ประมาณชั้น ประถมสอง ......
ใฝ่ฝัน อยากเป็นนักร้องมากๆ ....
ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว ข้าพเจ้าเป็นเด็กขี้อายมากๆ
หากต้องออกไปยืนพูดอะไรหน้าห้อง
มือไม้ แข้งขา ก็สั่นไปหมด ....
แต่ด้วยใจรัก .... ฝันอยากจะเป็นนักร้อง ....
จึงกล้าหาญ ขึ้นประกวดร้องเพลง
ในงานปีใหม่ของโรงเรียน ....
ซึ่งก็ไม่รู้ว่า .... เพราะเหตุใด ?
ข้าพเจ้าจึงกล้าทำเช่นนี้ ....
รู้แต่ว่า... มันอยากอ่ะ ... ก็เลยทำ
ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงเลือกเพลงที่ยากมากๆ สำหรับเด็ก ป.สอง
เป็นเพลงเก่าแก่ ของครูเอื้อ สุนทรสนาน แห่งวงสุนทราภรณ์
จัดเป็นเพลงยาก แบบคลาสสิคโดยแท้ ....
ชื่อว่า เพลง “พรานทะเล” ...
ความยาก คือ ต้องค่อยๆ แกะเนื้อร้อง ด้วยตัวเอง .....
จำได้ว่า .... เนื้อร้องมันยาวมากๆ .....
กว่าจะจำได้ ก็แทบตาย
นอกจากนี้ .....
วิธีการร้องยากสุด ๆ
ต้องใช้เทคนิค เอื้อนเสียงมากมาย .....
ก็เลยต้องซ้อม ร้องเพลงมากมาย ....
แต่ก็มั่นใจว่า .... งานนี้ ได้ถ้วยรางวัลแน่นอน ....
พอถึงวันประกวด ....
คู่แข่งอื่นๆ ก็งั้นๆ หละ เพราะ เขาเลือกแต่เพลงง่ายๆ ...
ประเภท เพลงอนุบาลหมีน้อย เริงร่าปัญญาอ่อน ....
แบบว่า ..... อ่อนมากๆ ... ขอบอก ...
แต่อย่างไรก็ตาม ..... ข้าพเจ้ามีคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดคนหนึ่ง ...
ชื่อ “ไอ่ปื๊ด” .... เป็นเพื่อนของข้าพเจ้าเอง
สาเหตุที่น่ากลัว … คงจะเป็นเพราะ ....
แม่ของไอ่ปื๊ด ..... เป็น "ครูพละ" โรงเรียนนี้
.... ตามธรรมดา .... ครูพละ จะมี 2 แบบ ...
แบบแรก คือ ใจดีสุดๆ ....
ชอบอู้สอนสุดๆ ปล่อยให้เด็ก วิ่งเล่นตามใจชอบ ....
แบบที่สอง คือ โหดสุดๆ ....
สอนเด็กเหมือน ฝึกทหารเกณฑ์ ...
สอนเต็มหลักสูตรพละศึกษา.....
ทั้งวอร์ม ทั้งวิ่ง ทั้งแข่ง ... ทั้งท่องกติกากีฬา ทั้งทำรายงาน
อีกทั้ง มีการตรวจความสะอาด ....
ของอวัยวะน้อยใหญ่ ของเด็กๆ อย่างเคร่งครัด ....
น่ากลัวจิงๆ ....
โดยสรุป .... ...... แม่ไอ่ปื๊ด จัดเป็นครูพละ แบบที่สอง ...
โหดสุดๆ ..... เสียงดัง ตีแรง .... และ ด่าเก่งสุดๆ
ทั้งเด็กๆ และครูๆ ทั้งโรงเรียน .... กลัว she มากๆ เลย ....
หากไม่จำเป็น อย่าไปขัดใจ she เด็ดขาด ....
ในวันแข่งขัน ....
ไอ่ปื๊ด ร้องเพลงลูกทุ่ง .... ชื่อ “สิบหมื่น” ...
เป็นเพลงประกอบ หนังไทยเรื่อง “มนต์รักลูกทุ่ง” อันโด่งดัง ...
จัดว่า เป็นเพลงระดับง่าย มาก...
ดีกว่า พวกเพลงอนุบาลหมีน้อยเริงร่า เพียงเล็กน้อย ...
เป็นเพลง จังหวะสามช่า ... เนื้อเพลงก็สั้นๆ ซ้ำไปซ้ำมา ....
ร้องอยู่ได้ว่า “สิบหมื่นๆๆๆๆๆๆ .... ” ....
..... จัดว่า อ่อนมากๆ .... หากใช้เพลงนี้ประกวด ....
ดังนั้น ....
พอถึงเวลาแข่งจริงๆ ทุกอย่างก็ไปด้วยดี ....
ข้าพเจ้า สามารถคุมจังหวะ น้ำเสียง ลีลา ได้ดีสมที่ตั้งใจไว้ .....
ส่วนไอ่ปื๊ดนั้น .... ทั้งเสียงหลง ทั้งคร่อมจังหวะ ...
ทั้งพยายามเต้น แบบกระเด้งเอว กระเด้งตูด ตามจังหวะสามช่า ....
ดูน่าสงสารมากๆ เพราะ ท่าทางของมัน
คงจะถูกแม่ของมัน ฝึกพละเข้มมาตลอดทั้งคืน ....
........
...
.
ในที่สุด ก็ถึงเวลาตัดสิน ....
ซึ่งก็ทำง่ายๆ โดยการวัดเสียงปรบมือ ของเด็กทั้งโรงเรียน ...
แน่นอน ....
เพลง "พรานทะเล" อภิมหาอมตะนิรันดร์กาล ของข้าพเจ้า
ชนะใจ เหล่าแฟนคลับของข้าพเจ้าท่วมท้น .....
เสียงปรบมือ ดังกึกก้อง .....
ข้าพเจ้า ยังจำเสียงปรบมือนั้นได้ดี..... ตราบจนทุกวันนี้
จำความรู้สึก ได้ดีว่า ....
"อืมส์.... เราช่างกล้าหาญ (หน้าด้าน) จริงๆ เลยนะเนี่ย ..."
แต่ ....
แต่ ...
แต่ ...
พอกรรมการ ขอเสียงปรบมือ สำหรับไอ่ปื๊ด ....
เสียงมัน ก็กึกก้อง พอๆ กับของข้าพเจ้า .....
ข้าพเจ้า น้ำตากลบหน้า.....
เพราะ สามารถมองเห็นจากบนเวที อย่างชัดเจนว่า ...
แม่ของไอ่ปื๊ด .... ครูพละหญิงผู้ทรงอิทธิพล ...
กำลังเดินถือไม้เรียวพล่าน อยู่ท่ามกลางฝูงเด็กๆ ....
ประมาณว่า ....
ใครไม่ตบมือให้ลูกกู .... กูจะตีแม่งให้แหลก
ประมาณว่า ....
ถ้าลูกกูแพ้ ....
พรุ่งนี้ กูจะสั่งให้ พวกมึงวิ่ง จนขาดใจตาย ....
โดยสรุป .....
งานนี้ กรรมการอ้ำอึ้ง .... ลังเลในการตัดสิน ...
แต่เพื่อสวัสดิภาพ และความสงบเรียบร้อย
ของสังคมเล็กๆ อันน่าอยู่ .....
ผลก็คือ ....
.... ข้าพเจ้าจึงได้ที่สอง ....
ส่วน ไอ่ปื๊ด ชนะเลิศ ....
ข้าพเจ้า ร้องไห้กลางเวที .....
เจ็บใจที่แพ้ ...
เจ็บใจ ที่ ความมานะพยายาม มากมาย ...
ถูกความอยุติธรรม มาทำลาย .... อย่างไร้เหตุผล
ถือว่า .... เป็นความพ่ายแพ้ ....
ที่ข้าพเจ้าไม่เคยลืม ตราบจนทุกวันนี้ .....
ส่วน ไอ่ปื๊ด ... ก็ร้องไห้เช่นกัน ....
มันร้องไห้ เพราะอาย ... ที่มีเสียงโห่ไล่ ....
... ไม่น่าเชื่อว่า ยังมีเด็กตัวเล็กๆ ที่กล้าโห่ไล่ ไอ่ปื๊ด ....
โดยไม่เกรงกลัว ไม้เรียว ที่กวัดแกว่งไปมารอบกาย ...
ข้าพเจ้าคิดว่า ....ไอ่ปื๊ด คงรู้ชะตากรรมว่า ....
ต่อจากนี้ไป .... คงจะไม่มีใคร อยากจะคบมัน อีกแล้ว ....
หลังจากนั้น .... ข้าพเจ้าก็กลับบ้าน
ร้องไห้เล็กๆ ซึมเล็กๆ ..... และ ก็ไปอ้อนแม่ เล็กๆ ....
แม่ปลอบว่า ....
“ช่างแม่งเหอะ ....
หน้าที่ของเรา คือ ไปเรียนหนังสือ ....
ไม่ใช่ ไปประกวดร้องเพลง ...
..... แต่ก็อย่าท้อ ....
หากชอบร้องเพลง ก็ร้องไปเหอะ .... สนุกจะตาย
อย่าไปสนว่า จะแพ้ หรือ จะชนะ ...
อย่าไปสนว่า ใครมันจะโกง ....
.... ช่างแม่ง ..... นะลูกนะ ....”
........
....
..
.
ดังนั้น ....
ข้าพเจ้า ก็เลย ไม่ทิ้งฝันนี้ ....
ยังชอบฟังเพลง....
ชอบร้องเพลง .... ชอบจดเนื้อเพลง ...
เพียงแต่ ...
ไม่เคยเข้าประกวด ที่ไหนอีกเลย ....
และ ไม่เคยร้องเพลง ให้ใครฟังอีกเลย … ถ้าไม่รักกันจริง
เพราะ แค่อยากจะเก็บ ฝันที่สวยงามนี้ไว้ .... กับตัวเราตลอดไป ....
ฝันของข้าพเจ้านี้ .... เป็นความสุขส่วนตัว ...
เป็นฝัน ... ที่ไม่มีใคร มาทำลายลงได้ อย่างเด็ดขาด ....
จากนั้น .....เวลา ผ่านไป อีก 30 – 40 ปี ....
เด็กน้อยวัยใสซื่อ .... กลายเป็นตัวข้าพเจ้า
ที่ทำงานเป็นครู ..... ณ ภาค IE ….
ส่วน ไอ่ปื๊ดนั้น ... ข้าพเจ้าได้ข่าวมานานแล้วว่า ....
พอเป็นวัยรุ่น มันก็ติดยา .... แม่มันเสียใจมากมาย ....
ป่านนี้ ไอ่ปื๊ดคงจะอายุแก่ สูสีกับข้าพเจ้า แล้ว ......
...........
.....
..
.
ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2550 ....
หาก อยากทบทวนว่า เกิดอะไรขึ้น ....
ก็ลองคลิก iestory ไป ณ วันที่ 7 พย. ....
แล้วอ่าน ตอนที่ 82 : สัญญาใจ
เรื่องราว โดยย่อ คือ ....
ณ วันนั้น .... มีการสรรหาหัวหน้าภาค IE ของเรา ....
ผลก็คือ ข้าพเจ้า ได้รับความไว้วางใจ
จากท่านอาจารย์ทุกท่าน ในภาคเรา ...
ให้ดำรงตำแหน่ง “หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ” ....
แทนท่านอาจารย์พรศักดิ์ .... ที่ได้ครบวาระการทำงาน 2 สมัย
โดยสรุป .... ทุกอย่าง ก็ดำเนินการไป
ตามขั้นตอนของกฎระเบียบ พรบ. ของสถาบันเรา
ครบถ้วน ทุกประการ ......
แต่ ...
แต่ ...
แต่ ....
ณ วันที่ 29 พย. 2550 .....
.... ก่อนการจัดงาน 10 ปี IE เพียงไม่กี่ชั่วโมง ......
ข้าพเจ้า ได้รับแจ้งว่า ....
ดูเหมือนว่า ข้าพเจ้าจะ “ไม่เหมาะสม” กับ ตำแหน่งนี้ ....
มีการแจ้ง ในเบื้องต้น จาก “เบื้องบน” ว่า
“วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี” ของข้าพเจ้า ......
ไม่เหมาะสมและสอดคล้อง กับ การดำรงตำแหน่งนี้ ....
กล่าวคือ ... วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยม อันดับสอง
ในสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า (คอมพิวเตอร์) ..... จาก สจล.
“ไม่เหมาะสม และสอดคล้อง กับสาขาวิชา IE” ....
เป็นการขัดต่อ กฎระเบียบของสภาวิศวกร .....
ถึงแม้ว่า ....
ข้าพเจ้าจะจบการศึกษา ... ระดับปริญญาโท
และ ปริญญาเอก ด้าน IE โดยตรง ....
แต่ ....
แต่ .....
แต่ .....
แต่ ...
แต่ ... อะไรดีหว่า ....?
แต่ ...
“มึงอย่าเป็นเลย ... ไอ่เต่า ..... !!!!!”
เรื่องนี้ .....
หากมองอย่าง เจ็บแค้น ....
มันเจ็บยิ่งนัก เพราะ เหตุผลมันฟังดู แปลกสิ้นดี
หากมอง อย่างน้อยใจ .....
เรื่องนี้ .... ทำลาย ทุกๆ กำลังใจ ในการทำงานของข้าพเจ้ายิ่งนัก ....
งานที่รักยิ่งของข้าพเจ้า เพื่อภาค / คณะ / สถาบัน ....
งานที่ ตั้งใจทำตลอดมา.... อย่างเต็มกำลัง ....
และ
หากมองในแง่ ศักดิ์ศรีแห่ง ความเป็นมนุษย์ ....
ทุกสิ่งทุกอย่าง ในชีวิตข้าพเจ้า ......
ถูกทำลายลงไปหมดแล้ว ..... ด้วยอวิชชา ...
แต่
หากจะมองด้วย..... โลกแห่งความจริง ....
นี่แหละ .....
มัน คือ .... ความจริงแท้ ของโลกเรา .....
...... ชีวิต มันก็เป็น เช่นนี้ แล ....
....
..
.
สาเหตุ ....
ที่ข้าพเจ้า เล่าเรื่องนี้ ให้พวกเราทุกคนได้รับรู้ ...
ก็เพียงเพราะ
หนึ่ง : อยากให้ทุกคน ....
ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ที่ถูกต้อง
เพราะ เรื่องนี้ ... ไม่ใช่ความลับ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
อีกทั้ง ไม่ใช่เรื่องน่าโกรธเคือง ....
เพราะ อุตส่าห์ ลงทุน สร้างเหตุผล ที่ไร้เหตุผล
ก็ไม่จำเป็น ต้องไปหาว่า
มันเหตุผลใด... มันจึงไม่มีเหตุผล
ที่จะอ้างเหตุผล ที่ไม่มีเหตุผล เยี่ยงนี้ ...
ฟังดู มีเหตุผล ไหม ?
....
..
.
และ สอง : ข้าพเจ้า มาเล่าให้ทุกคนฟัง
เพียงแต่อยากจะใช้ เรื่องชีวิตจริง สดๆ ร้อนๆ ของตัวเอง ....
เป็น case study ที่ชี้ชัดๆ
ให้ทุกๆ คน ได้เห็นว่า .....
บางครั้ง ....
โลกแห่งความจริง ... มันก็โหดร้าย ....
โลกแห่งความจริง ....มันก็น่าสังเวช
โลกแห่งความจริง ..... มันก็น่าละอายใจ และอยุติธรรม
อีกทั้ง ...
โลกแห่งความจริง ... มันก็แสนจะตลก ...
... ตลกแบบไร้สาระ ไร้รสนิยม ไร้การศึกษา ... อย่างสิ้นเชิง
แต่พวกเรา ....
จะต้อง ฝึกหัดที่จะ "อดทน" กับมันให้ได้ ......
ต้องทนให้ได้ ....... ต้องทนให้ได้ ....
จำไว้ ๆๆๆๆๆ ให้ดี .... นะน้องๆ ที่รัก
ต้องมีสักวัน ... ที่เรื่องแบบนี้ จะเกิดกับพวกเจ้า ...
เพราะ ... มัน-เป็น-เรื่อง-ธรรมดา-ของ-โลก-เรา ....
หลังจากนั้น ....
ข้าพเจ้าก็ กลับบ้าน
ขอบอกแบบ ไม่อายเลย ว่า .....
ตลอดทาง ที่ขับรถกลับบ้าน
ก็ร้องไห้เล็กๆ และ ซึมเล็กๆ ..... จิตมันตกแบบสุดๆ ....
ความรู้สึก ..... เหมือน ตอนอยู่ ป.2
ที่ไปประกวดร้องเพลง แล้วพ่ายแพ้ ... เพราะโดนโกง
.... พอถึงบ้าน ......
ก็เล่าให้แม่ฟัง ...
แม่ ... ที่แก่ลงๆ กว่าวันนั้นมากๆ ....
ก็ยังเป็นแม่คนเดิม....
ที่ปลอบใจ ลูกชาย แบบเดิมๆ ว่า ....
“ช่างแม่งเหอะ ....
หน้าที่ของเรา คือ ไปสอนหนังสือ ....
ไม่ใช่ ไปเป็นหัวหน้าภาคอะไรก็ไม่รู้ .....
..... แต่ก็อย่าท้อ .... อย่าทิ้งเด็ก .... อย่าลืมเด็ก ...
หากชอบเป็นครู ก็เป็นไปเหอะ .... สนุกจะตาย
อย่าไปสนว่า จะแพ้ หรือ จะชนะ ...
อย่าไปสนว่า ใครมันจะขี้โกง ....
.... ช่างแม่ง ..... นะลูกนะ ....”
................
............
.....
...
.
ข้าพเจ้า คงจะขอจบ .... เรื่องราวตอนนี้ แต่เพียงแค่นี้ .....
และ คงจะขอฝาก สิ่งสุดท้าย ….
ให้พวกเราได้คิดกัน ....
ก่อนจะถึงปีใหม่นี้ ...
คือ ....
“จงอย่าท้อแท้ จงอย่าอ่อนแอ .... จงอย่าสิ้นหวัง”
เพราะ .... มีคนๆ เดียวเท่านั้น ....
ที่สามารถ ทำลาย “ความฝันที่สวยงาม” ของตัวเราได้ ....
ก็คือ.... “ตัวเราเอง” เท่านั้นแหละ ...
มีแต่ "ตัวเรา" เท่านั้น ที่สามารถบั่นทอน กำลังใจ ตัวเราเองได้
ส่วน "คนอื่น" นั้น ..... "ช่างแม่ง ... เหอะ ..."
ต้องขอโทษ ที่ใช้คำนี้ .... แต่มารดาของข้าพเจ้า พูดคำนี้ จริงๆ ...
และ นี่ก็ คือ ....
สิ่งที่ข้าพเจ้า ใช้ปลุกปลอบตนเองเสมอ
ในยามที่ท้อแท้ และ หมดกำลังใจ ...
.
... และ หากเราสามารถ คิดแบบนี้ได้ ........
เรา ก็จะสามารถ ทนอยู่ในโลกแห่งความจริง นี้ได้
อย่างมีความสุข .... ตลอดไป ....
..........................................................
ปีใหม่นี้ ......
ขอเป็นกำลังใจ ให้กับทุกคน ตลอดไป .....
อย่าท้อแท้ อย่ายอมแพ้ ..... นะ นะ นะ ...
..............................................................

๒๑ ความคิดเห็น:
เปนกำลังจัยหัยคับพี่เต๋า
สู้ต่อไปนะคับ
แต่....
พี่คับ
ร้องเพลงอีกครั้งในงาน byenior
ได้มั้ยคับ
อยากฟังจิงๆ
คับเพ่
อิอิ
^^
สู้ๆคับพี่เต๋า
อยากฟังพี่เต๋าร้องเพลงเช่นกันคับผม
^-^
ก่อนอื่นต้องบอกว่า ถ้าไม่นับเนื้อหาของวันนี้แล้ว
รูปทุกรูปน่ารักมาก ไม่ว่าจะ พี่เต่าตอนเด็กๆ หรือรูปหลวงตาใส่แว่นดำ(โก๋ จริงๆ สงสัยเป็นแบบอย่างให้พี่ติ๊กใน 2499 อันธพาลครองเมือง แน่ๆ )
สำหรับคนชื่อ"ไอ้ปื๊ด" ก็ได้รับผลกรรมไปแล้ว
ปัจจุบัน ก็คงมีคนรอเจริญรอยตามคนชื่อ "ไอ่ปื๊ด"อยู่
และสุดท้ายผมชอบคำว่า "ชั่งแม่ง" สั้นๆ แต่รู้เรื่อง...
พวกเรารักพี่เต่าเสมอ
ไม่ว่าพี่จะเป็นจะเป็นอยู่ตำแหน่งใด ๆ ก็ตาม
ตะแบก
ดูอย่างในหนังซิคับ เรื่อง "I AM หลี่จิง" เทอเป็นผู้ ญ ติดเหล้าคนสุดท้ายบนโลก เทอยังดิ้นรนที่จะกินต่อไปมาเรื่อยๆจนถึงทุกวันนี้ พี่ต้องสู้ต่อไปเหมือนในหนังนะคับ 555+
ปล. พยายามหาเรื่องว่าหลี่จิงเล่น 555+
ปล2. เพิ่งรู้ว่าพี่เคยบวชนะเนี่ย
พี่เต่าตอนเด็กน่ารักจัง
ขอบคุงที่ให้ผมได้รับข้อคิดดีๆ
เพิ่มขึ้นมาประดับชีวิตอีกเรื่องนึงนะครับ
ชอบข้อความนี้มากเลย
“จงอย่าท้อแท้ จงอย่าอ่อนแอ .... จงอย่าสิ้นหวัง”
เพราะ .... มีคนๆ เดียวเท่านั้น ....
ที่สามารถ ทำลาย “ความฝันที่สวยงาม” ของตัวเราได้ ....
ก็คือ.... “ตัวเราเอง” เท่านั้นแหละ ...
ผมก็เชื่ออย่างนั้นเช่นกัน
By Xjapan Zn_06
เป็นกำลงใจให้พี่เต่านะคะ
เหตุผลฟังแล้ว “ปื๊ด” จิงๆ
เอ๋ IE01
พี่เต่าสู้ๆ มาเป็นกำลังใจให้กับพี่เต่าอีกคนค่ะ รูปสมัยเด็กพี่เต่าน่ารักมากๆเลย
สู้ต่อปาย...ทาเคชิ อิอิ ฝันมันมีไว้ให้ไปให้ถึงเนอะพี่เต่า มันต้องพยายามถึงจะได้ แต่คนบางกลุ่มที่ขโมยฝันมาด้วยความบังเอิญ เวลามันก้อจะเป็นเครื่องพิสูจน์เองแหละ ว่าฝันที่ไปขโมยเค้ามาอ่ะ มันจะเป็นยังงัย ^___^
อยากฟังพี่เต่าร้องเพลงอ่ะค่ะ อิอิ
ทางเดินยังไม่สุด อย่าเพิ่งหยุดเดินครับ
อย่าท้อนะครับพี่
เพชรก็คือเพชรครับ...
ไม่ว่าจะตกที่ไหน...
ก็มีค่าในตัวเองเสมอ...
ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนเพชรให้เป็นหินได้หรอก...
(ยกเว้นโรงรับจำนำขี้โกง หุหุ)
สู้โว้ยยยยย!!!
สู้โว้ยยยยย!!!
อั้ม ....ทุกงานเลยนะหักมุม ตลอดๆ
FIGHT FIGHT FIGHT krab arjarn.
You are more than well qualified for the job and look totally awesome on the position. I personally have no ideas who came up with the qualification things like that, but those qualifications just went quite wrong. And, it is just unacceptable for me.
As we known (but still have some of those who don't know like a person or a group of people who is(are) considering those qualification rules), either the Industrial Engineering department head or well-known professor in hundred of prestigious schools over the world including the US doesn't earned his/her undergraduate degree in Industrial Engineering, as well as many of them received a PhD in a various fields of study, for example, math, statistics, psychology, etc BUT they can make significant contributions to the area of Industrial Engineering studies. So, why does this sort of thing happen with us??? Please don't worry about it since you have had a ton of us on your side and are willing to support you in everything!
โลกของความจริง...
ความผิดหวังเป็นเรื่องธรรมดา...
ความสมหวังเป็นเรื่องฟลุ๊ค...
ได้ค้นพบด้วยตัวเองหลายต่อหลายครั้งว่า คำว่า "ช่างแม่ง" สามารถทำให้ยิ้มได้ทั้งน้ำตา
เป็นกำลังให้พี่เต่า เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคน รวมทั้งตัวเองด้วย ให้เต็มที่กับสิ่งที่ทำ แล้วคำว่า "เสียดายที่ไม่ได้ทำ" จะไม่เกิดขึ้น....... สู้ต่อไปตราบเท่าที่ลมหายใจยังคงอยู่
อย่าคิดมากครับพี่
เป็นตัวของพี่เองอย่างที่พี่เคยเป็น
แค่นี้มันก็ดีที่สุดแล้วครับ
กับตัวของพี่เองและคนที่รักพี่ทุกๆคนครับ
อะไรว่ะ !!!
คุณสมบัติไม่เหมาะสม คิดได้ไง ใช้อะไรคิดเนี๊ยะ
ถ้าอย่างนั้น จะอยู่ทำไม ดูไม่มีความก้าวหน้าในชีวิตเลย
ทั้งภาคลองนับดู จะมีคนเป็นหัวหน้าภาคได้กี่คนเชียว
พวกพี่ๆที่ไปเรียนเมืองนอก คงหมดกำลังใจเรียนไปแระ
ส่วนที่กลับมาแล้ว คงเซ็งเป็ด....ตามๆกัน
ขออภัยใช้คำไม่เหมาะสมครับ อ้ายย..สาดดดด...
อีกหน่อย เวรกรรมจะตามหลอกหลอน แมร่ง..!!!
art@zn
ขอบคุณพี่เต่ามากๆครับ สำหรับเรื่องราวนี้ที่เล่าสู่กัน ให้สัญญาพี่เต่าสำหรับคำสอนที่บอกผ่านเรื่องราวนี้ ต่อไปนี้ไม่ว่าผมจะประสบกับปัญหาใดๆ ผมจะท่อง“จงอย่าท้อแท้ จงอย่าอ่อนแอ .... จงอย่าสิ้นหวัง”
และก็ขอเป็นกำลังให้พี่เต่าด้วย ครับ..สิทธิ์IE01
ถึงไม่ได้เป็น หัวหน้าภาคฯ
แต่ก็เป็นอาจารย์ ที่ชนะใจเด็ก ๆ ทุก ๆ คน
รางวัลยิ่งใหญ่ของคนเป็นอาจารย์
คือ อนาคตที่ดี และความรักจากลูกศิษย์
ซึ่งพี่เต่าได้รับไปเต็ม ๆ
สู้ สู้ นะคะ เป็นกำลังใจให้คะ
ในใจผมพี่เต่า ถูกยกใว้ให้เป็นอาจารย์ที่ดีมากติด 1 ใน 5 ของอาจารย์ที่ดีที่สุดในชีวิตผม ครับ
จริงๆไม่ได้โม้
แสดงความคิดเห็น