เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ... 26 มกราคม
จัดได้ว่า เป็นวันที่ข้าพเจ้าร่อนเร่ เดินทางมากที่สุด
เพราะ มีกิจกรรมมากมาย ที่ข้าพเจ้าต้องจัดการ ได้แก่
เรื่องส่วนตัวมากๆ เช่น ต้องพาแม่ไปหาหมอ ...
เรื่องเกี่ยวกับ IE เช่น การแข่งขันกีฬา IE สัมพันธ์ ที่บางมด
จัดได้ว่า เป็นวันที่ข้าพเจ้าร่อนเร่ เดินทางมากที่สุด
เพราะ มีกิจกรรมมากมาย ที่ข้าพเจ้าต้องจัดการ ได้แก่
เรื่องส่วนตัวมากๆ เช่น ต้องพาแม่ไปหาหมอ ...
เรื่องเกี่ยวกับ IE เช่น การแข่งขันกีฬา IE สัมพันธ์ ที่บางมด
ซึ่งในที่สุด ข้าพเจ้าก็ไม่สามารถ จะไปร่วมชมได้ ...
รวมทั้ง เรื่องงานแต่งงาน ป้าตั๊กแตน ที่นครปฐม
และ อีกเรื่อง คือ การเดินทางไปเขาใหญ่ อีกครั้งหนึ่ง
รวมทั้ง เรื่องงานแต่งงาน ป้าตั๊กแตน ที่นครปฐม
และ อีกเรื่อง คือ การเดินทางไปเขาใหญ่ อีกครั้งหนึ่ง
นับเป็นครั้งที่สาม ภายใน 10 วันที่ผ่านมา ....
ข้าพเจ้าเพิ่งจะเที่ยวจริงๆ จังๆ เมื่อ สี่-ห้าปีที่ผ่านมานี้เอง
สมัยเรียนมหาลัย .... เคยไปเที่ยวต่างจังหวัด เพียง 2 ครั้งเท่านั้นจริงๆ
ไปแบบก๊อกๆ แก๊กๆ ... จำอะไรไม่ได้เลย ...
ยิ่งตอนอยู่ในชีวิต วัยทำงาน .... ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เพราะเรื่องการไปเที่ยวนั้น ไม่เคยมีอยู่ในหัวคิดเลย ....
คิดแต่เรื่อง อยากรวยๆๆๆๆๆๆ .... และอยากรวย .....
พอประมาณปี 2541 ... เปิดภาค IEนโยบายชีวิตของข้าพเจ้า เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ....
จากเดิม ... จุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิต คือ ความอยากรวย ....
ก็เปลี่ยนแปลง ... กลายเป็นความ ไม่อยากรวย
ดังนั้น คุณภาพชีวิตของข้าพเจ้า จึงดีขึ้นมากๆ .....
เพราะ “ความไม่อยากรวย” สามารถกระทำได้ง่าย
ดังนั้น ชีวิตของข้าพเจ้า จึงบรรลุถึงจุดหมายสูงสุด ได้โดยง่าย
แต่หลังจากทำงานได้ 3 ปี .... ก็พบว่า
ตัวเองแก่ลงๆ ทุกวัน ....
และเพิ่งจะพบว่า ตัวเอง ไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนเลย ...
จำได้ว่า .... ไปซื้อแผนที่ประเทศไทยแผ่นยักษ์มา 1 แผ่น
มองดูอยู่นาน .... แล้วก็พบว่า
อันว่าตัวข้าพเจ้านั้น ....
ภาคเหนือ ไกลที่สุด ที่เคยไป คือ อยุธยา
ภาคใต้ ไปไกลสุด คือ หัวหิน
ภาคตะวันออก ไปไกลสุด คือ พัทยา ....
ดังนั้น จึงมองแผนที่ แล้วบอกตัวเองว่า .....
ถึงเวลาแล้วหละ ที่เราต้องเดินทาง .....
ในสมัย ที่เริ่มออกไปเที่ยวใหม่ๆ ....
เขาใหญ่ คือ จุดหมายแรก
เพราะเหมาะสมในหลายๆ ด้าน .... เช่น
หนึ่ง - อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ มากนัก ไปเช้า-เย็น กลับ ก็ยังได้
หรือ ไปนอนค้าง ก็ไม่ยุ่งยากนัก ....
สอง - หากจะนอนค้าง ก็มีทางเลือกมากมาย
เช่น กางเต๊นท์ ... หรือ หากกลัวนอนไม่หลับ
ก็สามารถหา รีสอร์ต เชิงเขาใหญ่ ได้มากมาย
ทั้งแบบ hi-so สุดๆ หรือ แบบ บ้านๆ สุดๆ
ก็มีให้เลือกมากมายตามอัธยาสัย
เหตุผลสำคัญที่สุด ... ที่ข้าพเจ้าชอบไป เขาใหญ่
คือ ... ที่นี่ ยังเป็นป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ อยู่บ้าง ....
เช่น หากโชคดี .... อาจจะได้เห็นช้างป่า ยืนกินหญ้าริมทาง
ท่าทางสบายอก สบายใจ ....
รับรองว่า ... นี่คือ ช้างป่าแท้ๆ ...
รูปร่างอ้วนท้วน สะอาดสะอ้าน ตัวกลมๆ
หน้าตามีความสุข ไม่เหมือน เหล่าช้างขอทานที่น่าสงสาร ตามเมืองกรุง
อย่างไรก็ตาม สัตว์อีกประเภท ที่หากมาเขาใหญ่บ่อยๆ
ก็จะพบเห็นจนชินตา คือ เหล่ากวางตัวใหญ่ๆ ...
ชอบมารื้อขยะบ้าง มากินอ้วกบ้าง ...
หรือ บางที ก็นอนพุงอืด ทำตาปริบๆ
ทำให้สับสนบ่อยๆ ว่า
มันเป็นกวาง robot ที่ batt อ่อนหรือไงเนี่ย?
อย่างไร ก็ตาม การเที่ยวป่า ก็มีข้อจำกัดเรื่องฤดูกาล
เช่น หากมาช่วงหน้าแล้ง .... น้ำก็จะเริ่มน้อยลงๆๆๆๆ ....

รอบๆ กายเราในป่าใหญ่ .... มีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ มากมาย
เมื่อข้าพเจ้า กวาดตา มองหา เจ้าตัวน้อยๆ เหล่านี้
ข้าพเจ้า ก็พบว่า ... มันก็กวาดตา มองข้าพเจ้าอยู่เช่นกัน
บางตัว ตัวเล็กนิดเดียว แต่สามารถส่งเสียงได้ดังก้องป่าใหญ่
เรา จะพบเพื่อนร่วมโลก ที่น่ารัก อีกมากมาย
แล้ว ก็จะพบว่า .... ธรรมชาติ เป็นสิ่งที่งดงาม และ บริสุทธิ์
และ น่าพิศวงยิ่งนัก
และ ยิ่งถ้าได้เห็น ลีลา ของชีวิตคู่ .... ของเจ้าตัวน้อยๆ
เคียงคู่กัน .... กรีดกรายใส่กัน
เห็นแล้ว สุขใจสุดๆ ...
น่า ดีใจ ที่เรายังมีป่าผืนนี้เหลืออยู่ ....
แต่หลังจากทำงานได้ 3 ปี .... ก็พบว่า
ตัวเองแก่ลงๆ ทุกวัน ....
และเพิ่งจะพบว่า ตัวเอง ไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนเลย ...
จำได้ว่า .... ไปซื้อแผนที่ประเทศไทยแผ่นยักษ์มา 1 แผ่นมองดูอยู่นาน .... แล้วก็พบว่า
อันว่าตัวข้าพเจ้านั้น ....
ภาคเหนือ ไกลที่สุด ที่เคยไป คือ อยุธยา
ภาคใต้ ไปไกลสุด คือ หัวหิน
ภาคตะวันออก ไปไกลสุด คือ พัทยา ....
ดังนั้น จึงมองแผนที่ แล้วบอกตัวเองว่า .....
ถึงเวลาแล้วหละ ที่เราต้องเดินทาง .....
ในสมัย ที่เริ่มออกไปเที่ยวใหม่ๆ .... เขาใหญ่ คือ จุดหมายแรก
เพราะเหมาะสมในหลายๆ ด้าน .... เช่น
หนึ่ง - อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ มากนัก ไปเช้า-เย็น กลับ ก็ยังได้
หรือ ไปนอนค้าง ก็ไม่ยุ่งยากนัก ....
สอง - หากจะนอนค้าง ก็มีทางเลือกมากมาย
เช่น กางเต๊นท์ ... หรือ หากกลัวนอนไม่หลับ
ก็สามารถหา รีสอร์ต เชิงเขาใหญ่ ได้มากมาย
ทั้งแบบ hi-so สุดๆ หรือ แบบ บ้านๆ สุดๆ
ก็มีให้เลือกมากมายตามอัธยาสัย
เหตุผลสำคัญที่สุด ... ที่ข้าพเจ้าชอบไป เขาใหญ่คือ ... ที่นี่ ยังเป็นป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ อยู่บ้าง ....
เช่น หากโชคดี .... อาจจะได้เห็นช้างป่า ยืนกินหญ้าริมทาง
ท่าทางสบายอก สบายใจ ....
รับรองว่า ... นี่คือ ช้างป่าแท้ๆ ...รูปร่างอ้วนท้วน สะอาดสะอ้าน ตัวกลมๆ
หน้าตามีความสุข ไม่เหมือน เหล่าช้างขอทานที่น่าสงสาร ตามเมืองกรุง
อย่างไรก็ตาม สัตว์อีกประเภท ที่หากมาเขาใหญ่บ่อยๆ ก็จะพบเห็นจนชินตา คือ เหล่ากวางตัวใหญ่ๆ ...
ชอบมารื้อขยะบ้าง มากินอ้วกบ้าง ...
หรือ บางที ก็นอนพุงอืด ทำตาปริบๆ
ทำให้สับสนบ่อยๆ ว่า
มันเป็นกวาง robot ที่ batt อ่อนหรือไงเนี่ย?
อย่างไร ก็ตาม การเที่ยวป่า ก็มีข้อจำกัดเรื่องฤดูกาลเช่น หากมาช่วงหน้าแล้ง .... น้ำก็จะเริ่มน้อยลงๆๆๆๆ ....

แต่หาก มาในช่วงกลางฤดูฝน .... ก็รับประกันความงดงามของป่า
น้ำตกทุกแห่ง .... สุดยอดๆๆๆๆๆๆ
แต่รับประกันได้ว่า ไม่ว่าจะเดินไปไหน
ตัวต้องเปียกเฉอะแฉะแน่นอน ....
ประมาณปลายๆ ตุลาคม .... ไปจนถึงต้นๆ ธันวาคม ...
ป่าจะสวยที่สุด ... น้ำตก ก็สวยงาม ดูดี มีเหตุผล .....
ป่าเขาใหญ่ คือ ห้องเรียนห้องแรก ที่ข้าพเจ้าใช้ฝึกฝน
ฝึกทั้งความอดทน ที่จะต้องเดินไกลๆ แบกข้าวของมากมาย ...
ฝึกทั้งความอดทน ที่จะต้องเดินไกลๆ แบกข้าวของมากมาย ...
และ ที่ยากที่สุด คือ การฝึกใจ ... ให้เย็นลงๆๆๆ
ฝึกใจ ให้รู้จักอดทน เฝ้าคอย ....
และ ที่สำคัญที่สุด คือ ฝึกให้รู้จักมองโลก
ในมุมมอง ที่เราไม่เคยคิดจะมอง มาก่อน
รอบๆ กายเราในป่าใหญ่ .... มีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ มากมาย
เมื่อข้าพเจ้า กวาดตา มองหา เจ้าตัวน้อยๆ เหล่านี้ข้าพเจ้า ก็พบว่า ... มันก็กวาดตา มองข้าพเจ้าอยู่เช่นกัน
บางตัว ตัวเล็กนิดเดียว แต่สามารถส่งเสียงได้ดังก้องป่าใหญ่รู้จักใส่ใจ กับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบกาย
เรา จะพบเพื่อนร่วมโลก ที่น่ารัก อีกมากมาย
แล้ว ก็จะพบว่า .... ธรรมชาติ เป็นสิ่งที่งดงาม และ บริสุทธิ์
และ น่าพิศวงยิ่งนัก
และ ยิ่งถ้าได้เห็น ลีลา ของชีวิตคู่ .... ของเจ้าตัวน้อยๆ
เคียงคู่กัน .... กรีดกรายใส่กันประกอบกิจกรรมกัน .... มันก็ดูน่ารักโดยแท้ ....
อาจจะต้องอดทน กับฝูงทาก ที่รุมดูดเลือด ....
ก็ต้องไปให้ถูกเวลา ถูกฤดูกาล ถูกสถานที่ ...
และ ต้องอดทน ..... อดทนมากๆๆๆ
อาจจะต้องอดทน กับฝูงทาก ที่รุมดูดเลือด ....ตอนแรกๆ อาจจะขยะแขยงบ้าง ...
แต่หากเจอบ่อยๆ .... ก็จะชิน
คิดซะว่า ... เลี้ยงเครื่องดื่มดีๆ ให้ฝูงทากได้ชิมบ้าง ....
ดังนั้น ก็สมควรแล้ว.... ที่จะเห็นใจเหล่าทากๆ เช่นกัน
สำหรับทั้ง 2 ท่าน ... เบื้องหลังแก้วเครื่องดื่ม
คือ ทีมงาน ท่องเที่ยวของข้าพเจ้า ...
จัดเป็นทีมงานท่องเที่ยวเก่าแก่ ... เที่ยวด้วยกันตั้งแต่ยุคแรกๆ ....
ตราบจนทุกวันนี้ .... ก็ยังขึ้นเขา ลงห้วย เข้าป่า ลงทะเลด้วยกัน
.... ได้แก่ คุณกิจ ชาว Z01 .... และ คุณอาร์ต ชาว Zn01
ดูยิ่งใหญ่ เดียวดาย และ น่าชื่นใจยิ่งนัก ...
เพราะภาพที่เห็นในมุมกว้าง คือ ผืนป่าอันยิ่งใหญ่
เขียวชะอุ่ม ชุมชื่น ... สุดลูกหูลูกตา ....
เป็นป่าผืนใหญ่ ที่เป็นมรดกของชาวโลกทุกคน ...
เห็นแล้ว สุขใจสุดๆ ...
น่า ดีใจ ที่เรายังมีป่าผืนนี้เหลืออยู่ ....น่ากระโดดใส่ อ้อมกอดของป่า ....
ภาพทั้งหมดในตอนนี้ .... ถ่ายมา 2-3 ปีแล้ว

และ ล่าสุด ครั้งที่สาม ... ในวันเสาร์ที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา
ภาพทั้งหมดในตอนนี้ .... ถ่ายมา 2-3 ปีแล้วแต่ข้าพเจ้า ก็ยังชื่นใจทุกครั้ง ที่เปิดดู
และ ยังคง สุขใจทุกครั้ง ที่ได้ระลึกถึง ....
สำหรับภาพ การกระโดดตัวลอย ทั้งหลาย ...
สำหรับภาพ การกระโดดตัวลอย ทั้งหลาย ...
เป็นความสามารถเฉพาะตน ของทีมงาน ...
ห้ามเลียนแบบเด็ดขาด.... เพราะอาจเกิดอันตรายได้
อีกทั้ง .... การถ่ายทำ ก็ทำได้ลำบากยิ่ง
อีกทั้ง .... การถ่ายทำ ก็ทำได้ลำบากยิ่ง
เป็นการทรมาน ตากล้องอ้วนๆ อย่างข้าพเจ้ายิ่งนัก ...
ถือว่า เป็นครั้งที่สาม ภายใน 10 วันที่ผ่านมา ....
ครั้งแรก ตอนกลางๆ เดือนมกรา ...
ไปเขาใหญ่ เพื่อสำรวจเส้นทางเดิน ตามน้ำตกต่างๆ
และ ติดต่อเรื่องอาหารสำหรับงานปัจฉิม
ต่อมา ครั้งที่สอง .... ในวันที่ 21 มกราคม
ก็ไปเขาใหญ่ เพราะ มีการจัดงาน IE-ปัจฉิมที่เขาใหญ่
ดังที่เล่าในตอนที่แล้วๆ มานั่นแหละ

และ ล่าสุด ครั้งที่สาม ... ในวันเสาร์ที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา
ข้าพเจ้า ก็ต้องกลับไปเขาใหญ่อีกครั้ง
เพื่อทำพิธีแก้บน ณ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่
และ ทำการขอขมา ลาโทษ ในทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่ข้าพเจ้า และชาว IE ทั้งหลาย
อาจจะกระทำล่วงเกิน ในช่วงการจัดงาน ปัจฉิม
อีกทั้ง ยังเป็นการดี และเหมาะสม ...
ที่จะได้ไปคราวะบูชา ท่านเจ้าพ่อเขาใหญ่ ด้วยตนเอง
ซึ่งข้าพเจ้า ได้กระทำเช่นนี้ ทุกปีมิได้ขาด
ก็เพราะ อยากจะเล่า ให้พวกเราทุกคนฟังว่า
ท่านเจ้าพ่อเขาใหญ่นั้น .... มีตัวตนจริง
มิใช่เป็นตำนานลี้ลับ แบบวิญญาณผีสางเทวดาที่ไหน .....
ท่านก็เป็น มนุษย์ปุถุชน เช่นพวกเรา ...
ท่านเป็นทหารไทย .... นักรบไทยสมัยโบราณ
นอกจากจะเป็นนายทหาร แห่งนครนายกแล้ว ....
อีกบทบาทหนึ่งของท่าน คือ ผู้ที่พิทักษ์ป่า ดูแลสิ่งแวดล้อม
ทั้งพืชพรรณและ ทุกสรรพสิ่ง ในขุนเขาใหญ่แห่งนี้ ....
เป็นบุคคลที่ ทั้งชาวบ้าน และ ทางราชการ ให้ความเคารพนับถือมาก
ในด้านความเสียสละ อุทิศตนเพื่อป่าอันยิ่งใหญ่ผืนนี้ ...
ท่านได้ทำงาน ตรวจตรา ดูแลป่าผืนนี้ ด้วยความหวงแหน ....
ตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิตท่าน
และเมื่อท่านสิ้นชีพแล้ว ประชาชนทุกหนทุกแห่งในย่านนี้
และเมื่อท่านสิ้นชีพแล้ว ประชาชนทุกหนทุกแห่งในย่านนี้
จึงตั้งศาลขึ้น เคารพบูชาท่าน ในฐานะผู้พิทักษ์ป่าผู้ยิ่งใหญ่ ....
ดังนั้น หากใครได้ไปเที่ยวแถบนครนายก ปราจีนบุรี ...
และพบศาลเจ้าพ่อต่างๆ ... ตามน้ำตกต่างๆ ตามวัด ตามค่ายทหาร ....
ก็คือ ท่านเจ้าพ่อเขาใหญ่ ท่านนี้แหละ ....
.... นักอนุรักษ์ป่าของแท้ และดั้งเดิมของประเทศไทย ....
สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ....
รู้สึกสุขใจ ทุกครั้ง ที่ได้มาเยือนเขาใหญ่ .....
ดังนั้น จึงขอฝากข้อคิด ก่อนจะจบตอนนี้ ไว้ว่า
การท่องเที่ยวที่มีคุณค่า นั้น ....
คงจะ มิใช่เพียงแค่ถ่ายภาพสวยๆ มาอวดกัน
แต่ควรจะ ช่วยกันดูแล รักษา สถานที่นั้นๆ ด้วย
อีกทั้ง ควรจะศึกษาและซาบซึ้งในทุกๆ เรื่องราว
ของสถานที่นั้นๆ ให้ถ่องแท้ด้วย
และหากเป็นไปได้ ... ก็อย่าลืม ถ่ายทอด ให้ผู้อื่นได้รับรู้ด้วย ....
นี่คือ .... คุณค่า ของการท่องเที่ยวที่แท้จริง ...
........................................................












๔ ความคิดเห็น:
ขอบคุณในการนำเสนอคุณค่าของชีวิต
ขอบคุณในการมอบความสุขให้ผู้สัมผัส
ใช้คำว่าขอบคุณอาจดูด้อยค่า
เป็นอันว่าทำได้ดีแล้วกัน
พี่เต่าครับ อยากบอกว่า รูปสวยมากๆครับ
สนุกดีครับ
นึกย้อนกลับไปยัง สนุกอยู่เลยครับพี่
จาก...คนขับรถ
แสดงความคิดเห็น