วันพฤหัสบดี, มกราคม ๓

ตอนที่ 107 : ตามหา ความสุข (1)

เวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก
เพียงพริบตาเดียว ก็ขึ้นปีใหม่แล้ว ....
เพิ่งจะอู้งานหนีไปเที่ยวได้ไม่กี่วัน ....

พรุ่งนี้ ต้องกลับไปทำงานแล้ว

ดังที่เล่าซ้ำซาก มาหลายรอบแล้วว่า

ช่วงวันหยุดปีใหม่นี้ ข้าพเจ้าจะขึ้นเหนือ ...
ตั้งชื่อนโยบาย ของการเดินทางครั้งนี้ แบบเก๋ๆ ว่า
.... "ตามหา ความสุข"

ก็แค่ตั้งชื่อให้เว่อร์ๆ เล่น เพราะ ความจริง แล้ว ...
อันว่า ความสุข ของข้าพเจ้านั้น
ไม่จำเป็นต้องไป เที่ยววิ่งตามหาให้วุ่นวาย ...

แค่ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ออกไปเที่ยวตามที่แปลกๆ
ดูโน่นดูนี่ คุยโน่นคุยนี่ แล้วถ่ายรูป ...
แวะกินโน่นกินนี่ ... เล่นกับแมว กับหมา ไปเรื่อยๆ

แล้ว จดจำ เอามาเล่าสู่กันฟัง ...
แค่นี้ .... ก็สนุก สุดใจแล้ว


ตามปกติแล้ว ....

ข้าพเจ้า ชอบแวะตามแผงขายของ ริมทางตามต่างจังหวัด
เพราะ มีอะไรๆ ให้ศึกษาค้นคว้ามากมาย

เช่น ณ จุดพักรถ แถบรอยต่อจังหวัดพิจิตรกับพิษณุโลก

ไข่ปิ้ง .... กลมเกลี้ยงๆ เตานี้
ดูแล้ว มันรู้สึกอบอุ่นลึกๆ ยังไงไม่รู้


ส้มโอกองเท่าภูเขา ท่าทางน่าจะหวานดี

ราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ .... ใบละ 10 บาท ....

หากเป็นกรุงเทพ .... 10 บาท คงซื้อได้แต่ "ใบ" ส้มโอ ...

ผลไม้ดอง สีเหลืองสดใส น่ากินสุดๆ ....
แต่ต้องอดใจ เพราะอาจก่อปัญหาในการเดินทางไกล ....


ข้างๆ โถของดอง เป็นกลุ่มของปิ้งๆ ทอดๆ

ไส้กรอกสีสด ลูกชิ้นรูปทรงต่างๆ และ แหนมเหี่ยวๆ

ส่วนสินค้าชุดนี้ .... สีสดใสน่ากิน
ความจริง คือ กระปุกออมสิน ....

จะเอาไว้ สะสมเงินยามเดินทางไกล หรือไง?
... แปลกดีอ่ะ
แต่ สิ่งที่น่าแปลกมากกว่า ก็คือ ทุกๆ อย่างที่กล่าวมาทั้งหมด
วางขายในร้านเดียวกัน .... ที่สำคัญ คือ

ใช้ผู้บริหารการขาย เพียงคนเดียว .....
สาวอวบ เสื้อสีฟ้าสด

she มีหน้าที่ คอยพลิกไข่ปิ้ง
ตักผลไม้ดอง ทอดลูกชิ้น ...
อีกทั้ง ต้องยืนปอกส้มโอลูกเหี่ยวๆ ไปเรื่อยๆ ....

เรียกว่า ทำงานคุ้มจิงๆ

พอถูก ข้าพเจ้าถ่ายรูปมากมาย จนเธอเซ็ง

she วางมีด แล้วหันมาสบตาแบบเคืองๆ ....
เพราะ ข้าพเจ้าไม่ยอมอุดหนุน ซื้ออะไรเลย

ดังนั้น ข้าพเจ้า จึงจำต้องล่าถอยขึ้นรถ
เพราะมีดแหลมเปี๊ยบเลย ... แบบว่า เสียวอ่ะ

ตามแผนการนั้น วันแรก ข้าพเจ้าจะมุ่งสู่จังหวัดแพร่ ....
ดังนั้น จุดแรกที่ข้าพเจ้าแวะเที่ยว
ก่อนเข้าตัวจังหวัดแพร่ ก็คือ อำเภอเด่นชัย ....

วัดแรกที่แวะ คือ วัดพระธาตุสุทนมงคลคิรี
วัดนี้ ... ใหญ่โตอลังการมาก ....

หน้าวัด เป็นลานจอดรถอันกว้างใหญ่
มีพระนอนองค์ยักษ์ นอนยิ้มต้อนรับ

หน้าตาของท่านหวานใส ตามสไตล์พระพม่า ...
หน้าขาวใส เขียนขอบตาบน และขอบตาล่าง

และที่สำคัญ ขนตาเป็นแผง .... ทันสมัยสุดๆ ...

ขนาดขององค์พระใหญ่เท่าไหน เทียบกับโอ่งน้ำได้

นี่คือที่มา ของปรัชญาว่า

ขอมีความสุขแค่ปลายนิ้วเท้า .... ก็พอเพียงแล้ว ...

แต่ต้องเป็นนิ้วเท้าของพระองค์นี้ ก็แล้วกันนะ ... ใหญ่สะใจดี

ลายก้นหอยปลายนิ้วของท่าน ก็สวยงดงาม ....

ยิ่งลายบนฝ่าเท้า ก็ยิ่งสวยอลังการ ...
มีรายละเอียดมากมาย ตามพุทธลักษณะ ทุกประการ

บนวัดนี้ เป็นที่ตั้งของพระเจดีย์ใหญ่ เรียกว่า พระธาตุสุโทนมงคลคิรี

ข้างๆ เจดีย์เป็นพระอุโบสถ .... พื้นหินแกรนิตสีดำเย็นเจี๊ยบ
มีพระพุทธชินราชจำลอง เป็นพระประธาน
ขณะไหว้พระ ... มีคุณครูพาเด็กๆ ตัวน้อยมาเที่ยววัด
คุยกันจ้อกแจ้ก ตามประสาเด็ก ....
เสียงครูบอกเด็กๆ ว่า มาวัดนี้ ให้ดูทุกซอกทุกมุม
.... แบบว่า มีรายละเอียดมากมายแอบแฝงไว้ ...

ดังนั้น พอตั้งใจดูดีๆ
ข้าพเจ้า ก็พบรายละเอียดแปลกๆ น่ารักๆ มากมาย

เช่น ที่ หน้าบันไดเข้าโบสถ์ .... ข้าพเจ้าพบว่า
ยักษ์เฝ้าประตู ตัวด้านขวามือ ทำหน้าตาทะเล้นมาก ...

แต่ยักษ์ตัวด้านซ้าย ฮากว่า ......
เพราะนั่งหลับยาม กินแรงเพื่อน

รอบพระอุโบสถ มีเหล่าเทพอัปสร ยืนเรียงรายเฝ้าโบสถ์

ฝีมือการปั้นสุดยอด รูปร่างงดงามราว ซุปเปอร์โมเดล

ท่วงท่าสง่างาม ราวมีชีวิตจิตใจ

รายละเอียด ของท่าทางและการแต่งกาย
อลังการงานสร้างจริงๆ

และหากดู ลงลึกถึงรายละเอียด
จะเห็นได้ชัดเลยว่า ...
นางฟ้า แต่ละองค์ ก็แตกต่างไม่ซ้ำกันเลย
เช่น องค์นี้ ....

แม้ว่า "เอว" เป็น "เอว" ...
"อก" เป็น "อก"

อีกทั้ง .... "โน-ตม" มากพอสมควร ....

แต่ มีหนวดอ่ะ ...
อจึ๋ยสสสส์ ....

ส่วนองค์นี้ .... she อู้งาน ....ไม่ยอมยืนพนมมือ
แต่แอบเอาพวงองุ่น มาล่อ เล่นกับ กระรอก ....

องค์นี้ ก็อู้งาน ไม่พนมมือเช่นกัน
แถมยังเอาองุ่น ไปซ่อนกระรอก ....

เลยโดนกระรอก เอามือเขี่ย "head-milk" เล่น ...

ซนและลามกจิงๆ เจ้ากระรอกน้อย ...

เหล่าเทพ ที่มีหลายๆ หน้า ปั้นด้วยวิธีนี้
ประหยัดแรงงาน และ ดูมีศิลป์ดีแท้ๆ ...

ข้างๆ วิหาร มีงานปั้น ... เหล่าสิงห์สีขาว
ท่าทางขึงขัง ดุดัน ....

เอาไว้นั่งเฝ้าหน้าประตูวิหาร

หากดูดีๆ จะพบว่า มีสิงห์แม่ลูกอ่อน
แอบเอาลูกน้อย มานั่งทำงานด้วย

ตัวแม่ นั่งเฝ้าประตู ...
ส่วนตัวลูก แทะนิ้วแม่เล่น ....
ดูกลมกลืนเหมือน ขาข้างหนึ่งของแม่สิงห์เลย

ปากประตูเข้าพระธาตุ .......
มียักษ์ตัวใหญ่สีเขียว ยืนถือขวานเฝ้าประตู

หากดูดีๆ มีรายละเอียดมากมาย
เช่น ที่มุมฐาน บนพื้นสีแดงๆ มีกบ เกาะอยู่ ...

กบ 3 ตัว เกาะซ้อนกัน
..... น่าจะเป็น พ่อ-แม่-ลูก

หรือ อาจจะเป็น เมีย-ผัว-กิ๊ก ....
สุดแต่จะ จินตนาการทางเพศ ...

และถ้าดูดีๆ จะพบว่า ตัวใหญ่ ที่อยู่ล่างสุด ....
มีลูกตา (สีแดงๆ ) ห้าตา ....
คงเป็นกบ จากต่างดาว
หรือ แอบกินสารกัมมันตภาพรังสี เข้าไป ....
มาดูที่ยักษ์อีกครั้ง ....

ที่บนสันขวาน .... มีลิงถือขวานเกาะอยู่อีก 1 ตัว

ลิงก็ทำหน้าตา แอ๊บแบ๊ว ...
ถือขวาน เกาหัว .... ทำให้ยักษ์ตนนี้ น่ารักขึ้นในทันที

และหากดู แถวๆ พุง และ เอวของยักษ์ ....

จะพบว่า ที่พุงหรือ ที่หัวเข็มขัด ....
เป็นรูป เป็ด (หรือหงส์) กางขา เมาคอพับ คออ่อน ...

ท่าทางเหมือน "เป็ดขี้เมา" .... สัญลักษณ์ชาว IE

ส่วนในรูสะดือ .... มีช้างตัวน้อยสีขาว
โผล่หน้า ชูงวงออกมาจากรูสะดือ ....
น่ารักจิงๆ ....

ตามธรรมเนียมของวัดทั้งหลาย ... ย่อมมีหมามากมาย

แต่ข้าพเจ้า ขอยกย่องว่า เจ้าตัวนี้ หล่อที่สุด ...
.... ท่าทางสะอาดสะอ้าน ดูดี มีสง่าราศี ....

เล่นกันได้ปุ๊บเดียว ก็นอนหลับแอ้งแม้งไปเลย

ส่วนเจ้าดำตัวนี้ .... เป็นหมา แนวอนุรักษ์ ...
ห่วงไยโลกร้อน .... เลยมี รังนอน
เป็นหญ้าสีเขียวไว้นอน ดูเย็นสบาย จิงๆ ....

ส่วนเจ้าด่างตัวนี้ ยึดกำแพงเก่าชื้นๆ
นอนเอาหัวเกยกำแพง ประหยัดพลังงานสุดๆ ...
และยังแอบนอนชายตามอง ประชาชนอย่างเกียจคร้าน

และเมื่อข้าพเจ้า กลับลงไปขึ้นรถ ...
ก็ผ่านสิงห์ยักษ์ สีทองขนาดใหญ่ หน้าพระนอน

ใหญ่ขนาดไหน .... ลองเทียบกับตัวข้าพเจ้า
หรือ เทียบกับรถดูก็ได้ ....


แต่ถึงแม้ว่า ตัวจะใหญ่มาก แต่ทุกๆ ลวดลาย
มีรายละเอียดหมด ...

เช่น ลายขดๆ วงๆ บนตัวสิงห์ ....
จะมีสัตว์ตัวเล็กๆ เกาะอยู่ ตามขอบลาย มากมาย

และหากมองเข้าไปในปากสิงห์ ....
จะเห็นว่า มีพระ นั่งอยู่ในปากสิงห์


ดูดีๆ ....
พระอยู่บนลิ้น ในปากสิงห์ ......
ว่างๆ จะเล่าประวัติพระองค์นี้ ให้ฟัง

และ ที่ขั้นบันได หน้าพระนอน ก่อนจะขึ้นรถ
ข้าพเจ้าพบพระเอกตัวน้อย ....

นอนหลับอย่างน่าอิจฉา ...


หลังจาก ข้าพเจ้า ถ่ายรูปมันมากมาย ....
ข้าพเจ้า ก็แอบเขี่ยหูเล่น ....

หน้าตามัน น่ารักมากๆ ...
รอบๆ ขอบตา เป็นวงกลม เหมือนใส่แว่นตากลมๆ ....

เห็นแล้วคิดถึง นายเจมส์ Z7 ... หนุ่มแพร่

ในที่สุด มันก็ตื่น ....
และ ยิ้มอย่างสดใส ....

ในที่สุด ก็ถึงเวลา... ที่ข้าพเจ้าต้องไป
หลังจากใช้เวลาอยู่ที่วัดนี้ นานพอสมควร
.... พระนอน ยังคงนอนยิ้มละมัย หน้าใสเด้ง ....
ส่งยิ้มที่มุมปาก คล้ายจะอวยพร

ให้เราโชคดี ในการเดินทาง

รถค่อยๆ เคลื่อนออกจากลานวัด
ข้าพเจ้า เหลียวหลัง มองเป็นครั้งสุดท้าย

ไม่น่าเชื่อว่า วัดที่มีสิ่งก่อสร้างยิ่งใหญ่ อลังการแบบนี้
จะมีรายละเอียดของงานศิลป์ แทบทุกจุด

มาอยู่ทั้งวัน .... ก็คงจะดูได้ไม่จบไม่สิ้น

ขอคารวะ และนับถือ เหล่าช่างศิลป์ทุกๆ ท่าน
ที่สร้างสรรค์ผลงานเหล่านี้ ด้วยใจจริง

บนลานดินสีแดงอันกว้างใหญ่ และร้อนระอุ
จุดสีดำเล็กๆ กำลังวิ่งหยอยๆ ตามรถ ..

เจ้าหมาแว่นตัวน้อย นั่นเอง ...

ยังอุตส่าห์ วิ่งตามมาส่ง ...
ราวกับ จะย้ำเตือน
ให้ข้าพเจ้า สำนึกว่า

อย่าละเลย หรือ มองข้าม....
ทุกๆ สรรพสิ่ง เล็กๆ น้อยๆ ในโลก

เพราะ ทุกๆ สิ่งนั้น ....
งดงาม มีคุณค่า และ มีความหมายทั้งนั้น
หากเรา รู้จัก เปิดตา เปิดใจ ....
ยอมรับ และ ชื่นชมมัน ....

ดังนั้น

ความสุข จึง มิได้ มีมิติ
ที่ขึ้นอยู่กับ
ปริมาณ หรือ ขนาด หรือ จำนวน .....
แต่อย่างใดทั้งสิ้น

แต่ขึ้นกับว่า
เราจะมองเห็น ยอมรับ ชื่นชม
และเห็นคุณค่าของมัน
มากน้อยเพียงใด
เท่านั้นเอง
และ ขอจบตอน
"ตามหา ความสุข... (1)"
แต่เพียงเท่านี้ ...

............................................................
(และ จงอย่าไว้ใจ กระรอก .... นะ นะ นะ )

๖ ความคิดเห็น:

thanawatb กล่าวว่า...

สวัสดีปีใหม่ครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เคยไปตอนยังสร้างไม่เสร็จ ไม่คิดว่าจะสวยขนาดนี้
พลาดเลยๆๆๆ

เป้ Z'07

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ถึงอาจารย์ทุกท่าน และพี่แตนครับ
สวัสดีปีใหม่ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ดลบันดาลให้อาจารย์พรศักดิ์ พี่ๆทุกท่าน ตลอดจนครอบครัว IE มีความสุขตลอดปี 2551

ชัย 04

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9510000000309

บทความในหนังสือพิมพ์ ของวัดพระธาตุสุโทน

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Happy นัว เนีย เฮ้ย!
Happy นี เวียร์ เฮ้ย!
Happy นิว เมีย เฮ้ย!
Happy นิว เยียร์ เฮ้ย!


ถูกแล้ว!!!!!!


จาก หนูเสื้อแดง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ทริปนี้ ดูพี่เต่าแต่งตัวดีกว่าก่อนๆนะ

แล้วชุดเดิมไปไหนอ่ะ อิอิ...

art zn