วันอาทิตย์, เมษายน ๒๐

ตอนที่ 152 : ความลับ... สุดขอบฟ้า

หลังจากที่ข้าพเจ้า
ได้ออกเที่ยวเตร็ดเตร่เสียหลายวัน
ณ บัดนี้ ... ข้าพเจ้า ก็กลับมาเรียบร้อยแล้ว ...
กลับมาเขียน IE Story ....
เพื่อบำรุงบำเรอ ... เหล่าสมาชิกทุกท่านต่อไป ....
.... หวังว่า คงจะยังไม่ลืม Blog น้อยๆ แห่งนี้ ใช่ไหม?

ดังที่ข้าพเจ้า ได้เคยโม้ มากมายว่า

ช่วงหยุดสงกรานต์ปีนี้ ....ข้าพเจ้าจะไปเที่ยวทะเล ...
ข้าพเจ้า ก็ดำเนินการตามแผนทุกประการ ... กล่าวคือ
ข้าพเจ้า มีแผนการไปเที่ยวแถบจังหวัดสตูล
แถบหมู่เกาะตะรุเตา ... อาดัง ราวี หลีเป๊ะ ... นั่นแหละ

เนื่องจาก ระยะทางที่ไกลมากๆ ...
จุดหมายแรกที่ข้าพเจ้าแวะพัก ก็คือ จังหวัดตรัง ...
จังหวัดเล็กๆ ชายฝั่งทะเลอันดามัน
ที่ทำลายสถิติ ....มีนักท่องเที่ยวมากที่สุด ในปีนี้
ข้าพเจ้าเคยเที่ยวที่ตรังหลายครั้งแล้ว ...
มาแวะแบบผ่านๆ ไปบ้าง ...
มาแบบตั้งใจ เฉพาะเจาะจงบ้าง
ก็ประทับใจมากมาย ....
ทั้งในแง่ทิวทัศน์ แง่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
แง่บ้านเมือง แง่ผู้คน ....
แม้ว่าในตอนนี้ อาจจะสวยน้อยลง ...
เสื่อมโทรมมากขึ้นๆ ...
แต่ตรัง ... ก็มีมนต์ขลัง สำหรับข้าพเจ้าเสมอ
ข้าพเจ้า มาถึงเมืองตรังในตอนเย็นๆ ...
บ้านเมือง ก็ยังคงเหมือนเดิม ....
เล็กๆ เงียบๆ สงบๆ
ชีวิตดำเนินไปตามครรลอง ที่ควรจะเป็น
หากไม่ใช่จุดที่เป็น ทำเลของแหล่งท่องเที่ยว ...
เมืองตรังก็สงบเงียบ
สิ่งก่อสร้าง มีเค้าโครงของบ้านเมืองสมัยก่อนๆ ...
ตอนเย็นๆ มีอากู๋ อาแปะ มานั่งหน้าบ้าน
ดูรถรา ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาหน้าบ้าน
ทำให้ข้าพเจ้าคิดถึง ชีวิตวัยเด็กๆ อย่างจับใจ ...
สมัยก่อน ... สมัยที่ข้าพเจ้าเด็กๆ ...
บ้านเมืองเรา ก็เป็นแบบนี้
เงียบๆ สงบๆ มีวันเวลาดีๆ ในตอนเย็นๆ
ให้เดินเล่น นั่งเล่น คุยกับเพื่อนบ้าน
มีเวลาได้ทำอะไรๆ ได้เพลินๆ ก่อนจะกินข้าวเย็น
ข้าพเจ้าลัดเลาะตามถนนหนทาง วกเข้าสู่ตลาดสด ...
ผ่านแผงขายผลไม้ ยามย่ำค่ำ ....

ผลไม้ มีให้เลือกหลากหลาย ...
บางอย่าง ก็มาไกลแสนไกล เช่น ทุเรียน ก็มาจากจันทบุรี ...

เสน่ห์ของการท่องเที่ยว
คือ การค้นพบสิ่งแปลกใหม่ๆ ...
เช่น ขนมหน้าตาแปลกๆ ...
ขนมดอกโดน ...
ก็คล้ายๆ ขนมถังแตก ...
เป็นแป้งพับครึ่ง ข้างในเป็นไส้มะพร้าวกับน้ำตาล
ชิ้นละ 10 บาทเท่านั้น ... กินชิ้นเดียวอิ่มไปนาน ....
นี่ก็เป็นของกิน แบบน่าระทึกใจ เช่นกัน ...
ไก่ชุบแป้งทอด ... หอมกรุ่นแบบที่ KFC ยังอาย
เพราะหากดูดีๆ จะเห็นว่า ....
เป็น "หัวไก่" ชุบแป้งทอด
หลับตาพริ้ม ... ยิ้มละไม ....
ฟ้ามืดลงๆ ....
เสาไฟฟ้าสุดสวยของเมืองตรัง ส่องแสงเรื่อๆ
ยอดเสาเป็นเทพอัปสร กำลังกรีดกรายร่ายรำ .... งามจับใจ

ข้าพเจ้ายังคงเดินดุ่มๆ .... พบปะประชาชน
และ ทบทวนความรู้สึกแบบตรังๆ ไปเรื่อยๆ
ณ ริมถนนใหญ่ ...
ร้านค้าสองร้าน เปิดไฟกระจ่างจ้า
สีฟ้าสด และ สีเหลืองสด ....ประกาศสงครามกัน
นี่คือ สงครามคู่คลาสสิคที่สุด ของวงการแว่นตา ....
ขอเรียกว่า
"สงครามค่างแว่น" ... เอ๊ย .... "สงครามห้างแว่น"....
ใช่แล้ว ... ห้างแว่นท๊อปเจริญ กับ ห้างแว่นบิ๊วตี้ฟูลลลล์ ... นั่นเอง
ที่เรียกว่า "สงคราม" เพราะ หาก เดินไปอีก 20 ก้าว ...
ก็พบการประจันหน้าอีกครั้ง ....
ของสองค่างแว่นที่ยิ่งใหญ่ ในประเทศไทย ...
คราวนี้ อยู่คนละฟากถนน ส่งแสงสี ออกมาประชันกัน ...
... งานนี้ มีค่างแว่น ...
เอ๊ย ... ห้างแว่นหน้าตาแปลกๆ มาร่วมแจม อีก 1 ร้าน ...
ชื่อว่า ... "สว่างการแว่น" ... ป้ายสีขาวๆ เขียวๆ ...
ก็ขอเป็นกำลังใจ ให้กับ "สว่างการแว่น" ก็แล้วกัน ....

หลังเดินวนเวียนรอบเมือง ... ข้าพเจ้าก็หิว ...

จึงสอดส่าย หาของกินถูกใจไปเรื่อยๆ ...
ซึ่งก็มี ของกินให้เลือกมากมาย .... ตลอดทาง

แต่ในที่สุด ข้าพเจ้าก็หยุดหัวใจ ไว้ที่แผงนี้ ....
คนขายร่าเริงแจ่มใส ... สวมเสื้อสีชมพูสด
ทำไป หัวเราะไป .... ดูสดใสร่าเริงดี
ตามหลักการของข้าพเจ้า ....
หากคนขายอารมณ์ดี .... อาหารมักจะอร่อยใช้ได้ ....
หากคนขาย หน้าตาตูบๆ บูดๆ ของกิน ก็มักจะ จัญไร ....
แต่หาก คนขายดูสกปรกๆ โสๆ .... รับรองว่า อร่อยสุดๆ ...
และเมื่อพิจารณา รูปแบบการเรียงลูกชิ้น
กุ้งชุบแป้งทอดตัวงามๆ และ เกี๊ยวกรอบแล้ว ...
ถือว่า .... สอบผ่าน ...
เพราะ ดูดีมีศิลปะ ...
สามารถกระตุ้นต่อม ตะกละ ได้ดียิ่ง ...
ซ๊อสเย็นตาโฟ สีแดงเถือก .... กระเซ็นเลอะปากชาม
ดูเป็นเสน่ห์เร้าใจคนอ้วนช่างกิน อย่างข้าพเจ้ายิ่งนัก ...
ด้วยประการทั้งปวง ....
โดยสรุป ก็คือ ... ข้าพเจ้า ก็นอนหลับฝันดี
เพราะได้สมปรารถนา ในเรื่องอาหารเย็น ทุกประการ ....
เช้าวันใหม่ .... ข้าพเจ้าต้องตื่นแต่เช้าตรู่ ....
เพราะวันนี้ ยังคงต้องเดินทางอีกไกล ....

ข้าพเจ้า ไปหาของกินตอนเช้าแบบคนตรัง ....
คนที่นี่ ... กินติ่มซำ เป็นอาหารเช้า ....

ติ่มซำ เมืองตรัง มีให้เลือกมากมาย ... หน้าตาแปลกๆ ทั้งนั้น ...
วิธีกินจะสั่งกิน ก็ง่ายแสนง่าย ...
คือ พอนั่งที่โต๊ะ ปุ๊บ ...
เขาก็วางทุกอย่างครบทั้งหมด ลงบนโต๊ะทันที
นับดูแล้ว เป็นสิบๆ อย่างๆ ....
อยากกินจานไหน ก็ลุยจิ้ม สวบๆๆๆๆ เข้าปากได้เลย
พอกินอะไรหมด เขาก็วางเติมใหม่ไปเรื่อยๆ ....
กินได้อย่างต่อเนื่อง non-stop ....
ถูกใจข้าพเจ้า ยิ่งนัก
ของกินอีกอย่าง ของชาวตรัง ....
ที่นิยม กินกันตั้งแต่เช้าวันใหม่เลย ก็คือ หมูย่าง ....
ป้าคนสับหมู .... คนเดิมที่ข้าพเจ้าเคยถ่ายรูปไว้ ....
ยังยืนสับหมูอย่างขยันขันแข็ง ....
หนังบางกรอบ .... หอมกรุ่น
มันหมู .... เป็นชั้นบางๆ ระหว่างหนังกับเนื้อ ....
ยุ่ย.... ละลายเข้าปากในทันที
.... เฮ้ออออ.... อยากกินอีก ...
เป็นหมูย่างเมืองตรังของแท้ๆ ... ที่หาได้ยากยิ่ง ในกรุงเทพ
และ เมื่อจบพันธะกิจ
ด้านการเสพ ติ่มซำและหมูย่าง ...
ข้าพเจ้าก็มุ่งสู่ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ....
..... ตลอดรายทาง เป็นสวนยางอันเขียวครึ้ม
ข้าพเจ้า หลงไหลถนนแถบภาคใต้มากๆ
เพราะดูสงบเงียบ และร่มเย็นสบายตา มากๆ
ท่าเทียบเรือ ที่เราจะเดินทางไปยังหมู่เกาะตะรุเตา ...
มีชื่อว่า .... ท่าเทียบเรือปากบารา
ท่าแห่งนี้ คึกคักตลอดทั้งวัน ....

เพราะเป็นที่จอดของ เรือท่องเที่ยวทั้งหลาย และเหล่าเรือประมง ...

เหล่าเรือตังเก หาปลาทั้งหลาย ....
เมื่อเทียบท่าเรือเรียบร้อย ... เหล่าลูกเรือต่างก็ลิงโลด
เหล่าลูกเรือทั้งหลาย จะรีบอาบน้ำอาบท่า .... ประแป้ง หวีผม ....
เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดหล่อสุดขีด เตรียมขึ้นฝั่ง
..................
.....
.
แดดเริ่มร้อนแรง ... มากขึ้นๆ
เหล่านักท่องเที่ยว เดินขวักไขว่
เตรียมลงเรือ ออกสู่ทะเลใหญ่ ....
ข้าพเจ้า นั่งเหม่อมองทุกสิ่งรอบกาย ...
บางครั้ง ........
ข้าพเจ้า ก็ไม่เข้าใจตนเองเลย ว่า ....
ทำไม ... ตัวเรา... ต้องดั้นด้นเดินทางจากบ้าน
ไปไกลแสนไกล ... สุดขอบฟ้า นับพันกิโลเมตร ...
เพื่อท่องเที่ยวไป ณ ดินแดนที่เราไม่เคยสัมผัส ....
ต้อง กินอะไรแปลกๆ ...
ต้อง เจอผู้คนแปลกๆ ....
ต้อง นอนในที่แปลกๆ ...
".... เรากำลัง จะทำอะไรอยู่ ณ สุดขอบฟ้า แห่งนี้ หนอ ?"

ข้าพเจ้า มองสรรพสิ่งรอบกาย อย่างอ่อนล้า .....
ค่อยๆ รับรู้ และ สัมผัส ....
หน้าตา ผิวพรรณ น้ำเสียง.....
ของเหล่าเพื่อนร่วมทาง ลงเรือลำเดียวกัน ......
... แล้ว ....
ข้าพเจ้า ก็สัมผัสถึง ....
ความขาวใส กระจ่างแจ่มจ้า
ส่องทะลุ ออกมาจากฝูงชน
ณ ท่าเทียบเรือ ปากบารา ......
.......
ข้าพเจ้า ตาฝ้าฟางไปชั่วขณะ ......
แล้ว ....
รำพึงอย่างกึกก้อง กับตนเอง ว่า "... .. ... .......... "

...................................................................
โปรดติดตาม อ่าน
"ความลับ.... สุดขอบฟ้า" .... ตอนต่อไป ....
ในไม่ช้านี้ ....
นะ นะ นะ ...
..............
อยากอ่านมั๊ย ????

๑๓ ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รออ่านนะครับพี่เต่า

อั้ม ZN02

thanawatb กล่าวว่า...

หมูย่างจานนั้นทำเอา กลืนน้ำลายไป สองที


พูดไรอ่ะครับ ประโยคกึกก้อง อยากรู้ๆๆๆๆ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

oh"" เห็นหมูย่างแล้วน้ำยายไหย..เยย

เขากินกับกาแฟนะพี่ หมูเนื้อหวานหนังบางกรอบ โอ้..ร่อย

ส่วนรำพึงอย่างกึกก้อง คงพูดว่า

Ohhhh..Yes Dooooo แน่เลยใช่ป่ะ อิอิ

จาก...เออาร์ที เซดเอน

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รบกวนด่วนครับ !!!!!!


ไม่ทราบว่าใครจะพอรู้ว่ามีหมูย่าง แบบจานนั้นมาเปิดร้านขายใน กทม.บ้างครับ จะไปกินเด็วนี้เลย ...


หมูย่างตรัง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อ่า โล่งอก รอดไป หุหุ



A.C.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จากพี่เต่า ... ถึง A.C.

" ... คิดว่า จะรอด ฤา ? หุหุ ... "

....

พบกับ ...
"ความลับ ... สุดขอบฟ้า"
ตอนต่อไป .. ในไม่ช้า นี้ ...

นะ
นะ
นะ
.
.
.

thanawatb กล่าวว่า...

มาดู เช้า ดูเย็น รอไม่ไหวแล้วคร้าบบบ

อย่าลืมเฉลยประโยค อยากรู้ หุหุ เจอสาวสวย เราค้องพูดอะไร

อยากรู้ว่าตรงกันกับผมอ่ะเป่า

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ติดใจรูปสุดท้ายๆ อาหารน่ากินจัง มนZ08

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ผมว่า พี่เต๋าคงบอกว่า โอ้วพระเจ้า ฟ้าชั่งส่งเธอลงมาเกิด(***แต่ไม่ได้คู่กับเรา)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เอ่ออ พี่เต่าล้อเล่นใช่มะครับบบ



A.C.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ทำไมพี่เต่าไม่หิ้วปูไปเที่ยวด้วยละคะ...ปูมันไปเที่ยว
คนเดียว น่าสงส๊าน...สงสาร แม่หนูขำจะตายวันที่ปูมันตกรถแล้วต้องไปนอนที่บ้านหนูเนี่ย555555

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

O....Ohhhhh ประจานกันยังงี้เลยเหรอคับคุณเป็ด

ที่ตกรถ เพราะ ทาง Resort เขาชวนไปเที่ยวต่อ ไอ้เราเป็น"เด็กดี"ผู้ใหญ่ชวนก้อต้องไม่ปฎิเสธ จิงๆเขาชวนอยู่ต่ออีกคืนแล้วแต่เนื่องจากเป็น"เด็กดี"ต้องเกรงใจบ้างเลยกลับดีกว่า แต่กลับมาไม่ทันเลยตกรถเท่านั้นเอง ไม่ได้เซ่อซ่าตกลงน่า

ปล. ศุกร์เจอเลยดีกว่าที่งานวันเกิดอ้อม อย่าเบี้ยวนะเว๊ย
ปล2.เที่ยวคนเดียวก้อหนุกน่า อาจจะเหงาบ้าง แต่โดยรวมก้อสนุกไปอีกแบบ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ถึงพี่เต่าตามที่พี่เคยพูดอะไรบางอย่างไว้
ตอนนี้เรื่องนั้นมันเกิดขึ้นจริงละ
เดี๋ยวผมจะบอกพี่เองว่าเกิดไรขึ้น
ขอให้พี่ทำตามที่พี่เคยพูดไว้นะครับ

เอ๋Z08