๆ ของเรื่องราวใหญ่ๆ ที่ผมได้มีโอกาสสัมผัส แต่ขอเลือกเอาส่วนเล็กๆนี้มาเล่าให้ฟัง เพราะส่วนที่เหลือ ส่วนใหญ่ ก้ออย่างที่ทั่นพี่อาร์ทว่าไว้...."แหล่งมั่วสุมครบวงจรขนาดย่อม" ((แต่เราก้อช่วยกันเก็บกวาดทำลายหลักฐานได้เรียบร้อยก่อนฟ้าสางทุกครั้งไป))

แต่ถึงอย่างไร ไอ่ห้องแห่งคาวโลกีย์ที่ว่าเนี่ยแหละ ที่เปนจุดเริ่มต้นแห่งชีวิตตามวิถี IE'KMITL ของผม มันสร้างโอกาสให้ผมได้รุจักพี่ๆ และเพื่อนๆ ได้รับรู้และร่วมกันสร้างสรรเรื่องราวมากมาย ซึ่งเหตุการณ์เหล่านั้น สามารถทำให้ผมอมยิ้มได้ทุกครั้ง ในคราวที่ผมนึกถึงมัน

...ยินดีมากครับ ที่ได้มีโอกาสเปนส่วนหนึ่งของ IE'KMITL...

จาก...น้องคนสุดท้อง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

แหม....เล่นเอยนามกันอย่างนี้ เดี๋ยวเขาก็คิดหรอกว่าพี่เป็นคนอย่างงั้นนะ ตายง....น้องรัก แต่มันก็เป็นส่วนเล็กๆน้อยๆจริงๆ ที่เราหยิบยกมาบอกกัน ถ้าให้เล่า ก็คงต้องใช่เวลาเล่านานพอๆกับที่เรียนมาเลยทีเดียว เพราะมันมีเรื่องให้เราจดจำมากมายเหลือเกินกับภาคนี้ที่ไม่เคยมีวันปิดหรือไม่มีใครอยู่ มันต้องมียามผลัดกันเฝ้าภาคตลอด 24 ชั่วโมงตลอดระยะเวลาที่พี่เรียนมา ปัจจุบันนี้ห้องแห่งความลับนั้นก็ได้ถูกเปิดออกแล้ว เปลี่ยนใหม่แต่ยังใช้บานประตูเดิม(หรือป่าว)แต่ขอเล่าต่อว่า จากประวัติของนั้น ได้มีการพยายามจากผู้มีอิทธิพล จะล้มห้องดังกล่าวให้ได้ โดยการเปิดห้องคอมพิวเตอร์ขึ้นใหม่ เพื่อที่จะดึงเด็กออกมาจากห้องนั้น เพราะกลัวจะมีเรื่องอนาจารกับนักศึกษาสาวของภาคได้ แต่ที่จริงแล้วห้องนั้น ถูกบุกรุกด้วยหญิงสาวภาคเราทั้งสิ้น ไม่เคยเกรงกลัวเหล่าชายฉกรรจ์ หน้าโหด หน้าหื่นแต่อย่างใด เดินเข้ามาแล้วก็โยนข้าวของ ลงนั่งเหมือนเป็นบ้านของตัวเองซะงั้น เมื่อห้องคอมใหม่ดำเนินการเสร็จแล้วเปิดใช้ เราก็ได้มีเจ้าหน้าที่ใหม่คอยดูแล ซึ่งเขาไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ ปู่ป๊อบเฝ้าทรัพย์ภาค และได้ผันตัวเองมาเป็นนักวิจัยของภาค จึงย้ายจากห้องแห่งความลับมาสิงห์สถิตย์ในคอมฯแทน ได้สร้างอนาเขตโดยจัดโต๊ะรูปตัว L ติดผนัง พร้อมด้วยโซฟาระดับผู้บริหารไว้คอยนั่งเล่นและรับแขก และเป็นผู้ที่มีคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ฮาร์ดดิสความจุมหาศาลเครื่องเสียงอันทรงพลัง ไว้ข่มรุ่นน้องหน้าใหม่กระดูกอ่อน และพี่ป๊อบคนนี้ ยังเป็นคนที่ทำสถิติ Format เครื่องตัวเองสูงที่สุดในภาค ทำให้ไม่แปลกใจเลยที่เครื่องเขาจะดูเร็วปรู๊ด ไม่มีใครเทียบทานได้ และคอมฯทุกเครื่องในภาค ก็ผ่านการวางยา...เอ้ย..ดูแลจากเขาโดยทั้งสิ้น อยากเล่าต่อนะแต่พิมพ์ไม่เก่ง ไว้วันหน้าจะมาเล่าต่อแล้วกัน

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คอนเฟิร์มครับบบ....งานอดิเรกปู่เค้าคือ ฟอร์แมทเครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ((ของเฮียเค้าน่ะแหละ)) ผมว่ายุคนั้น สมัยนั้น คงหาใครที่จะมีเครื่องคอมทาบรัศมีของปู่คงยากอ่ะครับ แถมยังมีการจัดวางพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างอลังการเหลือเกิ๊นนน เรียกว่าครบครันทั้งระบบภาพ ระบบเสียง ไม่แปลกที่พี่เต่าจะใช้นามเรียกขานว่า IEGV...

ชาวคณะทั่นอื่นๆหายไปไหนกันหมดอ่ะ พี่อาร์ทรู้มั่งป่าววว
วันหลังจะเข้ามาอัพเดทใหม่นะ ตอนนี้แอบใช้เครื่องชาวบ้านเค้าอ่ะ เสียวว้อยยยยยยย!!!

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ว่าเป็นแล้วนะ พี่ป๊อบแกก็เก่งนะ จัดว่ามือหนึ่งของภาคเลยก็ว่าได้ ในเรื่องหาหนังคนไม่ค่อยใส่เสื้อผ้า คลิปแอบตามรูตามตู้ เพลงเก่าตอนเรายังไม่เกิดบ้าง ส่วนเกมส์แกก็ไม่เป็นสองรองใคร อะไรประมาณนี้ สุดยอดนะคนเนี๊ยะ แกเป็นคนดีไม่เคยคิดร้ายกับใคร แต่ชาวคณะอ่ะซิชอบแซวแก ยิ่งเพื่อนแกด้วยแล้วที่ชื่ออะไรน๊า...อ๋อ..พี่กิจเนี๊ยะ ซี้แกเขาเลย ชอบแนะนำสาวๆให้พี่ป๊อบเขา แต่แกก็ไม่สนนะ แกชอบบอกตัวเองว่า "ฉันมันนักวิจัยต๊อกต๋อย ใครจะมาเอาฉัน" พี่ยังจำได้จนทุกวันนี่เลย ว่าก็ว่าเถอะข่าวบอกว่าพี่ป๊อบเป็นแกนนำกู้รัฐปัตตานีนั่นมันจริงรึป่าวว่ะ เชี่ยวชาญด้านการระเบิดมอเตอร์ไซค์ แต่พี่ไม่เชื่อเด็ดขาดเรื่องนี้ เอ๊ะ..หรือมันจะจริง พี่เคยได้ยินแกพูด เวลาโกธรหรือไม่ชอบว่า"มรึงมาเอาชีวิตมาแลกกะกรูไหม" เคยได้ยินป่ะ ใช่ป่ะ ไม่ได้แล้ว ต้องแจ้ง เสรีพิศุทททท ซะแว้ววววว ว่าให้ระวังพวกพลีชีพ ย่านปัตตานี อย่างนี้งาน 10ปีภาคเราต้องช่วยกันดูแลความปลอดภัยกันด้วยนะ พี่ป๊อบแกอาจจะยอมพลีชีพเอาระเบิดมัดตัวเองแล้วขี่ฮอนด้าดรีมลุยเข้ามาในงาน ถ้าแกมาจริงๆให้แกเอารถไปจอดไว้ในโรงยิมนะ คงเป็นทางเดียวที่จะปลอดภัยแล้วนะ ไปแระ...อู้งานต่อดีกว่า อิอิ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

และแล้ววว...เวลาแห่งการอู้งานก้อกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ว๊ากกกก...ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ถ้าเปงงั้นจริง ใครจะขับรถไป ก้อระวังตะปูเรือใบด้วยนะครับ พี่น้องงงงงง
((นี่ถ้าปู่มาเหนเข้า คงดีใจมิใช่น้อยนะเนี่ยย กลายเปนบุรุษในตำนานไปซะแว้ววว))