วันพุธ, เมษายน ๒๓

ตอนที่ 153 : ความลับ... สุดขอบฟ้า (2)

ก่อนอื่น ... ข้าพเจ้าต้องขอโทษ
ที่จงใจแกล้งเขียน ตอนต่อไปให้ช้าลงจากกำหนด
สืบเนื่องจาก ...
มีสมาชิก IE Story มากมาย สนใจอยากจะรู้คำตอบว่า ...
เกิดอะไรขึ้น หนอ? ...
ข้าพเจ้า รำพึงอะไรกันนักหนา หนอ ? ...
อีกทั้ง ...
และมีการตั้งทฤษฎี .... คาดเดา ต่างๆ นานา


ตัวอย่าง ของทฤษฎี จากท่านผู้อ่านทั้งหลาย
เช่น ....
หนึ่ง ... น้องหน้าขาว เป็นนศ. IE รุ่นล่าสุด
สอง ... น้องหน้าขาว เป็นสาวประเภทสอง ...
แบบว่า .... ทักทายเสียงห้าวๆ ... "สวัสดี ฮ่ะ... ฮ่า อ่ะ อ่ะ ..."
สาม ... น้องหน้าขาว เป็น กิ๊ก / แฟน / หรือ มะ-เอีย ...
ของใครสักคน... ที่พวกเรารู้จักกันดี
สี่ ... ไอ่หนุ่มซ้ายมือ ไว้หนวด ...
หันมา ชกหน้าข้าพเจ้าทันที ....
ที่บังอาจ แอบถ่ายรูป มะ-เอีย ของมัน ...
ห้า .... คาดเดา อื่นๆ มากมาย ว่า ....
น้องหน้าขาว เป็นอะไรอีกมากมาย เช่น
เป็น UFO / เป็นหลานสาวในไส้ของข้าพเจ้า /
เป็นลูกสาวคนขาย หมูย่างเมืองตรัง /
เป็น มะ-เอีย คนขับเรือ / เป็น ดาราเกาหลี / ฯลฯ มากมายๆ ...
ดังนั้น
เพื่อไม่ให้เสียเวลา ... ก็ขอเล่าต่อเลย ...
ข้าพเจ้า มองสรรพสิ่งรอบกาย อย่างอ่อนล้า .....
ค่อยๆ รับรู้ และ สัมผัส ....
หน้าตา ผิวพรรณ น้ำเสียง.....
ของเหล่าเพื่อนร่วมทาง ลงเรือลำเดียวกัน ......
... แล้ว ....
ข้าพเจ้า ก็สัมผัสถึง ....
ความขาวใส กระจ่างแจ่มจ้า
ส่องทะลุ ออกมาจากฝูงชน
ณ ท่าเทียบเรือ ปากบารา ......
.......
ข้าพเจ้า ตาฝ้าฟางไปชั่วขณะ ......
แล้ว ....
รำพึงอย่างกึกก้อง กับตนเอง ว่า
"เอ้ยยยย์ ..........
ขาววววววววว์จิงๆ อ่ะ
อย่าบังกล้อง ๆๆๆๆ
ประชาชน ทั้งหลาย ... โปรดอย่า บังกล้อง .... "
แต่เพียงไม่กี่อึดใจ ....
ฝูงชนทั้งหลาย ต่างก็รุมล้อม แก่งแย่งกันลงเรือ ....
จุดสีขาว ... ที่ร่าเริง สว่างไสว แห่งท่าเรือ ปากบารา
เล็กลงๆ ... เล็กลงๆๆๆๆ ...
และค่อยๆ ... จางหายไป ในฝูงชน ....
จากไป .... ราวกับ แสงสดใสสุดท้าย ที่ขอบฟ้าเมืองสตูล ....
..... ชีวิต ก็คงเป็น เช่นนี้เอง กระมัง? ...
มีพบ ... ก็ย่อม มีจาก
มัน ก็คงจะเป็น เช่นนี้ แล ....
ไม่น่าเชื่อว่า ...
เพียงแค่ 3 วินาที .... คนเรา ก็อกหัก ได้ ....
แล้วเรือ ลำของข้าพเจ้า ก็ค่อยๆ ออกจากฝั่ง
ลัดเลาะสู่ทะเลอันดามันอันกว้างใหญ่ ....
เหล่าเกาะเล็ก เกาะน้อย ที่มองเห็นไกลลิบๆ
ก็คือ หมู่เกาะแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในทะเล สตูล ตรัง กระบี่ นั่นเอง ....
จุดหมายแรก ที่เรือเราจะผ่านไป คือ หมู่เกาะตะรุเตา ...
มองเห็นเกาะ ตะรุเตา สีเขียวชะอุ่ม อยู่ไกลลิบๆ สุดขอบฟ้า......

ไม่น่าเชื่อว่า ....
เกาะที่เป็นเหมือนเกาะสวรรค์ ของนักท่องเที่ยวทั้งหลายในปัจจุบัน
ในอดีต ... คือ นรกที่น่ากลัว ของเหล่านักโทษ
เพราะ ที่นี่ คือ สถานที่คุมขังนักโทษ กลางทะเล
ทั้งอ้างว้าง ห่างไกลฝั่ง
ทั้งอันตราย และ ขาดแคลนทุกสิ่งทุกอย่าง
รอบๆเกาะตะรุเตา เป็นหน้าผาหิน สูงโดยรอบ
หากต้องการจะหนีออกจากเกาะ มีวิธีเดียว ก็คือ
ก็ต้องกระโดดหน้าผาลงมา ที่ทะเล ....
แต่ก็ต้อง เผชิญอันตรายอีก เพราะ
สมัยก่อน เต็มไปด้วยฉลามที่ดุร้าย ....
แต่ปัจจุบัน .... ฝันร้ายเหล่านี้ คงไม่มีอีกแล้ว
เพราะ รอบๆ เกาะ เต็มไปด้วยเหล่านักท่องเที่ยว
มีเรือสารพัดชนิด ให้เลือกเดินทางเข้า-ออก จากเกาะได้ตลอด ...
ถัดจากเกาะตะรุเตา .... เป็นเกาะเล็กๆ ชื่อสั้นๆ ง่ายๆ
และ เป็น ชื่อเกาะยอดนิยม ในแถบนี้ ....
เกาะอะไรเอ่ย ... ชื่อหวาดเสียวที่สุด สำหรับผู้ชายทั้งหลาย ...?
ใช่แล้ววว .... "เกาะไข่" ... นั่นเอง

เกาะไข่แห่งนี้ .... เรียกได้ว่า
เป็น สัญญลักษณ์ของหมู่เกาะตะรุเตา ....
เพราะเป็นเกาะที่มี สะพานหินโค้งธรรมชาติ .... อยู่ริมหาด
ใครมาเที่ยวที่นี่ ก็ต้องแวะถ่ายรูป ที่จุดนี้ แทบทุกคน

ท้องฟ้า น้ำทะเลแถบนี้ ...
กลายเป็นรูปแบบของทะเลอันดามันแล้ว ....
น้ำเป็นน้ำ .... ฟ้าเป็นฟ้า ....
แดดแรง ลมเย็น .... นี่คือ เอกลักษณ์ ของทะเลอันดามัน

จากเกาะไข่ .... เรือ ก็นำข้าพเจ้าสู่จุดหมาย ....
จุดพักแรมสุดท้าย ... เป็นเกาะ 3 เกาะ อยู่เคียงข้างกัน
เกาะอาดัง - เกาะราวี - เกาะหลีเป๊ะ ....
จุดที่นักท่องเที่ยว ใช้เป็นที่พักอาศัยกัน คือ เกาะหลีเป๊ะ ....

บนเกาะหลีเป๊ะ ... เต็มไปด้วยบ้านพัก ในรูปแบบต่างๆ ...
ทั้งแบบ hi-soๆ ... แพงสุดๆ
แบบธรมดาๆ ... หรือแบบถูกสุดๆ ก็ยังพอจะหาได้ ....

ดังนั้น ... ชีวิตบนเกาะนี้
เลยดูแปลกแยกๆ .... แบบว่า
เราอาจจะหาร้านอาหารแบบดีๆ ได้ไม่ยาก แต่ราคาก็แพงสุดๆ
หรือพวก มินิมาร์ท แบบ hi-soๆ ... ก็แพงเกินเหตุ
แต่หากเป็นร้านค้าแบบในรูป ... ราคาของทุกอย่าง ก็ไม่แพงมากนัก

ดังนั้น หากจะไปเที่ยวที่เกาะนี้

ก็ต้องเลือกดีๆ ว่า เราอยากจะใช้ชีวิตแบบไหน ....

เพราะเกาะหลีเป๊ะ .... จะถูกแบ่งเป็น 2 ฝั่ง
ฝั่งหนึ่ง มีชื่อเรียกว่า หาดพัทยา ....
มีรีสอร์ตหรูๆ สวยๆ มากมาย มีร้านอาหารดีๆ ร้านเหล้าดีๆ
แต่แน่นอนว่า ราคาทุกอย่าง แพงเท่าๆ หรือ แพงกว่า กรุงเทพ ...
เช่น ข้าพเจ้า ไปกินน้ำแตงโมปั่น .... ก็ประมาณ แก้วละ 60 บาท ...
อัตรา ค่าบริการ นวดเท้า 1 ชั่วโมง ...
มีราคา เท่าๆ กับ การนวด "อย่างอื่น" 1 ชม. ในกรุงเทพ ...
แต่หาก เดินตัดข้ามเกาะไปอีกฝั่งทะเล ....
ก็เป็นอีกหาดหนึ่ง .... ที่แตกต่างจากฝั่งตรงข้ามมากพอสมควร
มีบ้านพัก รีสอร์ต เรียงราย ... มีทุกราคาให้เลือก
มีหมู่บ้านชาวประมง (ชาวเล) ....
มีชีวิตแบบ บ้านๆ ให้สัมผัส ....
ซึ่งก็แน่นอนว่า .... ข้าพเลือกพักที่หาดฝั่งนี้ ....
เพราะ ได้อยู่แบบเงียบๆ ราคาไม่แพงมากนัก
ตอนเช้าๆ เย็นๆ ได้ถ่ายรูปชีวิตทั้งหลาย ณ เกาะฟากนี้
ส่วนตอนค่ำๆ ก็เดินข้ามเกาะ ไปเที่ยวฝั่งพัทยา
ดูชีวิตยามราตรี ดูร้านรวงต่างๆ ...
ก่อนจะมืด ...
ข้าพเจ้า ได้ข้ามทะเล ไปเกาะเล็กๆ ตรงข้ามที่พัก
เป็นเกาะเล็กๆ ขนาดจิ๋ว ชื่อว่า ... เกาะกระ
จากนั้น ก็กลับมาเล่นน้ำทะเล ที่หน้าบ้าน
และ ได้ถ่ายรูปประชาชนทั่วไป ตามริมหาด ...
ฟ้าสวย ... น้ำใส ....
เป็นชีวิตการพักร้อน ริมทะเล ที่ข้าพเจ้ารอคอย มาตลอดทั้งปี ....
ข้าพเจ้าถ่ายรูปจนเพลิน ...
กว่าจะรู้ตัว .... ฟ้าก็เปลี่ยนสี ....
จากสีฟ้าครามสดใส .... กรีดกรายเป็นสีเหลืองทอง ....
ดูแจ่มจ้า และแปลกตา .... ยิ่งนัก
ข้าพเจ้ามือสั่นระรัว ... กดภาพไม่ยั้ง
เพื่อบันทึก .... วินาทีสำคัญ
ที่โลกทั้งใบ ... กลายเป็นสีทอง
ข้าพเจ้า ... ปรับเลนซ์
ติดตามไปทุกระยะ แห่งความอัศจรรย์สีทอง
สีเหลืองทอง แสงหนึ่ง ....
ส่องประกาย กรีดกราย ....กำลังหยอกล้อ กับแสงอัสดง ...
ข้าพเจ้า แทบไม่เชื่อสายตาตนเอง ....
และ เมื่อข้าพเจ้าปรับระยะโฟกัส ...
ปรับแสงอีกครั้ง
ข้าพเจ้า ก็สัมผัสถึง ....
ผิวขาวเนียน ใส กระจ่างแจ่มจ้า
กำลังเปล่งประกายสะท้อน
แสงสุดท้ายของตะวัน ณ ยามเย็น แห่งท้องทะเลสุดขอบฟ้า
ข้าพเจ้า ตาฝ้าฟางไปชั่วขณะ ......
แล้ว ....
รำพึงอย่างกึกก้อง กับตนเอง ว่า
"........ .......... ...................."


..................................................