วันพฤหัสบดี, มกราคม ๑๐

ตอนที่ 111 : ตามหา ความสุข (3)

ขอเล่าเรื่อง การตามหา...ความสุข ต่อในตอนที่สาม ....

ยามเช้า เมืองแพร่ ..... อากาศกำลังเย็นสบายๆ
ข้าพเจ้า เริ่มออกเดินทาง พบประชาชนชาวตลาดแพร่ ตามธรรมเนียมนิยม
อาหารเช้า ยอดนิยมของคนไทยทุกสารทิศ คือ เหล่าหมูปิ้ง ไก่ปิ้ง อวัยวะปิ้ง ...
กินกับข้างเหนียวนึ่งร้อนๆ .... แค่นี้ก็อร่อยสุดๆ แล้ว
แต่เช้าวันนี้ ข้าพเจ้าตัดสินใจ จัดการเลือดหมู ....
กินตอนเช้าๆ เหมาะกับอากาศเย็นๆ แบบเมืองแพร่ยิ่งนัก

จากนั้น .... ตบท้ายด้วย ข้าวหน้าเป็ด เป็นของหวาน
ร้านนี้ .... ข้าพเจ้าสืบเสาะมาหากินได้
ก็เพราะ มีสาวกชาว IE 2 ท่าน ช่วยพาข้าพเจ้ามา ....

ชาว IE รุ่น Z7 ... ที่มาพบปะข้าพเจ้ายามเช้าตรู่ ...
คือ สาวเป้ และ หนุ่มเจมส์ ....
หนุ่มเจมส์ คนนี้แหละ....
คือ คนที่ข้าพเจ้าชอบนำเรื่องฉาวๆ โฉ่ๆ มาใส่ร้ายป้ายสีเขา มากมาย ....

จากนั้น ท่านเจมส์ ก็พาข้าพเจ้า
เดินผ่านหน้าบ้านของเขา ..... เป็นร้านรับทำกุญแจ ....
และฝากบอกประชาสัมพันธ์ เหล่าสมาชิก ie story ทั้งหลายว่า ....
หากใครอยากจะทำกุญแจ .... แวะมาทำที่ร้านเขา เมืองแพร่ ก็ได้
ราคากันเอง ... จาก กรุงเทพ ก็นั่งรถแค่ 7-8 ชม. เท่านั้นอ่ะ .....
รับรองว่า คุ้มกับ กุญแจดีๆ มีคุณภาพ ..


ระหว่างชมตลาด ข้าพเจ้าพบ นวัตกรรมด้านอาหารและภาษาศาสตร์ ....
ใช่แล้ว .... "แอ๊บหมู" .... ฟังดูน่ารักมาก .... ราคาห่อละ 10 บาทเท่านั้น
ฟังแล้ว ดูดีกว่า "แอ๊บแบ๊ว" มากๆ
แต่ จะแปลความหมายของ "แอ๊บหมู" ว่าอะไรดีหนอ?

พอหันหน้ากลับมาเจอ สาวเป้ ....
ปัญญาอันแหลมคมของข้าพเจ้าก็กระจ่าง ...
.... อืมสสส์ ... นังเป้ นี่แหละ "แอ๊บหมู" ของแท้ ....
"แอ๊บหมู" แปลว่า คล้ายๆ แอบจะเป็นหมู
แบบว่า .... กลมๆ ล่ำๆ ยิ้มร่าเริงตลอด 24 ชั่วโมง
กินไม่เลือก แต่เลือกกิน ....
สูตรคำนวนว่า ใครสามารถเข้าข่ายเป็น "แอ๊บหมู"
ก็คำนวณ ได้จากสูตร ว่า ...
ความสูง เป็นสองเท่าของน้ำหนัก
และ ....
อัตราส่วน ของ
อก:เอว:สะโพก = 1:1:1

แล้ว ข้าพเจ้า ก็จากลาเมืองแพร่ และชาวแพร่ ทั้งหลาย....
มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง ของเย็นวันนี้ คือ ภูชี้ฟ้า
โดยเดินทางลัดเลาะอำเภอเล็กๆ ตามรอยต่อของจังหวัด แพร่-พะเยา-เชียงราย
ข้าพเจ้า ชอบเลือกเดินทางในลักษณะนี้
เพราะตลอดเส้นทาง ไม่ใช่แหล่งเที่ยวยอดนิยม ของคนส่วนใหญ่
ดังนั้น ถนนสายเล็กๆ เหล่านี้ จึงเงียบสงบ ไม่จอแจพลุกพล่าน
ตัดผ่านป่าเขา ลำเนาไพร ที่เขียวสด .... ดูสดชื่น ตลอดรายทาง

แล้ว ข้าพเจ้า..... ก็เดินทางไปเรื่อยๆ แวะกิน แวะเที่ยว แวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ

เจอวัดเล็กๆ หมู่บ้านเล็กๆ ก็แวะไปหมด

ทุกอย่าง ดูสงบสุข และสวยงามแบบบริสุทธิ์
และเป็นธรรมชาติจริงๆ
อีกจุด ที่ข้าพเจ้าแวะชม คือ พระธาตุพระลอ ....
ต้นตำนานรักแบบโรแมนติกสุดๆ ของวรรณคดีไทย

มีอนุสาวรีย์ พระลอ-พระเพื่อน-พระแพง ไว้ให้สักการะ ...
ใครไม่รู้จักเรื่องราวของ พระลอ .... ว่างๆ จะเล่าให้ฟัง
และตามธรรมเนียมของข้าพเจ้า
ดาราเจ้าประจำของข้าพเจ้า ก็คือ เหล่าหมาๆ แมวๆ นี่แหละ ...

ตลอดทางในเขตภาคเหนือ เต็มไปด้วยวัดเก่าๆ โบราณๆ ตลอดทาง

วัดเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะอยู่ตามแนวลำน้ำ ....

บางวัด ก็บำรุงรักษาดีเยี่ยม
แต่บางวัด ก็ปล่อยให้พระ นั่งตากแดด ตากฝนตามโคนต้นไม้ริมน้ำ ....
แต่ก็ดู งามแบบสงบๆ .... น่าประทับใจไปอีกแบบ
หากสังเกตุดู จะพบว่า ทุกๆ โคนต้นไม้
จะมีพระพุทธรูปอยู่ทุกต้น ....
เอาไว้ล่ามจักรยานบ้าง เอาไว้ตากผ้าบ้าง ...
อีกไม่นาน คงจะถูก ตัดเศียรไปหมดแน่นอน ....
สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ บรรดาสิ่งก่อสร้างโบราณทั้งหลาย
เช่น พวกโบสถ์ วิหารเก่าๆ อายุหลายๆ ร้อยปี .... ถูกรื้อถอนออกไป
เพียงเพราะ ต้องการจะใช้พื้นที่ ไปทำอย่างอื่น
น่าเสียดายจริงๆ ...
บรรดาอิฐโบราณ ที่รื้อมาจากเจดีย์ วิหารเก่าๆ
ก็กลายป็นเศษอิฐเศษปูน ....
ไถๆ มากองรวมกันไว้ เพื่อเตรียมเอาไปถมที่ .....
นี่คือ จุดจบที่แท้จริง ของประวัติศาสตร์ชาติไทย ...
จบสิ้น เมื่อ คนในชาติ ไม่เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ ....
อย่างไรก็ตาม
บางวัด ก็ดูแลรักษาทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างดีเยี่ยมน่าสรรเสริญ
เช่น วัดนี้ ที่อำเภอเชียงคำ ...
วิหารไม้แกะสลัก รักษาไว้ดีเยี่ยม ....

เป็นงานฝีมือสร้าง ระดับ ครูของแผ่นดิน ..... อายุหลายร้อยปีแล้ว

มีคำเตือน คำแนะนำมากมาย .... แสดงถึงความใส่ใจต่อการบำรุงรักษา
เช่น ต้องเดินเบาๆ /ห้ามจับ .... ฯลฯ ห้ามทุกอย่าง

เสาทุกต้น ปิดทอง ... พื้นไม้แผ่นใหญ่
เพดานเป็นลวดลายประดับกระจก งดงามมาก
มีเณรน้อย มาคอยต้อนรับ ดูแล.... คอยอธิบาย และนำชมทุกซอกทุกมุม

และตามธรรมเนียมของวัดแถบนี้ .... จะมีพิพิธภัณฑ์ เล็กๆ
แต่ของวัดนี้ มีอะไรแปลกๆ มากมาย ....
..... แบบว่า ออกแนวไสยศาสตร์สุดๆ ....
เช่น ในรูป เรียกว่า .... "เต่าไฟ" สตั๊ฟ เอาไว้
เณรบอกว่า ห้ามเอามือมาจับเล่นเด็ดขาด
เพราะจับแล้วไฟจะไหม้ทันที ... !!!!
ข้าพเจ้าถามว่า ไฟจะไหม้อะไรอ่ะ ? ....
ไหม้มือข้าพเจ้า ? / ไหม้บ้านข้าพเจ้า ? / หรือ ไหม้วัดนี้ ...?
เณรไม่ตอบ แต่มองหน้าแบบเคืองๆ ...
นอกจากนี้ ก็เป็นที่สะสมของเก่ามากมาย
เช่น ในรูป คือ พวกแจกันทั้งหลาย .....
แต่ดูดีๆ .... จะเห็นว่า ดุ้นขวาสุด ... ไม่ใช่แจกันอ่ะ ...
แต่คือ ดุ้นบางอย่าง ขนาดยักษ์ .... ซึ่งข้าพเจ้าคงไม่ต้องอธิบายมาก ....
และ ข้าพเจ้าเอง ก็ไม่กล้าถามเณร ว่า "เอาไว้ทำอะไร?"
....แบบว่า ... กลัวว่า เณรจะสาธิต การใช้ให้ดูอ่ะ ...
ส่วนพระองค์ นี้ .... เณรบอกว่า สุดยอดที่สุดๆๆๆๆ....
ดูดีๆ ที่หน้าอกพระ .... มีรอยกระสุนปืน และเห็นลูกปืน ยังฝังคาอยู่ ...
เณรบอกว่า .... องค์นี้ เหนียวสุดๆ .... ยิงไม่เข้า ...
ถ้าโยมอยากจะลอง .... เดี๋ยวจะหาปืนมายิงให้ .... เอามะ ๆๆๆๆๆ ...
ว๊าว ... โดนเณร เล่นซะแล้วววว์ ...
ด้วยประการทั้งปวง ....
สรุปว่า ประทับใจสุดๆ ทั้งสถานที่ ข้าวของ
และที่สำคัญที่สุด คือ การบรรยายของเณร .... สนุกสุดๆ ...
และที่สำคัญ คือ ยิ้มแย้มแจ่มใส อวยพรมากมาย
เรียกว่า มี service mind อย่างแท้จริง
นับถือๆๆๆๆ ....
บ่ายจัดๆ .... ข้าพเจ้าก็ตัดขึ้นเขา เตรียมขึ้นภูชี้ฟ้า

ถนนหนทางร่มรื่น ตัดผ่านหุบเขา
ถนนแล่นผ่านเหล่าแมกไม้ สายธาร ที่เขียวขจี .....
ดูงดงามเกินคำบรรยายใดๆ ....
ผ่านน้ำตกภูซาง ...
น้ำตกหนึ่งเดียวในประเทศไทย .... ที่เป็นน้ำอุ่น ....
มาลองพิสูจน์ได้ ......
จากนั้น ก็เริ่มขึ้นเขา
เข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติภูซาง
อันเป็นที่ตั้งของ ภูชี้ฟ้า ....
จุดหมายปลายทางในเย็นวันนี้ ....

ยิ่งรถ ไต่ระดับสูงขึ้นๆๆๆ
ท้องฟ้า ก็ยิ่งสดใสขึ้นๆๆๆ
ก้อนเมฆสีขาว ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสด .....

มีแปลงฝัก ไร่ข้าวโพด สลับกับป่าไม้ ตลอดรายทาง เป็นระยะๆ

ในที่สุด ... ข้าพเจ้า ก็ถึงจุดกางเต๊นท์ ...
หากมองผ่านหุบเขาลงไป จะเห็นถนนคดเคี้ยว ลัดเลาะตามไหล่เขา

เห็นรถตู้คันน้อยๆ วิ่งไต่ขอบเขา.... ดูราวกับรถของเล่น
ฟ้าเริ่มมืดลง .... ดวงอาทิตย์เริ่มต่ำลงๆ ....
ข้าพเจ้า นั่งบนยอดเนิน ...
แหงนดูฟ้า.... อันกว้างใหญ่อย่างเงียบๆ
ฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสีไปทุกๆ วินาที .....
ท่ามกลาง ... ความสงบเงียบ
ท่ามกลาง ... ความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ ....
ข้าพเจ้า สัมผัสถึง ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ป่าเขา ท้องฟ้า
และ ข้าพเจ้า ยังสัมผัสถึง ความน้อยนิด ของตัวข้าพเจ้าเอง ....
น้อยนิด ... ราวเม็ดกรวดเม็ดทราย ของขุนเขาอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ....
เป็นเม็ดกรวด เม็ดทรายเล็กๆ ที่สงบนิ่ง ...
อย่างเป็นสุข และ สันติ ...
ดึกแล้ว .....
เสียงครอบครัว คุยกันเบาๆ
เสียงเด็กๆ หัวเราะคิกคัก
เสียงหนุ่มสาว หยอกล้อ กุ๊กๆ กิ๊กๆ ..
เสียงเพลง แว่วมาเบาๆ ...
เสียงฟืน ประทุในกองไฟ ...
และ
เสียงความเงียบ แห่งขุนเขา ...
สะกดให้ข้าพเจ้า หลับตาลงนอน อย่างเป็นสุข ด้วยความอิ่มเอมใจ
..............................................................


๑๑ ความคิดเห็น:

thanawatb กล่าวว่า...

สนุกดีครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

แหมๆๆ พี่เต่า เล่นกันงี้เลยนะคระ

เป้ z'07

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ชอบชอบ

แอ๊บหมู

พี่เต่า ขอโทษด้วยรู้ว่าพี่เต่าไปภูชี้ฟ้า
แต่ตอนนั้น พ่อป่วย เลยไม่ได้โทรหา

ไว้คราวหน้าพาไปนรก แล้วก็สวรรค์ที่เชียงรายนะ
ไม่รู้ว่าเคยไปมายัง


หยกZ#7

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พาไปนรกนี่คือบ้านแกเหรอหยก
BadBoy Z7

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ชอบ ชอบ แอ๊บหมู มามีเพื่อนแอ๊บหมูหลายคน

มาจะไปภูชี้ฟ้าเดือนหน้าแหละ ไม่รู้ยังจะหนาวอยู่หรือป่าว (ไว้จะถามข้อมูลจากพี่เต่านะ)

Mars Z5

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อยากเห็นรูปภูชี้ฟ้าอ่ะพี่ เร็วหน่อยจิ...อยากดู้ อยากดู อิอิ

art zn

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สุขใดไหนอื่น ฤาจะเท่าสุขใจเรา
ขอเอาหัวใจไปให้ความสุขนั้น
อย่ามัวรอรีขอเห็นอีกทีภูชี้ฟ้า นะนานะ เอย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ฮาๆๆๆเจ๊เป้ได้ออกบล็อกพี่เต่า

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ดีครับ ชอบเร่ืองเมืองแพร่
เพราะไม่เคยไป อยากดูว่าในตลาดเป็นยังไง

จาก คนอกหักเพราะรักคนเมืองแป้

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พระแพร่ใหญ่ สมคำล่ำลือป่ะพี่เต่า

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เห็นรูปแล้ว สวยจังคับอยากไปบ้าง อิอิ